Short Story 3

HERE LIES LOVE (พารากอนที่รัก) / โดย…โรงน้ำชา (17/7/2549)

     ลานน้ำพุด้านหน้าที่กินพื้นที่ลามไล่ไปถึง
ด้านข้างห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนใน
ตอนสายๆ ของวันอาทิตย์คราคร่ำไปด้วย
มนุษย์หลากวัยหลายเพศเดินๆ นั่งๆ กันขวักไขว่
แต่กลางลานหินประดิษฐ์อันกว้างใหญ่ที่
แสงแดดร้อนๆ รุ่มเร้าโลมเลียอยู่นี้
มีมนุษย์เพียงหนึ่งร่างเท่านั้นนอน
ก้มหน้าแน่นิ่ง…นิ่ง…ไม่ไหวติง
เป็นสิ่งมีชีวิตเพียงอย่างเดียวที่นิ่งสงบ
ท่ามกลางความเร่งรีบแสนวุ่นวายที่วูบไหว
อยู่รายล้อม

     เหง่ง…เหง่ง…เหง่ง…เหง่ง…เหง่ง…เหง่ง…เหง่ง…เหง่ง…เหง่ง…เหง่ง
     นาฬิกาแขวนผนังรุ่นคร่ำครึส่งเสียงกังวานใส
ได้อย่างแม่นยำเช่นเคยเมื่อลูกตุ้มที่ห้อยต่องแต่ง
แกว่งไปแกว่งมาพลิกผลักกลไกภายในให้เข็มสั้น
ชี้ไปที่เลขสิบและเข็มยาวกระดิกเข้าหากึ่งกลางเลข
สิบสอง
     ลุงชม ชายไทยวัยล่วงเลขเจ็ดเดินเช็ดหัวที่
ยังคงมีผมหงอกครึ้มดกปกคลุมออกมาจากห้องน้ำ
แกอยู่คนเดียวในบ้านไม้ทรงออกไทยๆ มาสองปีกว่าๆ แล้ว
ตั้งแต่ป้าชื่น ผู้หญิงที่ได้ยศเป็นเมียแกมาตั้งแต่ทั้งคู่
แต่งงานครั้งแรกตายไป
     บ้านไม้สองชั้นดูสมถะ ไม่สูงส่ง ไม่ซอมซ่อ
แต่ดีพอให้ลุงชมและป้าชื่นได้อาศัยชายคาคุ้มฟ้ากันฝน
ใช้ชีวิตคู่มาตลอดหลายสิบปี ทั้งคู่ไม่มีลูกไม่มีหลาน
พอป้าชื่นชิงตายไป ลุงชมก็เลยใช้ชีวิตหลังเกษียณ
เพียงลำพังด้วยเงินเก็บและเงินบำนาญหล่อเลี้ยง
ชีวิตวัยใกล้ๆ ชราด้วยความหลังหอมหวลที่ยังคง
อวลอบอยู่ในบ้านไม้หลังน้อยนี้
     กระดุมพลาสติกที่เรียงตัวเป็นระเบียบอยู่บน
เสื้อผ้าฝ้ายคอกลมสีขาวหม่นๆ ราคาไม่น่าจะมากกว่า
ร้อยห้าสิบบาทถูกกลัดเป็นเม็ดสุดท้าย ลุงชมละมือจากกระดุม
หยิบหวีหน้ากระจกขึ้นมาปาดเรือนผมสีขาวสองสามครั้ง
ยิ้มให้ใบหน้าที่คุ้นเคยในกระจกเงาบานเก่า ก่อนที่แววตาล้าเศร้า
จะเบนออกไปมองแสงแดดนอกหน้าต่างชั้นสองของบ้าน
     “วันนี้ร้อนแฮะ ฮึก…ก” แกรู้สึกจุกนิดหน่อยเพราะหายใจ
ผิดจังหวะ
     “เฮ้อ แก่แล้วนะเนี่ยกู”
     ปากลุงชมเลื่อนเป็นรอยยิ้มอีกครั้งเมื่อสายตากลับเข้ามา
มองรูปถ่ายเก่าๆ ในกรอบไม้สีน้ำตาลแก่ เป็นรูปของแก
ที่ถ่ายคู่กับป้าชื่น
     “ไปกินข้าวนะ” ลุงชมเอ่ยปากบอกรูป ป้าชื่นใน
อ้อมกอดของแกยิ้มหวาน แววตาเป็นสุข

     รถเมล์ไม่ปรับอากาศจอดนิ่งบริเวณสี่แยกที่รายล้อม
ไปด้วยห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อากาศร้อนอบอ้าวและ
ฝุ่นควันที่คละคลุ้งค่อยๆ ดูดดึงเอารอยยิ้มและความสดใส
ออกไปจากใบหน้าของผู้โดยสาร
     ก่อนรถเมล์จะมาติดแหง็กที่แยกนี้ ลุงชมเพิ่งได้ที่นั่ง
ริมหน้าต่างจากหนุ่มออฟฟิศคนหนึ่งที่ลืมตาตื่นนอน
ตอนรถเมล์วิ่งมาจอดตรงกับป้ายที่ชายหนุ่มต้องการ
จะลงอย่างพอดิบพอดี
     แกบ่ายหน้าจากความอึดอัดภายในออกไปนอกรถ
สายตากวาดมองไปเรื่อย บนถนน ข้างถนน ต้นไม้
สะพานลอย สัญญาณไฟจราจร…
     สัญญาณไฟราจรที่ตัวเลขสีแดงเปล่งแสงถอยนับกลับหลัง
     120…119…118…117…116…
     ลุงชมแช่สายตาไว้ที่ตัวเลขสีแดง เลขที่นับถอยถดลดน้อย
ลงเรื่อยๆ ชวนให้แกคิดถึงเวลาของแกบนโลกใบนี้ที่จริงๆ แล้ว
ก็คงกำลังนับถอยหลังอยู่เช่นกัน เพียงแต่ไม่รู้ว่ามันจะเดินไปถึง
เลขศูนย์เมื่อไหร่เท่านั้นเอง
     เลขที่กำลังนับถอยหลังตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีเขียวสดสว่าง
รถเมล์พาลุงชมไหลเอื่อยไปข้างหน้า
 
     แสงแดดเร่งความร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนแม้น้ำพุหลายสิบสาย
ที่สลับกันพุ่งขึ้นดิ่งลงเป็นจังหวะสวยงามก็ยังไม่อาจดับไอระอุ
ในช่วงเวลาใกล้เที่ยงอย่างตอนนี้ได้ หนึ่งร่างกลางลาน
หินประดิษฐ์ของสยามพารากอนยังคงหลบหน้านอนนิ่ง
ผู้คนเริ่มตวัดหางตาหันมามองงงๆ บ้างพยายามเดินหลบ
บางสายตาเพ่งไปด้วยความรังเกียจเหยียดหยันในสภาพ
ของคนนอนที่ดูไม่ใช่พวกเดียวกับฝูงคนร่ำรวยวัตถุที่เดิน
เกลื่อนกลาดอยู่ทั่วลาน
     เสื้อผ้าเก่าๆ เชยๆ รองเท้าแตะฟองน้ำธรรมดา
ย่อมไม่ใช่ตัวตนของผู้คนในตลาดติดแอร์สุดอลังการ
แห่งนี้อย่างแน่นอน
     ห่างไปตรงม้านั่งด้านหน้าน้ำพุ หนุ่มวัยรุ่นสองคน
เพิ่งข้ามฝั่งมาจากโรงเรียนกวดวิชาเพื่อนั่งรอเพื่อนในก๊วน
ที่ยังมาไม่ถึง
     “ดูเดะ นอนทำเหี้ย’ไรตรงนี้วะ”
     “นั่นดิ แม่งมีกล้องซ่อนอยู่ตรงไหนป่าววะ
แถวนี้แม่งชอบมีพวกรายการจ้างหน้าม้ามาอำเล่น”
     “เออแม่งคงนอนรอใครไปปลุกมั้ง พอตื่นแล้ว
กล้องแม่งก็วิ่งออกมาถ่ายตอนคนปลุกกำลังทำหน้างงๆ”
     “โง่แดกออกทีวีเลยมึง”
     “ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ”
     ร่างที่นอนอยู่ยังคงสงบนิ่ง
     “ทำไมให้คนจรจัดหรือขอทานมานอนอยู่ตรงนี้เนี่ย” สาวสวย
ในชุดโฉบเฉี่ยวเหมือนเคาะออกมาจากแคตตาล็อกหรูๆ ซักเล่ม
เดินไปบ่นไปกับเพื่อนสาวที่คงหลุดออกมาจากแคตตาล็อกอีกเล่ม
ซึ่งราคาแพงไม่แพ้กัน
     “นั่นดิ สกปรกจริง นี่มันพารากอนนะ เสียลุคหมด”
     “ช่างเหอะ รีบๆ เดินเข้าข้างในดีกว่า ร้อนจะตายยังต้อง
มาเจอคนจรจัดอีก เสียจิต!”
     ซู้ด…ด… คร่อก…ก…
     หนุ่มวัยรุ่นสองคนที่ยังคงนั่งรอเพื่อนร่วมก๊วนดูด
น้ำดำเย็นฉ่ำจากถ้วยพลาสติกจนเกลี้ยง
     “เฮ้ย! เล่นงี้ดีกว่า ช่วยแม่งอำเลยดีป่ะ”
     “ไงวะ”
     “นี่ไง เอาถ้วยนี่ไปวาง ดูดิ๊จะมีคนใส่ตังค์ป่าว”
     “เออ ถ้ากล้องมันถ่ายอยู่แม่งคงงงอ่ะเนอะ”
     ทั้งคู่หัวเราะคิกคักก่อนที่คนหนึ่งจะจัดการตามแผนอันแสนสนุก
ไม่นานก็มีบางคนใส่เศษสตางค์
ลงถ้วยพลาสติกที่วางใกล้ๆ กับหัวของคนนอน ยิ่งสร้าง
ความสนุกสนานให้สองหนุ่มวัยคะนองมากขึ้นไปอีก
     “ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ มีคนใส่ตังค์ด้วยว่ะ ฮาชิบหาย”
     “แต่ไม่เห็นมีกล้องออกมาเลย แม่งไม่คิดว่ามันผิดคิวรึไงวะ”
     “แม่งก็คงคิดว่าดีม้าง เหมือนอำโคตรเนียนเลยไง
เดี๋ยวมีคนปลุกมันก็ออกมาถ่ายเองแหละ”
     “เฮ้ย เหี้ยอู๊ดมาและ” คนหนึ่งสะกิดบอกเมื่อเห็นเด็กหนุ่ม
ที่ทั้งคู่กำลังรออยู่เดินทอดน่องใกล้เข้ามา
     “ไอ้สัตว์อู๊ด! พ่อมึงเป็นเต่ารึไง ช้าชิบหาย” เพื่อนที่รออยู่ก่อน
ต่อว่ากึ่งแซวเล่น
     “เหี้ย! กูก็รีบชิบหายแล้ว รถแม่งติดโคตรพ่อ แล้วแม่มึง
เป็นกระต่ายรึไง มาไวเงี้ย ฮ่ะ ฮ่ะ”
     “เหี้ย! มาช้าแล้วยังปากหมาอีก ไป หา’ไรแดกดีกว่า
จะเที่ยงแล้ว หิวโคตร”
     เด็กหนุ่มทั้งสามเดินพ่นชื่อสัตว์กลั้วเสียงหัวเราะเข้าหาอากาศ
เย็นฉ่ำของห้างสรรพสินค้าหรู สวนทางกับรปภ.สองนาย
ที่เดินปรี่เข้าหาร่างชายจรจัด…ขอทาน…หน้าม้ารายการอำชาวบ้าน…
หรือใครก็ตามที่นอนคว่ำหน้านิ่งมาเกือบครึ่งชั่วโมง

     “เดี๋ยวๆ คนแก่ด้วย”
     เสียงดังฟังชัดของกระเป๋ารถเมล์ไม่ปรับอากาศแผดดัง
ให้ได้ยินกันทั้งคันตอนที่ลุงชมค่อยๆ ก้าวขาจากบันไดลงสู่
ป้ายหนึ่งย่านสยามสแควร์
     วันนี้แกตั้งใจจะมากินข้าวที่ศูนย์อาหารของสยามพารากอน
โดยการชักนำของลมปากเพื่อนข้างบ้าน
     “วันก่อนลูกชายมันพากูไปกับลูกเมียมัน อาหารก็งั้นๆ
แต่มันดูดีไง บรรยากาศดี นั่งเพลินๆ เย็นๆ ดี ลองไปดูสิ
เปิดหูเปิดตาหน่อย”
     ลุงชมเคยมาสยามพารากอนแล้วสองครั้งเมื่อหลายเดือนก่อน
ครั้งแรกแกใส่เสื้อเหลืองมาเดินชูธงเปล่งเสียงผ่านหน้าห้างหรู
ในเหตุการณ์ที่ใครบางคนขอเรียกโก้ๆ ว่า “พารากอน พาเหรด”
อีกครั้งก็ตอนใส่เสื้อเหลืองตัวเดิมมานั่งดูงิ้วชูมือโบกธงตะโกน
“ออกไป…ออกไป…” อยู่บนผืนเสื่อพลาสติกที่ปูอยู่บนพื้นถนน
ใต้สถานีรถไฟฟ้าหน้าห้างสยามพารากอน เวลาว่างหลังเกษียณ
ช่วยให้แกรับรู้อะไรหลายๆ อย่างที่ไม่เข้าท่าเข้าทาง ไอ้ครั้นจะเอาแต่
วางตัวเป็นกลางนั่งกระดิกตีนก่นด่าอยู่หน้าจอทีวี หัวใจที่คอยสูบฉีด
เลือดข้นๆ ของคนเดือนตุลาฯ และพฤษภาฯ มันก็คอยแต่จะ
เต้นเร่าๆ ให้ลุงชมก้าวขาออกมาร่วมขบวน แม้บางทีบางเรื่อง
ลุงชมจะยังไม่ค่อยเห็นด้วยกับบางคนที่ถือไมค์ปราศรัยอยู่บนเวที
แต่มันก็ยังดีกว่าปล่อยให้บางคนที่ไม่ได้ถือไมค์แต่ได้ปราศรัย
อยู่หน้าทีวีซื้อขายทำอะไรได้ตามใจชอบ
     หลายเดือนก่อนลุงชมจึงได้แต่เดินเฉียดไปเฉียดมากับสยามพารากอน
ยังไม่เคยได้เดินเข้าไปดูข้างใน
     ไหนๆ ก็รู้สึกคุ้นเคยกันในระดับหนึ่งแล้ว วันนี้ว่างๆ
แกก็เลยลองมาดู นานๆ ได้ออกจากบ้านไปไหนไกลๆ บ้าง
ช่วยให้ลุงชมรู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้น
     เพียงแต่แกยังไม่รู้ว่าที่ลานน้ำพุด้านหน้าที่กินพื้นที่ลามไล่
ไปถึงด้านข้างห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนนั้นมีอะไร…รออยู่

     เข็มของนาฬิกาข้อมือสีเงินรุ่นเก่าเดินมาที่เวลาสิบเอ็ดโมงห้านาที
ตอนที่ลุงชมเดินมาถึงหน้าสยามพารากอน คลื่นคนที่ดั้นด้น
เดินตามกระแสทุนนิยมกันขวักไขว่ทำให้แกไม่ค่อยเห็นอะไร
ที่อยู่บนลานหินประดิษฐ์นั้นมากนัก แต่สายตาลุงชมสะดุดกับ
น้ำพุที่กำลังสลับกระโดดโลดล้อแสงแดดสวยงาม
     “แปลกดี ดูก่อนละกัน เดี๋ยวค่อยลงไปกินข้าว” แกคิดกับตัวเอง
แล้วย่ำเท้าเข้าหาบริเวณน้ำพุ
     “ฮึก…ก…ก…” ความอบอ้าวและอึดอัดที่ต้องอยู่ท่ามกลาง
แดดจ้าและฝูงคนส่งผลให้ลุงชมรู้สึกหน้ามืด แกประคับประคอง
ตัวเองมาถึงม้านั่งแถวๆ น้ำพุ หญิงสูงอายุที่นั่งอยู่ก่อนขยับถอย
เพื่อเปิดพื้นที่ให้ลุงชมได้นั่งพัก

     รปภ.ในเครื่องแบบของสยามพารากอนสองนายรุดมาถึง
ร่างที่นอนนิ่งอยู่ ทั้งคู่พยายามปลุกให้ลุกเพื่อไล่ออกไป
ติดอยู่ที่ว่าปลุกเท่าไหร่ร่างนั้นก็ไม่ยอมขยับ รปภ.เริ่มลนลาน
วิทยุเรียกใครสักคนข้างในให้ออกมาช่วย

     ลุงชมยังรู้สึกเหนื่อยจากอาการจุกเฉียบหลันที่เล่นงานแกเมื่อครู่
     “ไม่นึกว่าจะหมดแรงเอาง่ายๆ แบบนี้ เฮ้อ นี่กูแก่แล้วจริงๆ นะเนี่ย
รู้งี้นอนเล่นอยู่บ้านดีกว่า” ลุงชมนั่งคิดอยู่คนเดียว
     “สงสัยอีกไม่นานคงได้ไปเจอชื่นแล้วล่ะ” แกพูดยิ้มๆ กับตัวเอง
     “เป็นอะไรมากมั้ย” เสียงนุ่มๆ เอ่ยเป็นคำถามอ่อนโยนลอยมา
จากข้างกาย
     ลุงชมตาโต หันขวับไปทางต้นเสียง น้ำอุ่นๆ เต็มตื้นรื้นขึ้นมา
คลอเบ้า
     “ชื่น!” เสียงสั่นเครือของแกหลุดชื่อผู้หญิงที่เคียงข้าง
แบ่งทุกข์ปันสุขมาทั้งชีวิตออกไปโดยไม่รู้ตัว!
 
     “เชี่ย! ตายจริงๆ ด้วยว่ะ” หัวหน้ารปภ.กระซิบกระซาบบอก
ลูกน้องสามสี่คนที่นั่งรายล้อมชายแก่ผมขาวในชุดเสื้อผ้ามอซอ
สวมรองเท้าแตะฟองน้ำถูกๆ
     “อย่าโวยวายนะเว้ย เดี๋ยวลูกค้าตกใจ ไอ้ยิ่ง…”
     “ครับ” รปภ.เจ้าของชื่อยิ่งขานรับปากคอสั่น
     “มึงไปเอาเปลมาหาม ทำให้เหมือนคนเป็นลม พาไปไว้
ห้องพยาบาลก่อนแล้วเดี๋ยวเรียกตำรวจมาดู เงียบๆ นะมึง”
     “ครับพี่!”
     “เฮ้ยๆ ไอ้ยิ่ง เอากระป๋องใส่ตังค์นี่ไปด้วย เผื่อให้ตำรวจดู”

     กว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว ที่ลุงชมนั่งดูร่างตัวเองนอนนิ่งกลาง
ลานหินประดิษฐ์ รู้สึกเศร้าๆ ระคนเคืองๆ ที่ไม่มีใครคิดจะสนใจ
ทั้งๆ ที่มีคนนอน “ตาย” อยู่ทั้งคน!
     ซ้ำยังคิดว่าแกเป็นคนจรจัด…ขอทาน…หน้าม้ารายการอำชาวบ้าน…
หรือใครก็ตามที่ยังไม่ตายและตั้งใจมานอนอยู่ตรงนี้!
     ชีวิตและตัวตนของคนหนึ่งคนดูมีค่าน้อยกว่ารูปลักษณ์ที่เห็นและ
ประเมินกันจากภายนอกเสียอีก
     ลุงชมทิ้งร่างให้นอนนิ่งอยู่ตรงนั้นตั้งแต่ตอนที่แกคิดจะ
เดินไปดูน้ำพุแล้วรู้สึกแน่นหน้าอกจนต้องพุ่งตรงมาหาม้านั่ง
เพียงแต่ร่างกายไม่ได้ตามมาด้วย
     และก่อนที่จะโซเซมาถึงม้านั่งตัวนี้ ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งรอ
ลุงชมอยู่ก่อนแล้ว
     “ชั้นมารอพี่” ป้าชื่นพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและรอยยิ้มอ่อนหวาน
เป็นเสียงสุดแสนไพเราะและรอยยิ้มอันโอบอ้อมอบอุ่นที่ลุงชมถวิลหา
อยากยลยินอยู่ทุกคืนวัน
     ลุงชมกุมมือป้าชื่นแน่นราวกับไม่อยากปล่อยให้เมียรักหนีหาย
จากแกไปอีก
     “มีคนเห็นพี่แล้วล่ะ” ป้าชื่นเอ่ยบอก ลุงชมหันไปมองร่าง
ไร้ลมหายใจของตัวเอง
     รปภ.ในเครื่องแบบของสยามพารากอนสองนายรุดมาถึง
ร่างที่นอนนิ่งอยู่ ทั้งคู่พยายามปลุกให้ลุกเพื่อไล่ออกไป
ติดอยู่ที่ว่าปลุกเท่าไหร่ร่างนั้นก็ไม่ยอมขยับ รปภ.เริ่มลนลาน
วิทยุเรียกใครสักคนข้างในให้ออกมาช่วย
     “ไปเถอะพี่ เดี๋ยวเค้าก็จัดการกันต่อเองแหละ” ป้าชื่นบอกยิ้มๆ
ลุงชมหันมายิ้มตอบ เป็นสองรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น
ความรัก และความสุข…
     ความสุขที่ไอแอร์เย็นๆ อาหารแพงๆ บรรยากาศดีๆ
หรือสินค้ามียี่ห้อชิ้นไหนๆ ก็คงให้ไม่ได้
     และตอนนี้ ชายหญิงชรารู้สึกถึงชีวิตชีวาที่เริ่มเข้ามา
เติมเต็มอีกครั้งหลังจากที่ทั้งคู่…ตายแล้ว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: