Short Story 1

SAWMILL TRAGEDY / โดย…โรงน้ำชา

     ลำเเสงส้มนวลจากกระบอกไฟฉายขนาดเล็ก
สาดฉาบพื้นที่บางส่วนของโรงเลื่อยร้าง
เส้นทางโลมเลียของลำแสงเผยให้เห็นรอย
กระเซ็นสาดของเลือดมนุษย์เเดงฉานที่
ซ่านกระจายไปทั่วบริเวณ
     เจ้าของมือที่เกาะกุมไฟฉายเคลื่อนไหวร่างกาย
เป็นเงาตะคุ่ม ทุกก้าวที่ย่ำย่างเต็มไปด้วยความ
ระมัดระวัง การสะดุดหรือเยื้องเหยียบเลือดแม้
เพียงหยดอาจทำให้งานนี้ผิดพลาดเเละยุ่งยากยิ่งขึ้น
     หลังจากกวาดส่องดูสภาพโดยรอบ แสงไฟฉาย
สาดแช่แน่นิ่งที่ร่างหญิงสาวเจ้าของกองเลือด!
     ใบหน้าเหยเกซีดเผือดถูกผมยาวยุ่งปรกปิดไว้บางส่วน
ดวงตาเบิกโพลงจ้องเขม็งสวนลำแสงไฟฉาย โลหิตแดงสด
เปรอะเปื้อนชุดนอนสีครีม ท่านอนบิดเบี้ยวผิดมนุษย์
บอกให้รู้ว่าแขนขาของหญิงสาวแตกหักด้วยแรงกระเเทก
เป็นไปได้ว่าเธอโดนทุบตีอย่างทารุณ แต่ตำเเหน่งรูโหว่
บนหลังคากับแผ่นสังกะสีสนิมเขรอะที่ตกกระจาย
รอบตัวศพสาวช่วยให้ผู้กำลังสังเกตสรุปได้ทันทีว่าเธอ
ตกจากที่สูง เเละแน่นอนว่าที่สูงนั่นคือคอนโดมิเนียม
สุดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ตระหง่านติดกับพื้นที่
สกปรกโกโรโกโสของโรงเลื่อยร้างเเห่งนี้
     กระบอกไฟฉายย้ายตำแหน่งไปอยู่ในซอกรักแร้
สองมือในเงามืดล้วงหยิบบางอย่างออกมาจาก
กระเป๋าแจ๊คเก็ต
     กริ๊ก! แช็ก!
     ไฟแช็กยี่ห้อซิปโป้ลุกโชนในความมืด เปิดเผยโฉมหน้าผู้สังเกต
ซึ่งเพียงแค่ปราดเดียวคงพอทำให้ใครก็ตามที่วนเวียนใน
แวดวงนักสืบเมืองไทยจำได้ว่าชายหนุ่มคนนี้คือ…โจ
     นอกจากจะเป็นหนุ่มคมเข้มที่รูปร่างหน้าตาจัดว่าดีแล้ว
โจยังเป็นนักสืบเอกชนมือดีอันดับต้นๆ ของเมืองไทย
ในสังคมที่ความไว้เนื้อเชื่อใจไม่มีให้กัน บ่อยครั้งที่ทักษะ
และสัญชาตญาณนักสืบของโจถูกงัดออกมารับใช้ใครก็ตาม
ที่กระเป๋าหนักพอจะจ้างให้เขาไปสาวไส้อีกฝ่ายให้ทะลักออกมา
ประจักษ์ในที่แจ้ง ซึ่งโจก็ไม่เคยพลาด
     ไฟแช็กส่งผ่านความร้อนไปยังปลายมวนบุหรี่ชาเขียว
     โจไม่ได้สูบบุหรี่เพื่อเสริมลุคหรือสร้างบุคลิกให้ดูเป็น
นักสืบมือโปร จริงๆ เเล้วเขาไม่เคยเข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไม
การสูบบุหรี่ถึงกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของนักสืบ
หากแต่เขาเป็นคนสูบบุหรี่จัดอยู่แล้ว โชคดีที่วันนี้มี “บุหรี่ชาเขียว”
ที่ใช้เส้นใบชาเขียวแห้งยัดไส้แทนที่เส้นยาสูบ
     โจซื้ดสารโพลีฟีนอลในยาเส้นชาเขียวลงปอดก่อนพ่น
ควันขาวเทาเป็นทาง
     “บุหรี่กับสารต้านมะเร็ง เข้ากันดีชิบหาย” กลไกการพูดคุย
กับตัวเองเริ่มทำงาน

     สองสามเดือนก่อน ตัวแทนของโจรับงานจากนักการเมืองชื่อดัง
แล้วส่งผ่านมาให้เขา
     โจรู้จักนักการเมืองท่านนี้ดี หลังฉากที่ไม่ค่อยสะอาด
กับพฤติกรรมโกงงบรัฐกินเงินราษฎร์ของเขา ทำให้โจไม่ใคร่
มีใจทำงานนี้เท่าไหร่นัก
     “อีกแสนจะเข้าบัญชีหลังงานเสร็จ” ความกระอักกระอ่วน
ในการทำงานนี้มลายสิ้นเมื่อได้ยินตัวแทนบอกตัวเลขที่เหลือ
     โจจึงได้รู้จักนุช เมียเก็บสวยสะพรั่งของผู้ว่าจ้าง
เขาเฝ้าติดตามพฤติกรรมเเละความเคลื่อนไหวเพื่อ
ให้ได้มาซึ่งหลักฐานว่าเธอกำลังมีชู้อย่างที่ “ท่าน” สงสัย
     สองสัปดาห์แห่งการติดตามผ่านไป นอกจากเพื่อนสาว
ไฮโซที่นุชเกาะก๊วนไปช้อปปิ้งและเที่ยวกลางคืนเป็นประจำแล้ว
โจก็ยังไม่เห็นว่าพฤติกรรมของใครจะเฉียดกรายคำว่าชู้
     แต่เรือนร่างบอบบาง หน้าคมๆ ที่มองเห็นเส้นเลือดฝาด
อมชมพูแผ่ผ่านผิวเนียนละเอียดขาวๆ ของสาววัย 28 ที่
เขาจำต้องจับจ้องเฝ้ามองอยู่ทุกวันนี่สิ ช่างยั่วยวนจิตใจ
ให้เขาคิดเข้าหา จรรยาแห่งวิชาชีพกำลังถูกความ
ลุ่มหลงรุมเร้าเขย่าคลอน…
     กริ๊ก! แช็ก!
     ไฟแช็กยี่ห้อซิปโป้ลุกโชน ส่งผ่านความร้อนไปยังปลายมวน
บุหรี่ชาเขียว
     สองสามเดือนแล้วที่โจอยู่ในสถานะชู้กับเมียเก็บของผู้ว่าจ้าง
เป็นสองสามเดือนที่เขาเฝ้าคิดหาทางออก ไม่ใช่จากคอนโดสุดหรู
ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ แต่ทางออกจากปัญหาเหียกๆ นี่ต่างหาก
     เสียงทีวีลอยลอดออกมาเบาๆ โจพ่นควันพุ่งไปในความ
เวิ้งว้างว่างเปล่านอกระเบียงชั้น 32 ขยี้ก้นบุหรี่ชาเขียวกับที่เขี่ย
ทั้งๆ ที่ดูดไปยังไม่ถึงครึ่ง สืบเท้าเข้าห้องเย็นฉ่ำ
     “ขออาบน้ำหน่อยนะนุช” เขาพูดเรียบๆ ยิ้มเล็กๆ ระบายมุมปาก
หญิงสาวใต้การปกปิดของผ้านวมพยักหน้า ยิ้มเอ็นดู
     ประตูห้องน้ำปิดลง
     แกร็ก! เสียงไขกุญแจ นุชหันขวับ ประตูหน้าห้องชุดเปิดปัง!
ชายฉกรรจ์สี่คนถลาเข้าหา ใช้กำลังพันธนาการ ชุดนอนยาวสีครีม
พริ้วไหวตามร่างกายบอบบางที่ถูกฉุดกระชาก
     “โจ!” เธอกรีดร้อง แต่ทีวีถูกเร่งให้แผดเสียงกลบ
พร้อมกับฝ่ามือสากๆ สะบัดซัดจนหน้าหัน กลิ่นเลือด
คาวคลุ้งกบปาก น้ำลายสีแดงสดรั่วลอดไรฟันย้อยหยด
ลงบนพรมนุ่ม…นุชนิ่ง
     โจรู้สึกเย็นเยือก ไม่ใช่น้ำจากสายฝักบัวที่เพิ่งอาบเสร็จ
ความรู้สึกบางอย่างกระตุ้นเส้นขนบนสันหลังให้เสียววาบ
นักสืบหนุ่มออกจากห้องน้ำ พบชายท่าทางอายุน้อยกว่า
นั่งรออยู่…นุชหายไป
     “ไงชาญ เรียบร้อย?”
     “ครับ แต่ผมว่าพี่คงต้องลงไปจัดอีกนิด จะได้เนียนๆ”
ผู้นั่งรอตอบสบายใจ
     “มากันที่คนวะ?” โจถามพลางยื่นซองสีน้ำตาลบวมเป่งให้
     “พวกมันอีกสามตัวไปรอในรถแล้วพี่ ไม่อยากให้ใครเห็น”
ชายหนุ่มสอดสายตาดูสิ่งของในซอง
     “ขอบคุณครับพี่ ไว้เจอกัน” พูดจบก็ผละไปเปิดประตูห้อง
ก่อนจะเดินออกไปแล้วปิดไว้อย่างเรียบร้อย
     ทีวีถูกปรับระดับเสียงไม่ให้กวนโสตประสาทและสมาธิ
โจเดินไปยังระเบียง รู้ดีว่ามีอีกหลายอย่างต้องทำ ดีที่ไอ้ “ชาญ”
นักสืบรุ่นน้องอดีตผู้ช่วยของโจ จัดการในส่วนที่ยากที่สุดไปแล้ว
เขารู้ดีว่าเรื่องแบบนี้ขี้ๆ สำหรับชาญเพราะมันเป็นคนกว้างขวาง
ในวงการนักเลง
     เขามองลงไป พื้นที่ของโรงเลื่อยร้างข้างคอนโดสกปรกและรกทึบ
หลังคาสังกะสีคร่ำครึมีรูอยู่ทั่วไป แต่มีเพียงรูโหว่เดียวที่ใหญ่พอ
ให้โจยิ้มออก
     คืนนี้ แสงแห่งทางออกของโจสว่างโร่ราวกับดวงจันทร์
ที่ลอยเด่นเหนือแม่น้ำเจ้าพระยา
 
     “ อย่ามองงั้นสิ” เขาพึมพำเมื่อปะทะสายตาแข็งกร้าวของศพสาว
“มันจำเป็นนี่”
     ใช่ มันจำเป็น หากเธอยังมีลมหายใจ คนไร้วิญญาณคงเป็นโจ
     “ขอโทษนะ”
     โจอัดควันชาเขียวกลุ่มก้อนสุดท้ายก่อนขยี้ก้นกรองกับพื้นซีเมนต์
เเตกล่อน
     ที่ต้องทำต่อจากนี้คือ กลับบ้าน อาบน้ำชำระเหงื่อไคลที่ไหลย้อย
เหนียวเหนอะมาค่อนคืน แล้วเข้านอนเพื่อตื่นขึ้นมารับรู้ข่าวการตาย
ของหญิงสุดสวยผ่านปากสรยุทธแห่งเรื่องเล่าเช้านี้ แล้วติดต่อ “ท่าน”
ปั้นเรื่องให้หล่อนฆ่าตัวตายเพราะสภาพห้องชุดของเธอไม่มีร่องรอย
โดนงัดหรือต่อสู้ ไม่มีหลักฐานโยงใยถึงใครหน้าไหน แถมก่อนลงมา
โจจัดฉากใส่ร้ายให้ดูเหมือนเธอกำลังฟุ้งฝันอัพยาก่อนหลอนลอยละล่อง
ลงโรงเลื่อย
     จากนั้นก็สรุปให้ท่านสบายใจว่า “หลังจากเฝ้าดูและตรวจสอบ
อย่างถ้วนถี่ บวกกับประสบการณ์ในการเป็นนักสืบ ผมมั่นใจ
ว่าเธอไม่มีชู้หรอกครับ” จบงาน
     บ่ายๆก็โฉบเอาบัญชีเงินฝากไปหาตู้ปรับรับตัวเลขที่จะเพิ่ม
ขึ้นอีก 100,000!
     กระบอกไฟหยุดฉายลำแสง โจหันหลัง เดินไปยังประตูหน้าของโรงเลื่อย
ลมเย็นจากแม่น้ำเจ้าพระยาพัดเอื่อยๆ ไล่ไออบอ้าวเเละกลิ่นคาวที่คละคลุ้ง
“เหี้ยจริงๆ กูจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว” เขารำพึงกับตัวเอง สำนึกถึงความ
ผิดพลาด
     “คุณโจ!”  เสียงกังวานนั้นพุ่งแหวกอากาศตรงฟาดกบาลโจอย่างจัง
…ชิบหาย มีคนอยู่ที่นี่ มีคนเห็นเขากับศพ!
     โจค่อยๆ หันไป เห็นตำรวจสองนายเดินตรงมา เขาฝืนยิ้มสู้
“อ้าว! ว่าไงครับคุณตำรวจ”
     “คุณมาทำอะไร” หนึ่งในนายตำรวจยิงคำถาม เสียงเขาห้วน
โจรู้สึกถูกคาดคั้น
     “ดูสถานที่เกิดเหตุน่ะครับ พอดีมีคนจ้างผมสืบเรื่องผู้หญิงคนนี้
ไม่ใช่สืบจากศพนะ สืบตอนเค้ายังมีชีวิตน่ะ” โจพยายามติดตลกกลบเกลื่อน
     “พอได้ยินว่าเธอฆ่าตัวตายผมเลยมาดูหน่อย กำลังจะกลับแล้วล่ะครับ”
     “คุณกำลังสืบเรื่องผู้หญิงคนนี้…เหรอ” ตำรวจอีกนายเปิดปากถามหยั่งเชิง
     “ครับ คุณเช็คไปที่ตัวแทนผมก็ได้ เราเปิดเผยข้อมูลกับตำรวจได้”
     “เราเช็คแล้ว”  ตำรวจคนเดิมบอก “คุณกำลังตามสืบ กชนุช ธนบริบูรณ์
ใช่มั้ย”
     “ครับ” โจเริ่มงง
     “ผมว่าเราไปคุยต่อที่โรงพักดีกว่า ผมต้องถามอีกหลายเรื่องเลย”
ตำรวจเชิญ
     “ไปก็ไป” โจรับคำเชิญอย่างไม่สบอารมณ์นัก คืนนี้ควรจะจบไปแล้ว
ตำรวจจมูกไวเสือกทะลึ่งมาเจอเขาเข้าจนได้ แต่ก็ดี จะได้ฝากเรื่อง
การฆ่าตัวตายของนุชไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในบันทึกประจำวันแม่งซะเลย
     สองตำรวจกับหนึ่งนักสืบเดินออกจากพื้นที่รกร้างของโรงเลื่อย
สู่ถนนใหญ่ที่มีไฟถนนเหลืองส้มส่องสว่าง…
     สว่างพอให้สายตาของโจสะดุดกับ Volk Passat สีขาว กับ Mercedes สีดำ
คันโตที่จอดนิ่งหลังรถตำรวจ
     Volk Passat สีขาวที่เจ้าของยืนพิงประตูดูดบุหรี่ชาเขียวสบายใจ
นักสืบรุ่นน้องอดีตผู้ช่วยของโจ “ชาญ”
     กับ Mercedes สีดำที่เปิดไฟในรถ เผยโฉมหน้าผู้โดยสารหลังคนขับ
นั่นมัน “ท่าน” กับ…
     “นุช” โจรำพึงอย่างพิศวง ถ่อย! นี่มันอะไรกันวะ! แล้วข้างใน…ศพใคร?
     แม้จะอ่อนล้าเต็มที แต่ระบบสมองของนักสืบเริ่มขบคิดปะติดปะต่อเรื่องราว
     “ไอ้นักการเมืองจอมกลับกลอกคงจ้างทั้งเราและไอ้ชาญตามสืบนุช” กลไก
พูดคุยกับตัวเองทำงานอีกครั้ง
     “แต่เราดันไป “สอด” แทนที่จะ “สืบ” มันคงปรึกษาไอ้ชาญเรื่องที่จะเก็บเรา
ซึ่งอาจเป็นช่วงเดียวกับที่เราให้ไอ้ชาญวิ่งเรื่องเก็บนุช ไอ้ชาญแกล้งทำงาน
ให้เราแล้วตลบหลังอีกที มันคงจัดฉากเล่นละครนิดหน่อยแล้วให้พวก
นักเลงลิ่วล้อโยนใครไม่รู้ลงมา พานุชลงมารอในรถ Mercedes กับไอ้นักการเมือง
ส่วนมันนั่งกระดิกตีนรอรับค่าแรง แล้วพวกแม่งก็นั่งหัวเราะเเอบดูเรา
วิ่งกระเสือกกระสนดิ้นรนเอาตัวรอดอยู่ในแร้วของมัน ก่อนโทรเรียกตำรวจ
มาพบเราอยู่กับศพ…ไอ้สัตว์! ฉลาดนักนะมึง”
     โจกัดฟันกรอด เลือดในกายเดือดพล่าน เขาสะบัดตัวหลุดจากการเกาะกุม
ปรี่เข้าหาชาญ หมัดลุ่นๆ แหวกอากาศอัดกระแทกกราม
บุหรี่ชาเขียวกระเด็นพร้อมละอองเลือด ชาญเซทรุดตามแรงชก
แสยะยิ้ม เลือดอาบไรฟัน
     รอยยิ้มของชาญเรียกกำปั้นของโจกระหน่ำซ้ำซัดทั้งซ้ายขวาจนผิวหน้า
ฉีกเเตก มันได้ทั้งเงินสดจากเขา เเละตอนนี้หนึ่งเเสนที่ควรเป็นของเขาคง
ถูกโอนเข้าบัญชีเงินฝากมันไปแล้ว “ไอ้เหี้ยเอ๊ย!” โจสบถลั่น ชาญไม่ตอบโต้
     “พอแล้ว!” ตำรวจสองนายเข้าควบคุมตัวโจแน่นหนาพาเขาไปยังรถตำรวจ
     โจหันมอง Mercedes สีดำ สบสายตาว่างเปล่าของนุช มุมปากบวมช้ำ
จากฉากบนคอนโด โจรับรู้จากสายตาไร้อารมณ์นั้นว่าพล็อตเเละการเเสดง
ฉากนี้เธอยินดีร่วมเล่น สำหรับนุช เขาเป็นแค่ความสนุกชั่วคราว
     เมื่อรู้ว่าถูกหักหลัง ความรู้สึกผิดและคิดถึงแฟนสาวแล่นเข้าจับหัวใจ
     ชาญพ่นน้ำลาย เช็ดเลือดอุ่นๆ ที่อาบเคลือบใบหน้า
จัดแต่งเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง แผนของเขากำลังจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์
งานสืบมากมายที่เคยเป็นของโจจะตกมาอยู่กับเขาที่กำลังไต่อันดับ
ขึ้นมาแทน
     ชาญเยื้องเท้าเข้าหาโจ สายตาผู้ชนะปะทะแววตาเคืองแค้น
     “แฟนกันไม่น่าทำกันเลยนะพี่”  ชาญเอ่ยเรียบๆ ยิ้มเย็นชา
     โจนิ่งอึ้ง เกร็งชาไปทั้งร่าง โสตประสาทขาดห้วง ไม่ได้ยินอะไรอีกต่อไป
สายตาพุ่งเพ่งเข้าไปในโรงเลื่อยมืดสนิทอีกครั้ง นึกถึงศพหญิงสาว
ที่นอนบิดเบี้ยวแช่กองเลือดอยู่ภายใน น้ำอุ่นๆ รื้นขึ้นเบ้าตา
ทุกอย่างที่เขาทำมันเป็นความผิดพลาดที่ไม่มีโอกาสแก้ตัว
     “แฟนกันไม่น่าทำกันเลยนะพี่” โจนึกทบทวนคำชาญ
ความหมายคืออะไรกันแน่ “พี่ไม่น่านอกใจผู้หญิงดีๆ ที่ได้ชื่อว่า
เป็นแฟนและกำลังจะหมั้นกันเลยนะ” หรือตั้งใจพูดให้ตำรวจเข้าใจ
ว่า “ไม่น่าฆ่าแฟนตัวเองเลยนะพี่”
     เสียงไซเรนแผดประสานกันมาแต่ไกล โจรู้ว่าตำรวจคงส่ง
กำลังมาเสริมเพื่อเก็บหลักฐาน รวมทั้งส่งทีมชันสูตรหาสาเหตุ
และตัวตนของผู้ตาย
     สายตาของโจที่มองผ่านกระจกรถตำรวจยังเหม่อลอย
ไปทางโรงเลื่อยร้าง สถานที่สุดท้ายที่เขาได้พบกับแฟนสาวแสนดี
ที่มีแต่ความรัก ความภูมิใจ และไว้ใจในตัวแฟนหนุ่มคนนี้
     เสียงสุดท้ายของเขาเบาบาง สิ้นหวัง
     “…เจน”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: