Text-Symbol 9

มิถุนายน 20, 2012

ประโยคสัญลักษณ์ (Text-Symbol) โดย โรงน้ำชา (16-6-2555)
ประโยคสัญลักษณ์ที่ 9 – คนปากดี

     “ไอ้แดงเอ๊ย ปากลูกนี่มันดีจริงๆ!”
     พ่อเอ่ยปากชมเปาะหัวเราะร่วนในบ่ายวันหนึ่งตอนที่แดง
อายุได้ประมาณ 5 ขวบ
     วันนั้นพ่อของแดงถูกหวย
     พ่อซื้อหวยตอนสายๆ ในวันนั้น วันหยุดที่พ่อพาแดงไป
ตลาดนัดแถวบ้าน
     “พ่อถูกหวยแน่ๆ” แดงบอกพ่อ ยิ้มร่าประสาเด็ก
     แล้วพ่อ…ก็ถูกหวยจริงๆ!
     หลังจากถูกหวย พ่อ แม่ และแดง ไม่ได้คิดอะไรมาก
เชิญชวนเพื่อนบ้านเฮโลมาเฮฮาสนุกสนานกับการฉลอง
ประสาคนถูกหวย
     จน 3 ปีต่อมา แดงถึงเริ่มรู้สึกมากขึ้นจนแน่ชัด…
     เขามีอะไรบางอย่างที่ไม่เหมือนคนทั่วไป!
     แดงในวัย 8 ขวบรู้แล้วว่า…
     ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรออกไป
     มันจะเกิดขึ้นจริง!
     …
     “เดี๋ยวคุณย่าก็หายนะครับ” แดงบอกคุณย่าที่นอนป่วย
ลมหายใจรวยรินให้น้ำเกลืออยู่โรงพยาบาล
     เย็นวันนั้น โรงพยาบาลโทรศัพท์บอกให้พ่อแม่ของแดง
มารับคุณย่ากลับบ้านได้เลยโดยไม่ได้สั่งยาอะไรให้ต้องมากินต่อ!
     แรกเห็นตอนไปรับที่โรงพยาบาล ย่าของแดงหน้าตาสดชื่น
ราวไม่เคยนอนป่วยซมมาก่อน ส่วนคุณหมอหน้าตางงๆ
     “ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพ่อกับแม่เธอเค้าก็คืนดีกัน” แดงปลอบใจ
เพื่อนผู้หญิงร่วมชั้นเรียนที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียใจ
เพราะพ่อแม่ของเธอทะเลาะกันรุนแรงในวันหนึ่ง
     “เดี๋ยวก็คืนดีกัน” แดงยิ้ม ย้ำให้เด็กหญิงมั่นใจอีกที
     เช้าวันต่อมา เธอยิ้มร่ามาโรงเรียนโดยมีพ่อแม่มาส่ง
     “เดี๋ยวมันก็กลับมาครับ” แดงบอกคุณน้าข้างบ้านที่กำลังตะโกน
เรียกเจ้าหมาจอมซนที่ไม่รู้ว่าวิ่งออกจากบ้านแล้วหายไปไหน
แต่คุณน้าข้างบ้านยังไม่รู้สึกสบายใจกับคำปลอบของแดงเท่าไหร่
หมาตัวก่อนที่เขาเลี้ยงก็เคยวิ่งหายไปจากบ้าน รู้อีกทีมันก็นอน
ลิ้นห้อยเป็นศพกลางถนนอยู่ที่ปากทางเข้าหมู่บ้านเสียแล้ว
     แต่แล้วหมาตัวใหม่ของคุณน้าข้างบ้านก็วิ่งรี่กระดิกหางกลับมา
ไม่นานหลังจากที่แดงพูดคำปลอบใจออกไป
     บางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องบังเอิญ แต่จากหลายๆ ครั้ง
หลายๆ เหตุการณ์ที่เขาเจอมา แดงมั่นใจแล้วว่า เขาสามารถ
เปล่งเสียงพูดบันดาลให้อะไรเกิดขึ้นก็ได้
     เขาเป็น “คนปากดี” จริงๆ!
     …
     แดงเก็บความสามารถนี้ไว้เป็นความลับจนเรียนจบปริญญาโท
เขากลัวว่าถ้าขืนใครมาล่วงรู้ถึงพลังพิเศษของเขา อาจบังคับเขา
ให้ใช้มันในทางที่เลวร้ายได้
     เขาจึงใช้พลัง “ปากดี” ที่สวรรค์ประทานมาสร้างสรรค์แต่เรื่องดีๆ
สวยงาม
     อย่างลับๆ…
     แดงพูดให้คนที่ป่วยหนักๆ หายดีมาได้หลายครั้ง
     พูดให้พ่อแม่สุขภาพดี แข็งแรง
     พูดให้เด็กจนๆ ได้มีกิน
     พูดให้เพื่อนที่ทะเลาะกันกลับมาคืนดีกัน
     พูดให้อุบัติเหตุที่กำลังจะเกิดขึ้นตรงหน้ามีอันต้องแคล้วคลาดไป
     แดงพยายามใช้พลังพิเศษทำสิ่งต่างๆ รอบตัวให้ดีขึ้น และเขาก็คิดว่า
มันดีขึ้นจริงๆ
     จนวันหนึ่ง…
     พ่อแดงตาย!
     พ่อเลิกงานในดึกคืนหนึ่งและกำลังขับรถกลับบ้านตามปกติ
     เพียงเสี้ยววินาทีที่เด็กแว้นขาซิ่งบิดตวัดปาดหน้า พ่อแดงกระทืบเบรก
กระชากพวงมาลัยหลบพร้อมๆ กับสะบัดตาไปมองกระจกข้าง
     รถพ่วงพุ่งตรงมาจากข้างหลัง!
     ตูม!
     รถพ่วงคันยักษ์ชนโครมเข้าส่วนหัวของรถพ่อแดง
กระแทกรถให้หมุนเอากลางคันไปอัดกับตอม่อสะพานลอยกลางถนน
เสียงดังสนั่น!
     มอเตอร์ไซค์แว้นหันมามองแล้วรีบยกล้อบิดหนี
     …
     แดงกับแม่กลับมาบ้านหลังจากงานเผาศพพ่อ ชายหนุ่มทิ้งตัว
ลงบนเตียงในห้องตัวเองแล้วหลับไปด้วยความล้าเหนื่อย
     แดงลืมตาตื่นมาอีกทีตอนเกือบตี 2
     แม่หลับไปแล้ว แดงลงมาข้างล่าง หยิบกุญแจรถแล้วขับออกไป…
     …
     กลุ่มเด็กแว้นนับร้อยคันรวมตัวกันบนถนนสายใหญ่สายหนึ่ง
บิดแข่งไปซิ่งมาด้วยความคะนอง ท่อไอเสียที่ถูกปรับแต่ง
แข่งกันแผดเสียงตวาดดังลั่น
     ในรถของแดงไอแอร์เย็นฉ่ำ เพลงแจ๊ซเบาๆ ลอยลอดออกจาก
ลำโพงมาขับกล่อมย้อมหู
     ชายหนุ่มค่อยๆ ขับรถผ่านกลุ่มเด็กแว้นด้วยความเรียบร้อย
แบบคนไม่อยากมีเรื่อง
     แดงมองตรงไปข้างหน้า ไม่แม้แต่จะเหลียวไปมองแก๊งค์เด็กแว้น
นับร้อยที่ขับผ่านไปมาและจอดรออยู่รายรอบ
     “มึงไปตายห่ากันให้หมดเลยไป!” แดงพูดเบาๆ กับตัวเอง
แต่มวลเสียงอัดแน่นไปด้วยความอาฆาต!
     แล้วเขาก็ขับรถกลับบ้าน
     …
     “แว้นซิ่งสังเวยรถแก๊ส ย่างสดดับนับร้อย!” คือพาดหัวหน้า 1
หนังสือพิมพ์วันรุ่งขึ้น
     แดงแสยะยิ้มสะใจกับข้อความนั้น
     เขาได้แก้แค้นให้พ่อแล้ว
     แต่ไม่…
     เขายังต้องทำต่อไป
     กากเดนสังคมมันยังเยอะนัก เขาต้องใช้พลังพิเศษของเขา
ทำให้บ้านเมืองนี้มันดีขึ้น!
     คนดีๆ อย่างพ่อเขาจะได้ไม่ต้องเดือดร้อน ญาติพี่น้องของคนดีๆ
จะได้ไม่ต้องเสียใจ
     “คนปากดี” อย่างเขานี่แหละ จะจัดการพวกมันให้เรียบ!
     แดงตั้งปณิธานลับๆ ไว้แบบนั้น
     “เดี๋ยวมึงโดนรถชนแน่” แดงพูดเบาๆ เมื่อเห็นเด็กโตไถเงิน
เด็กเล็กข้างโรงเรียน
     “ตำรวจยิงมึงตายแน่” เมื่อเห็นโจรปล้นร้านทอง
     “รถมึงคว่ำแน่” เมื่อเห็นคนขับรถเมล์ซิ่งแบบลืมตาย
     “เอากันให้ตายให้หมดเลยนะ อย่าให้รอดสักคนเลยนะ” เมื่อเห็นวัยรุ่น
ยกพวกตีกัน
     “ตกลงมาตายแน่” เมื่อเห็นคนเมายาบ้าปีนขึ้นป้ายโฆษณา
     “ไฟไหม้ตายห่าหมดแน่” เมื่อเห็นเด็กโดดเรียนมาสุมกันอยู่ที่ร้านเกม
     “ชน!” “พลิก!” “ล้ม!” “คว่ำ!” “ตาย!” เมื่อเห็นเด็กแว้น
     ทุกอย่างเป็นไปตามที่ปากชายหนุ่มบัญชา!
     แดงทำอย่างนี้อยู่นานหลายปี จนเขาเริ่มรู้สึกว่าสังคมกำลังดำเนินไป
ในแนวทางที่ดีอย่างที่คิดด้วยพลังพิเศษของเขา
     แต่แดงกำลังโดนบางอย่างเล่นงานโดยที่เขาก็ไม่รู้ตัว
     เขามองไม่เห็นสิ่งที่มันกำลังเล่นงานเขาอยู่ด้วยซ้ำ
     “เดี๋ยวแม่งโดนไล่ออก” ชายหนุ่มเปรยเบาๆ กับตัวเอง หลังได้ฟัง
คำขอโทษขอโพยจากเด็กเสิร์ฟในร้านข้าวต้มกุ๊ยที่เอาเงินมาทอนเขาไม่ครบ
     แล้วเด็กเสิร์ฟคนนั้นก็โดนไล่ออกจริงๆ
     “จอดรถอย่างนี้ไปตายดีกว่าไป!” แดงบ่นเจ้าของรถที่จอดขวางเขา
แล้วดันเข้าเกียร์ด้วยความโมโห ทำให้เขาเสียเวลาไปเป็นชั่วโมง เขาคิดว่า
คนนิสัยมักง่ายแบบนี้อยู่ไปก็รกโลก
     ผัวะ!
     เจ้าของรถคันนั้นกระแทกหมัดเข้ากรามแดงไป 1 ที
     แดงหน้าหันสะบัดตามแรงชก แต่แสยะยิ้ม
     วันต่อมา ทุกคนบนรถคันนั้นตายพร้อมกันในอุบัติเหตุสุดสยอง
สนองโทสะแดง
     ทุกวันนี้เลยมีคนธรรมดาๆ ทั่วไปตายด้วยสาเหตุแปลกๆ เยอะขึ้น
คนเลวๆ ตายหมู่เยอะขึ้น เกิดเรื่องเลวร้ายรุนแรงแปลกๆ เยอะขึ้น
ทุกคนตกอยู่ในความระแวงและหวาดกลัว
     มีเพียงแดงที่คิดว่าสังคมกำลังดีขึ้นอย่างที่เขาคิดว่ามันควรจะเป็น
     …
     ค่ำคืนหนึ่งที่อากาศอบอ้าว
     แดงนัดเพื่อนสมัยเรียนปริญญาโทด้วยกันมานั่งกินดื่มผ่อนคลาย
ชายหนุ่มจอดรถแล้วเดินข้ามถนนอย่างสบายใจ
     ปี๊น…น…น…น…!
     เสียงแตรจากรถกระบะขนของที่กำลังทะยานเข้าหาแผดลั่นยาวนาน
     แสงไฟหน้ารถส่องสาดไปบนใบหน้าพรั่นพรึงและดวงตาเบิกโพลง
ของชายหนุ่ม
     “เหี้ย!” แดงโพล่งลั่นโดยสัญชาตญาณ
     “ไปชนคนอื่น!”
     คนขับควงพวงมาลัยหักหลบ รถพุ่งตรงเข้าฟุตปาธฝั่งตรงข้าม
     ตูม!
     กริ๊งๆๆ…
     กระดิ่งทองเหลืองลอยคว้างในอากาศ ไอติมแท่งราคาถูกปลิวว่อน
ตกละลายแหลกเละเกลื่อนถนน คนเข็นรถขายไอติมถูกรถกระบะ
ขยี้ตายคาที่!
     แดงมองอุบัติเหตุที่เพิ่งเกิดขึ้นตรงหน้า ก้าวขาจะเดินหนี
     จู่ๆ เขาทรุดฮวบร่วงลงไปกองกับพื้นถนน
     …และไม่หายใจอีกเลย!
     …
     “เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณยายก็หายแล้วก็กลับบ้านได้แล้วนะ” หมอปรีชา
บอกคนป่วยด้วยรอยยิ้มอบอุ่น คนไข้หญิงวัยชราที่นอนครอบ
หน้ากากออกซิเจนหมดสติอยู่บนเตียงไม่ตอบรับหรือปฏิเสธอะไร
     แต่หมอปรีชามั่นใจ
     ถ้าเขาบอกว่าหาย คนไข้จะหาย
     มันเป็นอย่างนั้นเสมอมา
     หลังเดินเยี่ยมคนไข้เป็นครั้งสุดท้ายของวัน หมอปรีชาทิ้งตัว
ลงนั่งในห้องพัก พลิกหนังสือพิมพ์หน้า 1 ขึ้นมาอ่าน
     “ขอโทษจริงๆ นะ” หมอปรีชาเปรยเบาๆ กับตัวเองเมื่อเห็นพาดหัว
     “แต่ถ้าใช้สิ่งที่มีทำเรื่องดีๆ ไม่ได้…”
     หมอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
     “ก็ตายไปซะดีกว่า”
     คืนนั้น…คืนที่อากาศอบอ้าว
     แดงมองอุบัติเหตุที่เพิ่งเกิดขึ้นตรงหน้า ก้าวขาจะเดินหนี
     จู่ๆ เขาทรุดฮวบร่วงลงไปกองกับพื้นถนน
     …และไม่หายใจอีกเลย!


ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: