ประโยคสัญลักษณ์ (Text-Symbol) โดย โรงน้ำชา (15-1-2555)
ประโยคสัญลักษณ์ที่ 4 – มหาไม้กับนายพราน
ตอนนี้สรรพสัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลายที่เดินวนอย่างเลื่อนลอยไร้จุดหมาย
อยู่ในกรงของนายพรานเริ่มรู้สึกตัวว่า “ไม่น่าช่วยไอ้คนจองหองพรรค์นี้
โค่นมหาไม้และออกจากป่ามาอยู่กับมันเลย ให้ตายสิวะ!”
…
“มหาไม้” เป็นต้นไม้ยักษ์ขนาดใหญ่อายุหลายพันปี สูงใหญ่ถึงขนาดมี
ตำนานเล่าขานกันมาหลายชั่วอายุคนว่าถ้าใครสามารถปีนขึ้นไปถึงยอด
จะมองเห็นได้ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ตะวันออกยันตะวันตก ต้นไม้ยักษ์ต้นนี้
ตระหง่านโดดเด่นเป็นสง่าอยู่กลางผืนป่ารกชัฏ ลำต้นกว้างไม่ต่ำกว่า
400 คนโอบ แผ่สยายกิ่งก้านสาขาออกไปยาวไกลหลายกิโลเมตร
ก่อเกิดเป็นสุมทุมร่มเงาอาณาเขตกว้างใหญ่ให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย
ได้พักพิงอาศัยอย่างไม่ต้องอนาทรร้อนใจ
เรือนใบรกหนาครึ้มเขียวฉ่ำด้านบนเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ประเภทลิง
ค่าง บ่าง ชะนี กระรอก ค้างคาว ผึ้ง นก งู
ร่มเงากว้างด้านล่างเป็นที่อยู่ของสัตว์ประเภทช้าง เก้ง กวาง กระต่าย
ม้าป่า หมูป่า ควายป่า เสือ
นายพรานกร้านโลกคนหนึ่งเข้าออกผืนป่าแห่งนี้มายาวนาน อาศัยตัดไม้
หาของป่า ล่าสัตว์ เลี้ยงตัวเองจนมีฐานะ ชายผู้นี้รู้ดีว่ามหาไม้ต้นนี้จะช่วย
ให้เขาร่ำรวยมหาศาลล้นฟ้าหาใครเทียบ แถมยังเป็นความรวยแบบบุฟเฟต์
มีรายได้ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่หมดไปทั้งชาติ
สิ่งที่เขาต้องทำก็แค่…รอ…
…
เวลาล่วงผ่านไปหลายสิบปี วันนี้ โอกาสที่นายพรานเฝ้าถวิลหา
อยู่ตลอดเวลาก็มาถึง
เขาตื่นตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่โงหัวขึ้นจากขอบฟ้าเพราะรู้ดีว่า
งานที่ต้องทำในวันนี้จะกินเวลายาวนาน นายพรานใส่ชุดเดินป่าสีดำตัวเก่ง
รองเท้าบู้ทหนังอย่างดี หยิบแท่งโลหะใหม่เอี่ยมมันวาวที่มีส่วนโค้งยาว
ยื่นต่อออกไปจากด้ามจับ ดูคล้ายโครงเลื่อยขนาดใหญ่ที่ยังไม่มีใบเลื่อย
เขาแสยะยิ้มตาโพลงเป็นมันให้กับอุปกรณ์ในมือ ร่องริ้วยับย่นบนใบหน้า
บอกให้รู้ได้ว่าเขารอเวลานี้มานานแค่ไหน
นายพรานยัดอุปกรณ์เพียงชิ้นเดียวที่ต้องใช้ในวันนี้ลงไปรวมกับขวดไวน์
น้ำ และเสบียงอาหารชั้นดีในกระเป๋าหนังใบใหญ่แล้วสะพายขึ้นหลัง
เขาออกมาจากบ้าน สตาร์ทรถเก๋งสัญชาติเยอรมนีคันโตสุดหรู
ฉิวออกจากบ้านสวยราคาหลายล้านในเมืองใหญ่มุ่งตรงออกนอกเมืองสู่แนวป่า
รถเก๋งคันหรูถูกจอดทิ้งไว้นอกชายป่า พรานใหญ่ย่างสามขุมเข้าไปโดยกระหยิ่ม
เหล่าสัตว์ป่าคอยเฝ้าตามดูอยู่ห่างๆ ตลอดทางอย่างหวาดระแวง วันนี้นายพราน
จะมาเอาอะไรออกไปจากที่นี่อีก แหล่งอาหาร? แหล่งอาศัย? หรือญาติพี่น้อง
เพื่อนพ้องของพวกมัน?
แต่วันนี้ไม่เหมือนทุกวัน นายพรานเดินตรงไปข้างหน้าโดยไม่เหลียวหันหา
สิ่งใดเลย สิ่งที่เขามองเห็นในป่ารกทึบแห่งนี้มีเพียงมหาไม้ ความยิ่งใหญ่ และเงิน!
นายพรานกำกระชับด้ามจับของโครงเหล็กมันวาวใหม่เอี่ยมให้แน่นขึ้น
ยิ้มอุ่นใจราวกับความมั่นใจทั้งหมดในภารกิจครั้งนี้ถูกฝากไว้กับอุปกรณ์ในมือ
เรียบร้อยแล้ว
ยิ่งระยะทางระหว่างนายพรานกับมหาไม้สั้นลงเท่าไหร่ หัวใจของเขา
ยิ่งรัวระทึกครึกโครมด้วยความตื่นเต้น
เม็ดเงินมหาศาลจากมหาไม้ที่เอามาตัดแบ่งขายได้ตลอดชั่วชีวิต
ชื่อเสียง และเอกสิทธิ์เหนือไม้คุณภาพดีที่สุด
อำนาจเหนือสรรพสัตว์ทั้งหลายที่ไร้ที่พักพิง
อีกไม่นาน ทั้งหมดจะเป็นของเขา!
กว่า 4 ชั่วโมงที่เขาเดินโดยไม่หยุดพักแม้แต่วินาทีเดียว
ในที่สุด…
มหาไม้ก็เด่นตระหง่านอยู่ต่อหน้านายพราน!
แม้นายพรานจะเคยเห็นมหาไม้มานับครั้งไม่ถ้วนตลอดชีวิตการตัดไม้ หาของป่า
ล่าสัตว์ ในป่าใหญ่แห่งนี้ แต่ครั้งนี้เขากลับรู้สึกกริ่งเกรงและประหม่าอย่างบอกไม่ถูก
เรือนใบที่ปลิวไสวอยู่ด้านบน รวมทั้งกิ่งก้านที่ขูดเสียดส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดบาดหู
ราวกำลังส่งเสียงเตือนนายพราน
เขาปาดเหงื่อเม็ดเป้งที่ย้อยเยิ้มลงมาบนใบหน้า นึกถึงสิ่งที่จะได้รับเพื่อปัด
ความยำเกรงออกไปจากจิตใจ กำอุปกรณ์ในมือแน่น
ฝูงสัตว์หลากชนิดในป่าแห่งนี้รวมตัวยืนคุมเชิงรอบกายนายพราน
ด้วยความหวาดหวั่น ไม่มีสัตว์ตัวใดกล้าเข้าขืนขวางนายพรานผู้ซึ่งวันนี้
มาพร้อมอุปกรณ์ที่พวกมันไม่เคยเห็นมาก่อน เหล่าสัตว์ทั้งหลายจึงได้แต่
เฝ้าระวังจากระยะไกล
นายพรานใช้อีกมือที่ว่างอยู่ค่อยๆ ดึงเหล็กส่วนที่ยื่นออกมาจากด้ามให้
ยาวออก ยาวออก เหมือนดึงยืดเสาอากาศของวิทยุ เหล็กส่วนที่ยื่นออกจาก
ด้ามจับยาวออกไปเรื่อยๆ จนสุดที่ความยาวประมาณ 10 เมตร
ตอนนี้อุปกรณ์ในมือดูเหมือนโครงเลื่อยขนาดใหญ่ที่ไร้ใบเลื่อย
เขาเงยหน้ามองมหาไม้ด้วยแววตาแข็งกร้าว ดุดัน มาดร้าย และไร้สำนึกใดๆ
สองมือกุมด้ามจับอุปกรณ์แน่นหนึบ สวมแว่นกรองแสงสีทึบ แล้วใช้นิ้วชี้
กดสวิทช์ที่ด้ามจับ
แช้ด! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
ลำแสงสีแดงสดส่องสว่างวิ่งพุ่งเป็นเส้นตรงระหว่างปลาย 2 ด้าน
ของโครงเหล็กที่ยื่นออกจากด้ามจับและงองุ้มลงมา ดูคล้ายใบเลื่อยเรืองแสง
นี่คืออุปกรณ์ที่นายพรานเฝ้ารอมาหลายสิบปี
อุปกรณ์เพียงอย่างเดียวที่สามารถโค่นมหาไม้อายุหลายพันปีต้นนี้ลงได้
เลื่อยเลเซอร์!
เหล่าสัตว์ทุกตัวที่เฝ้ามองผงะผวาเมื่อมองเห็นลำแสงยาว 10 เมตร
ระหว่างด้ามจับ
นายพรานกวัดแกว่งเลื่อยเลเซอร์ไปมา ลำแสงเลเซอร์ส่องกระทบ
ระบายใบหน้าเป็นสีแดงฉาน เขากระหยิ่มยิ้มร่าแล้วสืบเท้าเข้าหามหาไม้!
อึดใจก่อนลำแสงปะทะลำต้น เสือโคร่งใจกล้ากระโจนพุ่งพรวดออกมาจาก
กลุ่มเหล่าสัตว์ที่ยืนมองด้วยความสิ้นหวัง ลอยตัวคว้างเงื้อง้างกรงเล็บคมกริบ
หมายกระซวกคอหอยนายพรานผู้จองหองให้กระจุย!
นายพรานหันขวับ!
ซวบ!
เลือดแดงสดสาดนองกองพื้น!
เสือโคร่งผู้บ้าบิ่นร่วงลงกระแทกพื้นดินในสภาพลำตัวขาด 2 ท่อน
ด้วยฤทธานุภาพแห่งเลื่อยเลเซอร์ ไร้แม้โอกาสดิ้นพราดก่อนขาดใจ
นายพรานหายใจฟืดฟาดรุนแรง ยิ้มมองซากเสือโคร่งด้วยความสะใจ
“เชือดเสือโคร่งให้ดูแล้ว มีใครตัวไหนจะขวางกูอีกมั้ย!” เขากวัดแกว่ง
เลื่อยเลเซอร์ไปรอบตัว เหล่าสัตว์ที่ยืนมองถอยกรูดเมื่อเห็นลำแสงส่องมา
“ดี…ทำตัวดีๆ ว่าง่ายๆ กูอาจจะเลี้ยงพวกมึงไว้”
ลำแสงเลเซอร์ปะทะเปลือกลำต้นมหาไม้และเจาะลึกลงไปช้าๆ
ด้วยอายุที่หยั่งรากลึกมาเป็นพันปี ลำต้นหนาใหญ่ขนาดกว่า 400 คนโอบ
นายพรานต้องใช้แรงกดมหาศาลเพื่อให้ลำแสงเฉือนผ่านเข้าไปในเนื้อมหาไม้
เรือนใบมหาไม้สั่นกระเพื่อม ใบไม้นับหมื่นแสนใบร่วงกราวเป็นสาย
ราวคนร่ำไห้ ฝูงสัตว์ด้านบนที่เคยเฝ้ามองนายพรานด้วยความโกรธแค้น
เริ่มกระโจนกระโดดลงมารวมตัวอยู่กับกลุ่มสัตว์ด้านล่างที่ยืนมอง
ด้วยความสิ้นหวัง
แหล่งอาหาร แหล่งพักพิงอาศัย กำลังจะถูกนายพรานคนนี้พรากไป
อย่างไม่มีวันกลับคืน
นายพรานกดลำแสงเลเซอร์ลึกลงไปในลำต้นทีละน้อย ละสายตามามองฝูงสัตว์
รอบตัวเป็นครั้งคราวเผื่อจะมีสัตว์หน้าโง่ตัวไหนพยายามเข้ามาหยุดเขาแบบเจ้าเสือโคร่ง
นายพรานหยุดนั่งพักอยู่ใต้ร่มเงาของมหาไม้หลังจากผ่านการเลื่อยไป 2 ชั่วโมงครึ่ง
เขาตัดได้เกือบถึงแกนกลางลำต้นซึ่งเป็นส่วนที่แข็งแรงและผ่านได้ยากลำบากที่สุด
แม้จะใช้เลื่อยเลเซอร์แล้วก็ตาม
บนโต๊ะสนามมีสำรับอาหารคาวหวานหลายชนิด ไวน์สุดหรู และน้ำแร่ราคาแพง
เหล่าสัตว์รอบกายยังจ้องมองนายพรานอย่างตื่นกลัวระคนระแวงระวังไม่วางตา
“เอ้า!” นายพรานโยนชิ้นเนื้อหนานุ่มชิ้นหนึ่งไปกลางวงฝูงสัตว์
พวกมันจ้องเนื้อชิ้นนั้นอย่างไม่ค่อยวางใจนัก
“ลองแดกดูดิ กูอิ่มแล้ว อร่อยนะเว้ย”
ควายป่าย่างออกมาจากกลุ่มสัตว์น้อยใหญ่ งับงาบชิ้นเนื้อและบดเคี้ยว
อย่างหิวโหย กินเสร็จมันเลียปาก กระทืบขาหน้าชอบใจและอยากได้อีก
เพราะอิ่มแล้วแต่อาหารยังเหลือเต็มโต๊ะสนาม นายพรานยกทั้งโต๊ะแล้วเทหว่าน
ทั้งหมดเข้าไปกลางฝูงสัตว์ พวกมันไม่ลังเล ยื้อแย่งกินอาหารของนายพราน
อย่างมูมมาม
มีเพียงบางตัวเท่านั้นที่ยังไงก็ทำใจกินไม่ลง
“เออ ดีเว้ย” นายพรานยิ้มเยาะหัวเราะชอบใจ เดินไปหยิบอาหารคาวหวาน
อีกหลายชนิดที่ยังเหลืออยู่เต็มกระเป๋าเขวี้ยงปาให้สัตว์ป่าทุกตัวอิ่มหนำ
แล้วหยิบโครงเลื่อยขึ้นมากดสวิทช์ สวมแว่นกรองแสง เฉาะตัดมหาไม้ต่อไป
หลังอิ่มกายสำราญใจด้วยหลากหลายอาหารคาวหวานแสนอร่อย เหล่าสัตว์ป่า
ทั้งหลายที่อยู่รายรอบเฝ้ามองนายพรานเลื่อยตัดมหาไม้ด้วยความหวัง
หวังว่าหลังจากนายพรานเสร็จงานโค่นมหาไม้ อาหารสุดอร่อยชุดใหญ่ชุดใหม่
จะถูกประทานมาให้อีก
ด้วยความคิดเช่นนั้นสรรพสัตว์หลายตัวจึงร่วมด้วยช่วยนายพรานโค่นมหาไม้
บ้างช่วยดันปลายเลื่อยอีกด้าน บ้างช่วยเตะถีบลำต้นให้ล้มลงโดยเร็ว บ้างก็ขึ้นไป
ขย่มกิ่งก้านด้านบนเร่งเร้าให้มหาไม้โค่นลง
มีเพียงช้าง เสือโคร่ง ลิง นก ผึ้ง และกระต่ายบางตัวที่มองการกระทำ
ของสัตว์ดังกล่าวด้วยความสมเพชแล้วหันหลังกลับเข้าป่าด้วยความสิ้นหวัง
ในที่สุด ด้วยเลื่อยเลเซอร์สุดทันสมัย ด้วยความช่วยเหลือของสัตว์ป่านานาชนิด
จนเกินฝืนเกินต้านทาน มหาไม้ต้นใหญ่ยักษ์อายุหลายพันปีค่อยๆ เอนล้มกระแทก
พื้นด้านล่างจนแผ่นดินสะเทือน เสียงกึกก้องกัมปนาทครืนโครมครางลั่นสนั่นป่า
หลังม่านฝุ่นจางทุกอย่างก็เงียบงัน…
มีเพียงเสียงหัวเราะอย่างโอหังที่ดังลั่นอยู่ในใจของนายพราน
…
10 ปีหลังนายพรานโค่นมหาไม้ เขากลายเป็นชายผู้ร่ำรวยที่สุดในโลก
อำนาจบารมีล้นฟ้า ด้วยการตัดแบ่งขายมหาไม้ที่ถึงตอนนี้ยังคงเหลืออีกมากกว่าครึ่ง
และแม้นายพรานจะส่งขายให้ตลาดคนชอบเปิบสัตว์แปลกบ้าง ตลาดคนชอบ
เลี้ยงสัตว์หายากบ้าง แต่สัตว์ป่าที่ยังเหลืออีกนับแสนซึ่งยกขบวนตามเขาออกมาจากป่า
ด้วยความเต็มใจตั้งแต่วันโค่นมหาไม้ด้วยความหวังถึงอาหารแสนอร่อยที่นายพราน
เคยป้อน ก็ยังอยู่กับเขาด้วยความภักดีในกรงใหญ่ที่พันธนาการและตีกรอบเสรีภาพ
พวกมันไว้อย่างแน่นหนา
แต่สัตว์เหล่านั้นกลับสูญเสียสัญชาตญาณบางอย่างอย่างไม่มีวันกลับคืน
มันหาอาหารเองไม่เป็นอีกต่อไปแล้ว!
ทุกวันมันต้องรออาหารจากนายพราน
และตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ สิ่งที่พวกมันได้เป็นเพียง “เศษ” อาหาร ไม่มีมื้อไหนที่อาหาร
อร่อยแสนวิเศษเท่าวันที่นายพรานเคยให้พวกมันลิ้มลองในวันโค่นมหาไม้อีกเลย!
พวกมันในกรงคิดถึงและนึกอิจฉาช้าง เสือโคร่ง ลิง นก ผึ้ง และกระต่ายบางตัว
ที่เมื่อ 10 ปีก่อนมองการกระทำของพวกมันด้วยความสมเพชแล้วหันหลังกลับ
เข้าป่าด้วยความสิ้นหวัง
มันอยากกลับไป แต่ก็ติดลูกกรงหนาใหญ่และกลัวอดตาย
มันอยากออกไปขยี้ขย้ำชำแหละนายพรานจอมหลอกลวงให้แหลกเละ แต่ก็ติด
ลูกกรงหนาใหญ่และกลัวอดตาย
นายพรานในชุดสูทที่ตัดเย็บสุดประณีตโดยดีไซเนอร์ระดับโลกเดินถือแก้วไวน์
สุดหรูมาหน้ากรง มองสบสายตาหดหู่วิงวอนขอความเมตตาของฝูงสัตว์ป่านับแสน
ในกรงใหญ่ยักษ์ที่อยู่ภายใต้การดูแลของเขามานับ 10 ปี
“ไงพวกมึง จะแดกอีกแล้วเหรอ พอเหอะ ขอกูแดกแล้วยังจะแดกเยอะอีก
เดี๋ยวก็ปล่อยให้ไปหาแดกเองแม่งซะเลย” นายพรานเดินซดไวน์จากไป
ตอนนี้สรรพสัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลายที่เดินวนอย่างเลื่อนลอยไร้จุดหมาย
อยู่ในกรงของนายพรานเริ่มรู้สึกตัวว่า “ไม่น่าช่วยไอ้คนจองหองพรรค์นี้
โค่นมหาไม้และออกจากป่ามาอยู่กับมันเลย ให้ตายสิวะ!”
อ่านแล้วอยากขอต่อเรื่องหน่อย(เถอะ)ค่ะ
ขณะนายพรานโค่นมหาไม้อยู่
ในมุมป่า มีนักพรตนั่งบำเพ็ญศีลอยู่ตรงนั้นนานหลายปีแล้ว
เมื่อนักพรตไม่ใช่พระ เขานั่งภาวนาคำสาบแช่ง ขอให้นายพรานได้รับผลกรรม
“อีกไม่นานหรอก” หุหุหุ
อึม! น่าคิดนะ…….
T_T
-เป็น short story symbol ที่เข้าท่าทีเดียว
-เป็น style การเขียนของ “โรงน้ำชา” ที่ดูจะยกระดับเป็น “โรงเบียร์” แล้วซินะ
-เป็นความต่างในความคล้ายระหว่าง “มหาไม้” กับ “อวตาร” รึไง?
-เป็นคำพยากรณ์หรือไม่…ไม่รู้นะ แต่รู้สึกน่าจะมีภาคต่อ…ว่ามั้ย?