Text-Symbol 7

เมษายน 19, 2012

ประโยคสัญลักษณ์ (Text-Symbol) โดย โรงน้ำชา (17-4-2555)
ประโยคสัญลักษณ์ที่ 7 – ก้อนหินที่ถูกร่อน

     สายลมเย็นแผ่วพลิ้วโชยเอื่อย ไอแดดอุ่นอ่อนส่องสอดเล็ดลอด
ผ่านช่องว่างระหว่างกลีบใบไม้เขียวฉ่ำ ฉาบกระทบพื้น
ขับกลิ่นดินชุ่มน้ำกรุ่นคลุ้งมาคลุกคลอกับเสียงสายน้ำรินไหล
     สายน้ำในลำธารกลางมวลหมู่แมกไม้เย็นฉ่ำชื่น
ระลอกคลื่นลอนเล็กสะท้อนล้อแดดวับวามราวริ้วน้ำเต้นระบำ
ผืนน้ำใสแจ๋วราวกระจกโปร่งแสง เห็นก้อนหินผิวมนเกลี้ยงหลากสี
ที่ก้นลำธาร ปลาตัวเล็กตัวน้อยเพริดพราดแหวกว่ายย้ายขบวน
ไปเป็นฝูง
     แผ่นหินริมลำธารขนาดเหมาะมือถูกเด็กชายวัยกำลังซน
หยิบขึ้นมา เด็กชายโยนเล่นในอุ้งมือน้อยๆ คะเนน้ำหนัก หรี่ตา
มองผืนน้ำตรงหน้าแล้วเงื้อมือร่อนแผ่นหินเรี่ยผิวน้ำ
     แจ๊ะ! แจ๊ะ! แจ๊ะ! แจ๊ะ! แจ๊ะ!…จ๋อม! แผ่นหินกระทบแผ่นน้ำ
แล้วชิ่งกระดอนขึ้นมาลอยละล่องไปต่ออีกถึง 5 ครั้งก่อนจะ
อ่อนแรงทิ้งตัวมุดจมหายลงในสายธาร
     “เย้!” เด็กชายร้องดีใจลั่นกับกลุ่มเพื่อนวัยเดียวกัน
อีก 3-4 คนที่ถือหินกันคนละก้อน
     “ได้ตั้ง 5 ครั้งแน่ะโว้ย!” เด็กชายอวดเพื่อนๆ ด้วยความ
ตื่นเต้น
     แก๊งเด็กชายวัยซนสลับผลัดเปลี่ยนกันร่อนหินกระทบชิ่ง
ผิวน้ำด้วยความสนุกสนาน แต่เล็งเหลี่ยมพลิกมุมยังไงก็ยัง
ไม่มีใครทำลายสถิติกระทบชิ่ง 5 ครั้งของเด็กชายคนนั้นลงได้
     เด็กหญิงวัยกระเตาะหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก น้องสาวตัวน้อย
ของเด็กชายเจ้าของสถิติ 5 ชิ่งมองดูพี่ชายและกลุ่มเพื่อน
ร่อนหินเฮฮาสนุกสนานก็นึกสนุกอยากลองบ้าง
     สาวน้อยหยิบก้อนหินที่ริมลำธารขึ้นมา 1 ก้อน
โยนเล่นในมือเพื่อคะเนน้ำหนักตามอย่างพี่ชาย ทำท่าหรี่ตา
เล็งมุมกับผิวน้ำตรงหน้าตามอย่างพี่ชายของเธอ แล้ว…
     ฟึ่บ!
     อุ้งมือน้อยๆ ของเธอร่อนหินก้อนนั้นออกไป…
     …
     เจ้าก้อนหินก้อนน้อยก้อนนี้ฝังตัวอยู่ในดินอ่อนชุ่มริมตลิ่ง
ลำธารสายนี้มานานแล้ว มันชอบเห็นเด็กๆ กลุ่มนี้มาเล่นร่อนหิน
กระทบชิ่งผิวน้ำแล้วหัวเราะสนุกสนาน เฝ้ารอคอยว่าวันไหน
เด็กคนไหนจะลองหยิบมันขึ้นมาให้มันได้ลองพิสูจน์ฝีมือบ้าง
     มันแค่อยากรู้ว่ามันจะทำได้มั้ย มันจะกระทบชิ่งผิวน้ำ
แล้วเหินละล่องต่อไปได้ไกลสักแค่ไหน แล้วเด็กๆ จะมีความสุข
สักแค่ไหนถ้ามันไปได้ไกลกว่า 5 ครั้ง!
     ติดแค่ว่าแม้ผิวมันจะมนเกลี้ยง แต่รูปร่างมันไม่ค่อยจะ
แบนราบสักเท่าไหร่ จริงๆ แล้วรูปร่างของมันขยับกระเดียด
เฉียดไปทางกลมมนซะด้วยซ้ำ
     แต่มันก็ยังหวังและเฝ้ารอวันที่ใครสักคนจะให้โอกาสมันได้ลองดู!
     และวันนี้…ก็คือวันนั้น!
     มือน้อยๆ ของเด็กหญิงตัวเล็กค่อยๆ หยิบมันขึ้นมา
ปัดเศษดินชื้นฉ่ำออกจากผิวเกลี้ยงมนของมัน แววตาเธอ
ตั้งความหวังไว้กับหินก้อนนี้อย่างเต็มที่
     เธอโยนมันเล่นในมือเพื่อคะเนน้ำหนักตามอย่างพี่ชาย
ทำท่าหรี่ตาเล็งมุมกับผิวน้ำตรงหน้าตามอย่างพี่ชายของเธอ
แล้ว…
     ฟึ่บ!
     อุ้งมือน้อยๆ ของเธอร่อนหินก้อนนั้นออกไป…
     ฟ้าว…ว…
     ก้อนหินกลมมนพุ่งถลาแหวกฝ่ามวลอากาศตรงสู่ผืนน้ำเบื้องหน้า!
สายตากลุ่มเด็กชายหญิงที่ริมตลิ่งเฝ้ามองการเดินทางของมันไม่กะพริบ!
     มันต้องทำได้! มันต้องทำให้ได้!
     เส้นทางการลอยเริ่มลดลงเรี่ยพื้นผิวลำธาร เด็กหญิงมองตาม
แทบลืมหายใจ!
     ผิวกลมเกลี้ยงของมันสัมผัสผิวน้ำแผ่วเบา ละอองน้ำ
ซ่านกระเซ็นเป็นสาย แล้ว…
     เด็กหญิงตาลุกโพลง กำมือแน่น!
     ต๋อม!
     เสียงตกน้ำดังสนั่น ก้อนหินมุดลงใต้แผ่นน้ำทันที
โดยไม่มีโอกาสกระดอนต่อไปได้แม้แต่ครั้งเดียว!
     “ฮ่าๆๆๆๆๆ” กลุ่มเด็กชายหัวเราะลั่นพร้อมกัน
เด็กหญิงตัวน้อยยืนหน้าเบ้เสียใจที่ร่อนก้อนหินได้ไม่สำเร็จ
     “ไม่เป็นไรนะ” พี่ชายเดินมาปลอบใจน้องสาวด้วยรอยยิ้ม
     “เดี๋ยวไว้ค่อยลองใหม่ก็ได้”
     น้องสาวยิ้มหวานให้ พยักหน้าตอบ “อื้ม”
     …
     “ใช่” เจ้าก้อนหินกลมเกลี้ยงที่ตอนนี้ลงไปนอนนิ่งอยู่ใต้ลำธารคิด
“เดี๋ยวไว้ค่อยลองใหม่ก็ได้”
     มันไม่ใช่ความผิดของเด็กหญิงหรอก ไม่ใช่ความผิดของ
เจ้าก้อนหิน และไม่ใช่ความผิดของลำธาร
     มันแค่ยัง…ไม่เหมาะสมกับสิ่งที่ถูกคาดหวัง!
     เจ้าก้อนหินจะฝังตัวอยู่ตรงนี้ ให้กระแสน้ำในลำธารค่อยๆ
ผ่านพัดขัดกร่อนจนรูปร่างที่กลมกลึงของมันแบนราบลง แล้วสักวันหนึ่ง
สายน้ำหรืออะไรก็ตามคงพัดพามันขึ้นไปฝังตัวอยู่บนเนินดินริมตลิ่งอีกครั้ง
     วันนั้น…
     มันคงทะยานไปได้ไกลกว่าที่เด็กเล่นร่อนหินคนหนึ่งจะคาดหวังด้วยซ้ำ!


ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: