Text-Symbol 3

ธันวาคม 13, 2011

ประโยคสัญลักษณ์ (Text-Symbol) โดย โรงน้ำชา (10-12-2554)
ประโยคสัญลักษณ์ที่ 3 – ไอ้ป้ายเอ๊ย

     วันหนึ่ง…
     จู่ๆ ถนนทุกเส้นในกรุงเทพมหานครเกิดความโกลาหลอลหม่าน
ยิ่งกว่าตำรวจมาตั้งด่านให้รถติด
     รถติดยาวเหยียดสุดสายตา ผู้คนสับสนงงงวย บางคนที่
หงุดหงิดจนเลือดขึ้นหน้าปรี่ลงจากรถมาทะเลาะด่าทอกันวุ่นวาย
เสียงแตรดังลั่นไม่ขาดสายไปทุกซอกซอย รถเบียดเฉี่ยวชน
กระจายเป็นหย่อมๆ ทั่วกรุงเทพฯ
     สาเหตุของความวิปริตวายป่วงทางถนนครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด
ในประวัติศาสตร์ชาติไทยครั้งนี้เกิดจากทุกคนขับรถ “หลงทาง”
อย่างพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย
     และสาเหตุของการหลงทางครั้งร้ายแรงที่สุดของคนกรุงเทพฯ
ทั้งเมืองในครั้งนี้เกิดจาก…
     “ป้ายบอกทาง”
     …
     ป้ายบอกทางทั่วกรุงเทพฯมีลูกศรกำกับชัดเจนว่าจะเดินทางไปไหน
ต้องไปทางไหน ถูกสร้างและติดตั้งขึ้นมารับใช้อำนวยความสะดวกสบาย
ให้คนขับรถใช้ถนน
     อยู่มาวันหนึ่ง คณะป้ายบอกทางทั้งกรุงเทพฯเกิดทะลึ่งทำตัว
เหลวไหลไร้ความรับผิดชอบแบบไร้ยางอาย เปลี่ยนทิศทางลูกศร
บนป้ายตัวเองโดยไม่สนใจใคร ไม่ว่าจะเป็นป้ายที่รับผิดชอบบอก
ทางลัดตามตรอกซอกซอย ป้ายที่รับผิดชอบบอกทางบนทางด่วน
ป้ายที่รับผิดชอบบอกทางบนถนนทั่วไป ทุกป้ายบนถนนทุกเส้น
จู่ๆ ก็เกิดอยากทำตามใจตัวเองโดยที่หลงลืมไปว่าหน้าที่รับผิดชอบ
ของมันคืออะไร
     แล้วรถทุกคันในกรุงเทพฯก็ “หลงทาง” อย่างพร้อมเพรียงกัน
โดยไม่ได้นัดหมาย
     วันนั้น…คนขับรถทุกคนจึงกลับมาทบทวนตัวเองว่า
     “เรายังจะต้องพึ่งป้ายบอกทางพวกนี้มั้ย”
     ในเมื่อจริงๆ ทุกคนรู้อยู่แล้วด้วยความคุ้นเคยว่าจะไปที่ไหน
ต้องขับรถไปทางไหน
     …
     คณะป้ายบอกทางทั้งหลายยังคงทำตัวไร้สาระเรื่อยเปื่อย
ไม่สร้างประโยชน์ใดๆ ให้คนใช้รถอย่างต่อเนื่อง แต่ละวันลูกศร
บนป้ายชี้ซี้ซั้วมั่วซั่วไม่ซ้ำทาง
     แต่วันนี้ไม่มีใครโง่พอจะไปพึ่งพิงป้ายเลวเหล่านั้นอีกแล้ว
ทุกคนขับรถไปไหนมาไหนตามความคุ้นเคยและเชื่อการเลือกเส้นทาง
ของตัวเองมากกว่าแหงนหน้าดูป้ายบอกทาง
     ไม่มีปัญหาแบบเดิม ปัญหาที่ทุกคนหลงทางพร้อมกัน
รถติดสนั่นทั่วเมือง ผู้คนทะเลาะเบาะแว้ง เสียงบีบแตรด่าทอลั่นถนน
รถเบียดเฉี่ยวชนอลหม่าน
     เมื่อป้ายไม่สร้างประโยชน์ใดๆ บอกทางตามหน้าที่ไม่ได้
     “ป้าย” จึงค่อยๆ ถูก “ปลด”
     จนวันหนึ่ง…
     ถนนทุกสายก็ไม่มีป้ายอีกเลย!


ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: