Text-Symbol 8

พฤษภาคม 20, 2012

ประโยคสัญลักษณ์ (Text-Symbol) โดย โรงน้ำชา (20-5-2555)
ประโยคสัญลักษณ์ที่ 8 – ชายผู้ไม่เคยได้ยินเสียงไก่ขัน

     “เอ้ก อี เอ้ก เอ้ก เจ้าไก่ขนหลากสีสวยงามโก่งคอ
แผดเสียงขันสนั่นลั่น ปลุกทุกคนในหมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขา
ให้ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาสัมผัสกับจุมพิตแรกของแสงอาทิตย์…”
     เสียงพ่อของ “ตุน” ที่เคยอ่านหนังสือนิทานให้ฟังเมื่อตอน
เด็กๆ ยังดังแว่วอยู่ในหูของเขาที่ตอนนี้เติบโตขึ้นมาเป็นชายหนุ่ม
ในวัยทำงาน
     ดึกแล้ว แต่ตุนยังนอนลืมตาอยู่บนที่นอนในบ้านพักพนักงาน
ของบริษัทแห่งหนึ่ง ย้อนคิดถึงช่วงวัยเด็กที่ผ่านมา วัยเด็ก
ที่นำพาเขามาอยู่ตรงนี้…
     “เสียงไก่ขันมันเป็นยังไงอ่ะครับ” ตุนในวัยเด็กถามพ่อ
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เด็กน้อยที่เกิดและเติบโตมาใน
เมืองใหญ่ไม่เคยได้ยินเสียงอย่างที่พ่ออ่านจากหนังสือ
นิทานประกอบภาพให้ฟังมาก่อน
     “ก็…เอ่อ…เอ้ก อี เอ้ก เอ้ก ไงลูก” ผู้เป็นพ่อก็ได้แต่ทำเสียง
ตามเสียงวรรณยุกต์ที่เห็นในหนังสือเพราะคนที่ใช้ชีวิตอยู่แต่
ในเมืองมาตั้งแต่เกิดอย่างเขาก็ไม่เคยได้ยินเสียงไก่ขันจริงๆ
มาก่อนเหมือนกัน
     จะว่าไป…ทุกวันนี้ไม่มีใครเคยได้ยินเสียงไก่ขันจริงๆ
เลยสักคน!
     ตุนเก็บความสงสัยไว้ในใจตั้งแต่วันนั้น ความสงสัยที่อยาก
ใคร่รู้ว่าเสียงไก่ขันจริงๆ นั้นเป็นยังไง มันจะไพเราะและช่วยให้เขา
ตะเกียกตะกายไสตัวขึ้นจากที่นอนด้วยความสดใสได้มากกว่าเสียง
ปิ๊บ! ปิ๊บ! ปิ๊บ! ปิ๊บ! ของนาฬิกาที่ปลุกเขาอยู่ทุกเช้าหรือเปล่า
     …
     ปิ๊บ! ปิ๊บ! ปิ๊บ! ปิ๊บ! เสียงนาฬิกาปลุกแผดขึ้นตรงเผง
ตามเวลาที่ถูกโปรแกรมไว้
     ตุนค่อยๆ สะลึมสะลือหรี่ปรือเปลือกตาขึ้นมาด้วยความง่วงงึม
     “เจ็ดโมงแล้วเหรอ” ชายหนุ่มพึมพำเมื่อชำเลืองไปเห็นตัวเลข
ของนาฬิกาดิจิตอลหัวเตียงส่องสว่าง
     เป็นอีกหนึ่งวันทำงานตามปกติ
     แต่วันนี้ ตุนจะทำให้มันไม่ปกติ!
     …
     ตุนเข้ามาทำงานที่นี่ตั้งแต่เรียนจบ ที่นี่เป็นบริษัทผลิต
อาหารแช่แข็งส่งออกรายใหญ่ที่สุดของประเทศ
     ชายหนุ่มจากเมืองใหญ่เลือกมาประจำการอยู่ที่ฐานผลิต
ในต่างจังหวัด เพราะเคยได้ยินหลายๆ คนที่ฟังมาจากคนอื่น
ที่ไปได้ยินมาจากคนอื่นซึ่งบังเอิญไปได้ยินมาจากคนอื่นอีกที
บอกว่าตื่นเช้ามาก็จะได้ยินเสียงไก่ขันทุกเช้า บรรยากาศดีมาก
     ตุนย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วยความตื่นเต้นที่จะได้ยินเสียงไก่ขันจริงๆ
เป็นครั้งแรกในชีวิต
     อยู่มาจะแปดปีแล้ว…เขายังไม่เคยได้ยินเสียงอะไรใกล้เคียง
กับเสียงที่พ่อเคยอ่านนิทานให้ฟังตอนเด็กๆ เลยแม้แต่ครั้งเดียว
     แล้วก็เพิ่งมารับรู้เมื่อเร็วๆ นี้ว่า…
     “ไม่มีใครเค้าเลี้ยงไก่กันมาตั้งนานแล้ว” ลุงแก่ๆ ชาวบ้านแถว
บ้านพักพนักงานเคยบอกกับตุนตอนที่เขาถามถึงเสียงไก่ขัน
     “ว่ากันว่ามันโตไม่ทันไก่นายทุนเค้า เนื้อก็น้อย เหนียว ลีบติด
กระดูก ขายไม่ได้ ชาวบ้านเราไม่มีตังค์ซื้อยามาฉีด ซื้อยามาผสม
หัวอาหารให้ไก่กินแบบนายทุน ไอ้หนุ่มอยากฟังเสียงไก่ขันเหรอ
นู่น เอ็งต้องเข้าไปในหมู่บ้านลึกๆ ในป่าในหุบนู่นแน่ะ ถึงจะมีเลี้ยง
ไก่กัน อันนั้นเลี้ยงเอาไว้เชือดกินเอง ลุงไม่เคยเห็นหรอกนะ
ได้ยินเค้าเล่าต่อๆ กันมา”
     “แล้วลุงเคยได้ยินเสียงไก่ขันจริงๆ รึเปล่า” ตุนถามแล้วลุ้นรอ
ฟังคำตอบ
     “ไม่เคยหรอก” ลุงตอบด้วยรอยยิ้มที่ซ่อนอยู่หลังดงหนวดหงอกขาว
“แต่ปู่ของลุงเคยเล่าให้ฟังว่าเสียงมันดังกังวาน ใส เพราะมาก เสียงไก่ขัน
มันจะดังมาพร้อมแดดอุ่นๆ ตอนเช้า”
     ตุนยิ้มตาม
     “ลุงก็อยากได้ยินบ้างซักครั้งในชีวิต ไม่รู้จะมีวาสนาเหมือนปู่ของลุง
รึเปล่า” ลุงรำพึงปลงๆแล้วหันมาถามตุน
     “อ้าวแล้วไอ้หนุ่มทำงานอยู่ในฟาร์มไก่ของนายทุนไม่ใช่เหรอ
แล้วทำไมไม่เคยได้ยินเสียงไก่ขัน”
     “ในนั้นมันเป็นฟาร์มปิดลุง ผมว่าไก่จะขันมันต้องอยู่กับธรรมชาติ
มันต้องมีอารมณ์ที่อยากจะขัน”
     ตุนนึกถึงภาพไก่นับพันนับหมื่นตัวในโรงเลี้ยงที่ปิดตายขนาดใหญ่
     “ไก่ในนั้นมันไม่มีอารมณ์ ไม่มีความรู้สึก มันไม่ขันหรอกลุง”
     …
     ใกล้เวลาเลิกงาน ตุนเข้าไปในฟาร์มไก่ ถึงเวลาประเมินประจำวันว่า
ไก่ตัวไหนเหมาะที่จะเอาไปทำเป็นไก่แช่แข็งส่งออกต่างประเทศ
     การประเมินเสร็จสิ้น ไก่นับร้อยถูกส่งต่อไปโรงเชือดแล้วถูกส่งต่อไป
โรงแช่ ก่อนออกจากฟาร์ม ตุนแอบเอาไก่ขนาดไม่ใหญ่มากตัวหนึ่ง
หย่อนลงกล่องพลาสติกทึบแสงที่เตรียมมา
     แอบเอาออกจากฟาร์ม…
     แล้วพาไก่ตัวนั้นกลับบ้าน!
     ตุนเปิดกล่องออกมาด้วยความตื่นเต้น ค่อยๆ ประคองไก่ออกมา
เขาตัดสินใจเลี้ยงมันไว้ที่ระเบียงหลังชั้นสองของบ้าน เพราะจากกันสาด
ของระเบียงจรดขอบระเบียงที่เป็นรั้วปูนสูงขึ้นมาระดับเอวนั้นมี
ตะแกรงเหล็กกันขโมยปิดไว้
     ใจจริงเขาอยากเลี้ยงมันไว้นอกบ้าน ให้มันได้อยู่กับธรรมชาติจริงๆ
น่าจะดีที่สุด
     แต่ชายหนุ่มกลัวว่าไก่จะหนีหายไปก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงขัน
     ระเบียงหลังชั้นสองของบ้านจึงเป็นเหมือนกรงขนาดใหญ่ที่ไก่
จะสามารถเห็นต้นไม้ เห็นท้องฟ้า แสงแดดตอนเช้าส่องถึง
เพราะหลังบ้านของตุนเป็นทิศตะวันออก
     ตุนจัดที่ทางสภาพแวดล้อมให้ไก่ของเขาได้อยู่อย่างเป็นธรรมชาติ
เขาเอาดินดำมาเทกลบพื้นคอนกรีตของระเบียง โปรยข้าวเปลือกไว้
บนดินให้ไก่ได้คุ้ยเขี่ยจิกกิน วางถาดใส่น้ำและโต๊ะไว้มุมหนึ่งให้มันสามารถ
ขึ้นไปจิบน้ำหรือนั่งเพื่อมองออกไปเห็นธรรมชาติด้านนอก
อีกมุมวางกิ่งไม้ท่อนใหญ่ให้ไก่สามารถขึ้นไปเกาะเสมือนได้ไปนั่ง
อยู่บนต้นไม้
     ตุนไม่ลืมติดอุปกรณ์เล็กๆ สีดำวาวไว้ที่มุมหนึ่งของระเบียง…
     สองวันแรก
     ตุนไม่ได้ยินเสียงไก่ขันสักแอะ
     เขาคิดว่ามันคงยังไม่ชินกับการออกมาอยู่นอกฟาร์ม ต้องให้เวลา
ปรับตัวสักพัก
     …
     พั่บๆๆๆ
     เจ้าไก่ริมระเบียงตีปีกในเช้าวันหนึ่ง
     เอ้ก อี เอ้ก เอ้ก!
     เอ้ก อี เอ้ก เอ้ก!
     แดดตอนเช้าเยื้องแยงทะลุเปลือกตาที่ค่อยๆ ขยิบขยับเผยอขึ้นของตุน
     เอ้ก อี เอ้ก เอ้ก! เอ้ก อี เอ้ก เอ้ก!
     ตุนตาลุกโพลง!
     ปิ๊บ! ปิ๊บ! ปิ๊บ! ปิ๊บ! เสียงนาฬิกาปลุกแผดขึ้นตรงเผง
ตามเวลาที่ถูกโปรแกรมไว้
     ตุนวาดมือแหวกอากาศตบผางลงไปบนนาฬิกาปลุกเพื่อปิดเสียง!
     เอ้ก อี เอ้ก เอ้ก! เอ้ก อี เอ้ก เอ้ก!
     ชายหนุ่มเด้งผุดขึ้นจากที่นอน! พุ่งพราดไปเปิดประตูระเบียง
หลังชั้นสองของบ้านแล้วยืนตะลึง!
     เช้าวันที่ 6 หลังจากแอบเอาไก่ที่ไม่เคยขันออกมาจากฟาร์มปิด
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้เห็นและได้ยินกับตา!
     เจ้าไก่ขนหลากสีสวยงามโก่งคอแผดเสียงขันสนั่นลั่น
     เอ้ก อี เอ้ก เอ้ก! เอ้ก อี เอ้ก เอ้ก!
     ในที่สุด ตุนก็ได้สัมผัสเสียงไก่ขันของจริง มันช่างดังกังวานไพเราะ
และช่วยให้เขาตื่นเช้ามาสัมผัสกับไอแดดอุ่นๆ ด้วยความสดใสมากกว่า
เสียงสังเคราะห์ของนาฬิกาปลุกที่เขาได้ยินมาทั้งชีวิตเป็นไหนๆ
     ตุนยิ้มกว้าง ยืนหลับตาพริ้มแล้วสดับเสียงไก่ขันที่เขาเฝ้าคอย
มาทั้งชีวิตอย่างอิ่มใจ
     …
     วันต่อมา
     ชายหนุ่มแอบเอากล่องพลาสติกทึบแสงใบเดิมเข้าไปในฟาร์มปิด
ที่เต็มไปด้วยไก่นับพันนับหมื่นตัวอีกครั้ง
     เขามองซ้ายมองขวาจนมั่นใจว่าปลอดคน เปิดฝากล่องออก
     แล้วเทไก่ตัวนั้นลงไปในคอกที่ยังว่างอยู่!
     เจ้าไก่เดินวนไปมาในคอกสี่เหลี่ยมเล็กๆ อย่างงงๆ
     ตุนยิ้มให้แล้วหันหลังเดินจากไป
     …
     เลิกงานเย็นวันนั้น ตุนกลับมาบ้าน เก็บกวาดทำความสะอาด
ระเบียงหลังบ้านชั้นสองให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติ เอาเก้าอี้ผ้าใบ
ที่พับเป็นเตียงเอนได้มาวาง เอนหลังยืดขาแล้วจิบเบียร์เย็นๆ
     เขาเอาอุปกรณ์เล็กๆ สีดำวาวที่เคยติดไว้ตรงมุมหนึ่ง
ของระเบียงมาใกล้ๆ แล้วกดปุ่ม…
     เอ้ก อี เอ้ก เอ้ก! เอ้ก อี เอ้ก เอ้ก!
     เอ้ก อี เอ้ก เอ้ก! เอ้ก อี เอ้ก เอ้ก!
     เสียงไก่ขันดังก้องกังวานใสแจ๋วตามมาตรฐานไฟล์เสียง
ที่ถูกบันทึกด้วยระบบ High Definition ของอุปกรณ์อัดเสียง
ระดับไฮเอนด์
     เอ้ก อี เอ้ก เอ้ก! เอ้ก อี เอ้ก เอ้ก!
     เอ้ก อี เอ้ก เอ้ก! เอ้ก อี เอ้ก เอ้ก!
     เสียงไก่ขันที่อัดจากของจริงแท้ๆ เล่นวนซ้ำไปซ้ำมา ตุนยิ้มกว้าง
ด้วยความยินดี
     “เอาไปขายบริษัทใหญ่ๆ ให้เอาไปทำเป็นเสียงปลุกในโทรศัพท์
หรือนาฬิกา แม่ง! รวยเละเทะแน่ๆ ใครๆ แม่งก็อยากได้เสียงไก่ขัน
ไปปลุกตอนเช้า มันรู้สึกดีกว่าตั้งเยอะ” ชายหนุ่มจิบเบียร์เย็นฉ่ำ
     ส่วนเจ้าไก่ตัวนั้น…
     จากวันนี้ เมื่อมันโตได้ที่
     มันก็จะถูกเชือด แช่แข็ง แล้วส่งไปขายเมืองนอกตามปกติ!


ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: