เรื่องของ “ซิมโบล…หลีก” (Symbolic)
เงียบหายไปช่วงเวลาหนึ่งหลังจากจบหลักสูตร
“บทเรียนนอกตำรา (outside teaching)” เพื่อคิดหาแนวทาง
และวิธีการใหม่ๆ ในการเล่าเรื่องจนมาจบการคิดหาที่คอนเซ็ปต์
“ประโยคสัญลักษณ์ (Text-Symbol)”
วิธีในการสื่อสารหรือเล่าเรื่องในสื่อหลายๆ แขนง
มักมีคำๆ หนึ่งที่หลายคนอาจคุ้นเคย
คำว่า “Symbolic”
Symbolic ถูกนำไปรับใช้การเล่าเรื่องในหลายๆ ครั้งที่ผู้เล่า
ไม่ต้องการแสดงประเด็นบางอย่างอย่างตรงไปตรงมา แต่เพิ่ม
ลีลาชั้นเชิงเข้าไปด้วยการแอบซ่อนนัยยะหรือประเด็นเอาไว้
ในสัญลักษณ์บางอย่างที่ถูกสร้างมาเพื่อคลุมเคลือบแกนความคิด
จุดประสงค์ในการนำสัญลักษณ์มาใช้เล่าเรื่องก็อาจแตกต่างกันไป
เพื่อเสียดสี ล้อเลียน ประชดประชัน หรือเพื่อนำเสนอแนวคิดหรือ
ทัศนคติบางอย่างอย่างแยบคาย โดย “หลบหลีก” ที่จะสื่อสิ่งนั้น
ออกมาตรงๆ
ส่วนสัญลักษณ์อะไรจะถูกตีความให้เป็นอะไร อย่างไร ขึ้นอยู่กับ
จินตนาการ ประสบการณ์ และวิจารณญาณของผู้เสพสื่อแต่ละคน
ซึ่งย่อมแตกต่างกันไปไม่มีใครเหมือนกัน
สัญลักษณ์อันเดียวกัน อาจถูกตีความไปได้หลากหลายความหมาย
หรือแม้ไม่อยากมานั่งคิดตีความแกะกะเทาะความหมายให้มันวุ่นวาย
เราก็ยังสามารถเสพสื่อที่แฝงสัญลักษณ์แบบเพลินๆ ขำๆ สบายๆ
แบบไม่ต้องคิดอะไรก็ได้เช่นกัน
ตัวอย่างงานเล่าเรื่องที่ใช้สัญลักษณ์สื่อความคิดบางอย่างก็เช่น…
เพลง “นักมายากล” ของ Paradox
เพลง “กระต่ายกับเต่าและเจ้านกแสงตะวัน” ของ หงา คาราวาน
เพลง “สมภารเซ้งโบสถ์” ของ แอ๊ด คาราบาว
เพลง “เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ” ของ เฉลียง (ต้นฉบับ)
และ Scrubb (Cover)
เพลง “Strawberry Fields Forever” ของ The Beatles
เพลง “Driftwood” “Side” และ “Flowers in the Window” ของ Travis
เพลง “Viva La Vida” ของ Coldplay
โซ่ตรวนในหนังเรื่อง “ชั่วฟ้าดินสลาย”
หนังเรื่อง “Eternal Sunshine of the Spotless Mind”
หนังแอนิเมชั่นเรื่อง “The Triplets of Belleville”
หนังแอนิเมชั่นหลายเรื่องจาก Studio Ghibli
และอีกมากมาย…
วันนี้ “ประโยคสัญลักษณ์ (Text-Symbol)” จึงถือเป็นการลองชง
“ชารสชาติใหม่” จากโรงน้ำชา รสชาติอาจจะแปร่งๆ แหม่งๆ ในการลอง
จิบแรกๆ ด้วยว่าผู้ดื่มยังไม่คุ้นเคย แต่อาจลื่นคอละมุนลิ้นถ้าได้ลองลิ้ม
ไปเรื่อยๆ
จากนี้…
เชิญชิมชารส “ประโยคสัญลักษณ์ (Text-Symbol)” ตามอัธยาศัย…
เยี่ยม! รอชิมนะฮะ ^.^
เริ่มได้กลิ่นหอมแล้ว …คอยชิมลิ้มรสอยู่