ประโยคสัญลักษณ์ (Text-Symbol) โดย โรงน้ำชา (5-11-2554)
ประโยคสัญลักษณ์ที่ 2 – มหันตภัยอุกกาบาตมืด
นี่คือห้วงเวลาที่คนทั้งโลกจำต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์
แห่งมนุษยชาติ!
แต่นั่น…ต้องในกรณีที่เรายังคงมีมนุษยชาติหลงเหลือรอด
มาจารึกมันเอาไว้หลังจากห้วงเวลานี้!
…
12-12-2012
มันคือวันที่ 12 ธันวาคม คริสตศักราช 2012
ทั้งโลกรับรู้ด้วยความตื่นตระหนกกันมากว่าครึ่งปีแล้วว่า
วันนี้เป็นวันที่ “อุกกาบาตมืด” จะพุ่งตรงเข้าใส่ดาวเคราะห์สีน้ำเงิน
ที่ชื่อว่าโลกอย่างพอดิบพอดี
“อุกกาบาตมืด” อธิบายง่ายๆ แบบไม่ต้องใช้ศัพท์แสงแสลง
สุดยากอวดไอคิวได้ว่า มันคืออุกกาบาตสายพันธุ์ใหม่ที่ยังไม่เคย
มีใครค้นพบมาก่อนตั้งแต่มนุษย์เซลล์แรกถือกำเนิดขึ้นมา
ความแตกต่างของอุกกาบาตชนิดนี้กับอุกกาบาตทั่วไปที่เป็นเพียง
เศษซากของดวงดาวคือ องค์ประกอบพื้นฐานของอุกกาบาตมืด
ไม่ใช่สสารที่เป็นของแข็ง หากแต่เกิดจากการรวมตัวอัดแน่นของ
มวลพลังงานและกลุ่มก๊าซที่ชนไปชิ่งมาอย่างวุ่นวายในระดับอนุภาค
นาโนจนส่งผลให้มีลักษณะและคุณสมบัติเหมือนหลุมดำในอวกาศ
ที่สามารถเขมือบดูดทุกอย่างให้หายไปได้แม้กระทั่งแสง
สิ่งที่ทำให้อุกกาบาตมืดแตกต่างจากหลุมดำในอวกาศมีเพียง
อย่างเดียว
มันเคลื่อนที่ได้!
ขนาดของอุกกาบาตมืดสามารถเทียบให้เห็นภาพได้ง่ายๆ ว่า
ถ้ามันใหญ่เท่ากับทุเรียน 1 ลูก
โลกของเราจะมีขนาดเท่ากับเส้นผ่านศูนย์กลางของ
ปลายหนามแหลมอันหนึ่งบนเปลือกทุกเรียน!
…
โลกทั้งใบวายป่วงอยู่หลายเดือน ความโกลาหลอลหม่านแผ่ซ่าน
ไปทุกหย่อมหญ้า ระบบขนส่งและคมนาคมตายสนิทตั้งแต่เดือนที่ 4
หลังข่าวนี้ถูกเปิดเผย อาหารทั้งโลกไม่มีหลงเหลืออยู่ในที่สาธารณะ
ทุกอย่างถูกเก็บตุนไว้ในบ้าน ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานทั้งหลาย
เริ่มล้มหายตายจากไปทีละอย่างสองอย่างเนื่องจากมีการกักตุนเพื่อ
คนเฉพาะกลุ่ม โก่งราคา ระบบเศรษฐกิจโลกพินาศย่อยยับ
จนเมื่อเดือนที่แล้ว โลกก็ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป…
การประชุมสุดยอดผู้นำครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกจึงถูกจัดขึ้น
รวมผู้นำจากทุกประเทศไม่ว่าจะเป็นทุนนิยม สังคมนิยม ฝั่งซ้าย ฝ่ายขวา
ประชาธิปไตยหรือคอมมิวนิสต์ลัทธิไหนก็ตาม ทุกคนได้รับเชิญ
เพื่อหาทางออกให้กับวิกฤตนี้ร่วมกัน
นับเป็นช่วงเวลาสุดท้ายของโลกที่น่าจดจำ
สุดยอดผู้นำจากทุกชาติรีดเค้นสมองนำวิธีแก้ปัญหามาถกกันอย่างเต็มที่
ผู้นำบางประเทศเตรียมพร้อมถึงขนาดนำหนังเก่าเรื่อง “Armageddon” กับ
“Deep Impact” ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการจัดการปัญหาอุกกาบาตมาประกอบ
การนำเสนอ ผู้นำที่เหลือนั่งฟังอย่างให้ความสนใจพลางถกการบรรยาย
อย่างเคร่งเครียด
“บรูซ วิลลิส ตอนนี้แก่ไปเยอะเนอะ”
“ถ้าเราเอาหนัง 2 เรื่องนี้มาทำใหม่ เทคนิคมันต้องเนี้ยบตระการตา
กว่านี้แน่ๆ พวกคุณว่ามั้ย”
“สนุกจังงงงงงงงง” ผู้นำประเทศหนึ่งปรบมือชอบใจหลังหนังจบ
หลังจบการประชุมที่เคร่งเครียดที่สุดในโลกซึ่งใช้เวลายาวนาน
ต่อเนื่อง 1 เดือนเต็ม พร้อมกับการหมดไปของแซนด์วิช เบอร์เกอร์ ไส้กรอก
พิซซ่า ขนมปัง ชา กาแฟ น้ำผลไม้ บิสกิต เฟรนช์ฟรายส์ มันฝรั่งทอดกรอบ
เบียร์ เหล้า ไวน์ ที่ใช้รับรองผู้เข้าประชุมครั้งนี้ซึ่งมีจำนวนมหาศาล
พอให้ประเทศเล็กๆ กินอย่างอิ่มหมีพีมันได้ 1 สัปดาห์เต็มๆ!
ผู้นำทั้งหมดแถลงสรุปผลการประชุมร่วมกันออกอากาศ ทีวีทุกช่อง
ทุกเครื่อง ทุกรายการ ถูกตัดเข้าสู่รายการแถลงการณ์ครั้งประวัติศาสตร์
พร้อมกันทั่วโลก!
“ผมมาพบทุกท่านในวันนี้ ไม่ใช่ในฐานะผู้นำประเทศ…แต่ในฐานะ
หนึ่งในมนุษยชาติ” ตัวแทนผู้นำกล่าวผ่านหน้าจอทีวี ผู้นำจากทุกประเทศ
ที่เหลือยืนเรียงแถวเป็นแผงอยู่ด้านหลังด้วยสีหน้าคร่ำเครียด
“ครั้งนี้เราต้องร่วมเผชิญมหันตภัยสุดท้าทายร้ายแรงซึ่งในพระคัมภีร์
กล่าวไว้ว่ามันคือวันโลกาวินาศ จุดแตกดับของสรรพสิ่ง แต่ก็ถือเป็นครั้งแรก
ในประวัติศาสตร์ของโลกที่มนุษย์เราได้มีเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้ตัวเองหลุดพ้น
จากการดูดกลืนของอุกกาบาตมืด ทุกท่านพึงรับรู้ว่า เราได้กระทำการ
ทุกอย่างเพื่อข้ามพ้นวิกฤตแห่งมนุษยชาติครั้งนี้ ทุกก้าวย่างบนเส้นทาง
แห่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทุกก้าวย่างแห่งการบุกเบิกอวกาศ
แม้กระทั่งทุกสงครามการห้ำหั่นระหว่างเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่เราทั้งมวลได้ผ่านมา
ได้มอบอาวุธให้เรามาใช้ยุติความวิบัติครั้งนี้ ผมอยากให้ทุกชีวิตบนโลก
ได้ร่วมประจักษ์และเป็นพยาน วันแห่งความหวาดหวั่นพรั่นพรึง
วันแห่งความโกลาหลระคนทุกข์ วันเวลาเหล่านั้นได้ผ่านล่วงไปแล้ว
ต่อจากนี้ ทั้งโลกจะดำรงไว้เพียงความสามัคคี กลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียวกัน
ไร้ซึ่งเส้นแบ่งเขตแดน ลบสิ้นซึ่งกำแพงความเชื่อและศาสนา เราทั้งมวล
คือหนึ่งเดียวกัน คือสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์!”
บางพื้นที่ในโลกที่กำลังชมการถ่ายทอดสดส่งเสียงเชียร์เฮลั่นอย่างฮึกเหิม
ในขณะที่บางพื้นที่คลับคล้ายคลับคลาว่าตัวเองเคยได้ยินบางประโยค
ที่แทบจะเหมือนกันนี้มาจากหนัง Armageddon แน่ๆ
แต่ทุกคนก็ยังต้องนั่งเฝ้านั่งฟังหน้าจอต่อไปอย่างลุ้นระทึก
“ผู้นำทุกประเทศเห็นพ้องเป็นเอกฉันท์ว่า…”
โลกทั้งใบไร้สรรพเสียงไปชั่วขณะ
“เราจะฝังระเบิดนิวเคลียร์ในทุกพื้นที่ แล้วผู้นำทุกประเทศจะกดระเบิด
พร้อมกันในเวลาที่เหมาะสม ถ้ามนุษยชาติจะต้องสูญพันธุ์ มันจะเกิดขึ้น
ด้วยน้ำมือของเราเอง ด้วยวิธีที่เราเลือกเอง ดีกว่าจำนนให้อุกกาบาตมืด
ขืนใจให้เราต้องปราชัย!”
ทั้งโลกช็อคกับแถลงการณ์ไปประมาณ 5 วินาที ทุกคนไม่อยากจะเชื่อ
ในสิ่งที่เพิ่งได้ยิน ทุกคนภาวนาให้มันไม่เป็นความจริง จริงๆ แล้วทุกคน
ไม่ค่อยแน่ใจว่านี่เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ฉลาดที่สุดแล้วเหรอวะ!
แล้วความหม่นเศร้าก็เข้าเคลือบคลุม…
…
12-12-2012
มันคือวันที่ 12 ธันวาคม คริสตศักราช 2012
อีกประมาณ 45 นาที มหกรรมฆ่าตัวตายหมู่ของคนทั้งโลกจะเกิดขึ้น
ด้วยพลานุภาพแห่งระเบิดนิวเคลียร์ที่ฝังไว้หนาแน่นทุกพื้นที่จนไม่สามารถ
มีมนุษย์คนไหนหลงรอดไปเจอการดูดกลืนของอุกกาบาตมืดอย่างแน่นอน
ผู้นำทุกประเทศประจำอยู่ในศูนย์ “Push Me Please” ของประเทศตัวเอง
ตาจับจ้องอยู่ที่ปุ่มสีแดงขนาดเท่าฝ่ามือบนแผงตรงหน้า ผู้นำทุกคน
ต้องกดปุ่มทันทีที่ปุ่มสีแดงเรืองแสงขึ้น
ผู้นำของประเทศ “ม่องแน่ต์” ประเทศเล็กๆ ในหลืบของทวีปยุโรป
ก็กำลังรอคอยเวลานั้นอยู่เช่นกัน
อีก 15 นาทีจะถึงเวลากดปุ่ม จู่ๆ ห้องกระจายข่าวกลางของประเทศ
มหาอำนาจส่งเสียงออกประกาศฉุกเฉินด่วนที่สุดลับที่สุดตรงออกทางลำโพง
ภายในห้องของผู้นำทุกประเทศพร้อมกัน
“อุกกาบาตมืดมีการแตกตัว ย้ำ อุกกาบาตมืดมีการแตกตัว
พันกว่าลูกพุ่งพ้นวิถีปะทะ มีเพียงลูกเดียวที่กำลังพุ่งเข้าหาโลกและมีอานุภาพ
ดูดกลืนประเทศม่องแน่ต์เพียงประเทศเดียวเท่านั้น!”
เวลาเดินถอยหลังสู่การตัดสินใจที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตของผู้นำทุกประเทศ
“งั้นก็จะมีเพียงชาวม่องแน่ต์เท่านั้นที่ต้องสูญพันธุ์” ผู้นำประเทศหนึ่ง
ตอบกลับประกาศนั้น
หลังจากความนิ่งงันอีกพักใหญ่ เวลากำลังลดน้อยลงในขณะที่การปะทะ
กำลังใกล้เข้ามา ผู้นำประเทศหนึ่งส่งเสียงสู่ผู้นำทุกคนผ่านไมโครโฟน
“เราต้องดำเนินตามแผนเดิม เราเป็นหนึ่งเดียวกัน เราต้องไป…ด้วยกัน!”
ไม่มีผู้นำประเทศไหนส่งเสียงปฏิเสธต่อคำกล่าวนั้น
ปุ่มสีแดงสว่างวาบขึ้น ผู้นำประเทศม่องแน่ต์มองแสงที่กำลังเรืองรอง
ตรงหน้าด้วยความอุ่นใจแล้วกระแทกฝ่ามือลงไปสุดแรง!
เสียงระเบิดนิวเคลียร์ดังสนั่นกึกก้องกัมปนาท!
พริบตาเดียว ประเทศม่องแน่ต์และชาวม่องแน่ต์แหลกสลาย
อันตรธานหายจากโลกนี้ไปตลอดกาล…เพียงชนชาติเดียว!
ผู้นำทุกประเทศที่เหลือตัดสินใจไม่กดปุ่มสีแดงที่กำลังส่องสว่างตรงหน้า
หลังจากทุกคนรู้แล้วว่าชาติพันธุ์ตัวเองมีโอกาสรอด ในโลกที่ไร้ครรลอง
และสภาพสังคมทุกอย่างย้อนกลับไปสู่จุดที่เป็นศูนย์อย่างตอนนี้
ผู้นำทุกประเทศมองว่าตัวเองมีโอกาสสถาปนาขึ้นมาเป็นมหาอำนาจได้
เท่าๆ กัน!
อีกเพียง 1 นาที อุกกาบาตมืดจะตรงเข้าปะทะและดูดกลืนพื้นที่
ที่เคยเป็น “ม่องแน่ต์” ประเทศเล็กๆ ที่น่าสงสาร
ไม่มีใครหยั่งรู้ได้ว่าหลังจากปะทะและดูดกลืนพื้นที่ตรงนั้น
จะเกิดความเสียหายและมีผลกระทบอะไรบ้าง
แต่อย่างน้อยๆ โลกก็ยังไม่หายไป
ในขณะที่ผู้นำแต่ละประเทศเตรียมแบ่งปันความโล่งอกโล่งใจสู่ประชากร
ของตนเพื่อปลุกเร้าให้มวลชนสรรเสริญการตัดสินใจที่สุดแสนปราดเปรื่อง
และเด็ดเดี่ยว
พายุสุริยะพัดผ่านความเวิ้งว้างของจักรวาลมา 1 วูบ ทำปฏิกิริยา
กับมวลพลังงานและกลุ่มก๊าซใจกลางอุกกาบาตมืด
อึดใจเดียว อุกกาบาตมืดแผ่ขยายกลายเป็นหลุมดำเคลื่อนที่ได้
ขนาดใหญ่เท่าเดิม!
เสี้ยววินาทีแห่งการปะทะ ก่อนที่ความเจ็บปวดทรมานอย่างถึงที่สุด
จะฉีกทึ้งสติสัมปชัญญะให้ดับดิ้น ผู้นำทุกประเทศมีความคิดเดียวกัน…
“ทำไมกูไม่กดปุ่มวะ!”
ชาวประชากรประเทศ “ม่องแน่ต์” ไม่ต้องเสียใจ ผู้นำเเละประชาชนที่เหลือจะตามไปในไม่ช้า…
สำนวนลึกล้ำซับซ้อนขึ้น..ดี..และเห็นด้วยกับคุณ muay..
555 โชคดีที่เกิดเป็น ชาวม่องเน่ต์
อืม!……เป็นการเขียนแบบ”บูรณาการ”น่าสนใจดี แต่..หรือจะเรียกว่าเขียนแบบ”ปะชุน”ดี ประเทศ”ม่องแน่ต์”น่าจะอยู่แถวฝรั่งเศสนะ ทุกคนคงมีโอกาสได้ไป
เพราะค่าทัวร์ ค่าครองชีพถูกอ่ะ!