Lesson 3

outside teaching : บทเรียนนอกตำรา / โดย…โรงน้ำชา (19/3/2551)
Lesson 3 : Wine

wine1.jpg

     1. ดู
     2. ดม
     3. อม
     4. กลืน
     เคยได้ยินไหมครับ บัญญัติ 4 ประการในการดื่มไวน์
ที่ใครบางคนประกาศิตไว้ให้ใครอีกหลายๆ คนที่คิดลิ้มรส
น้ำองุ่นหมักไว้ยึดเหนี่ยวเป็นสรณะ
     พิธีในการดื่มไวน์เท่าที่ผมรู้มานั้นค่อนข้างพิถีพิถัน
ประณีต และซับซ้อน ซึ่งถ้ารู้และทำได้ ผมว่ามันน่าจะเป็น
การดื่มไวน์ที่รื่นรมย์ไม่น้อย
     แล้วถ้าไม่รู้ข้อกำหนด กฎ กติกา มารยาททั้งหลายที่
บัญญัติไว้สำหรับการดื่มไวน์ล่ะ?
     มีหวังได้ปล่อยไก่ทั้งเล้ามาวิ่งวนขวดเหล้าองุ่นราคาแพงแหงๆ!
     …
     ในขั้นตอนการ “ดู” ซึ่งเป็นพิธีแรกของการดื่มไวน์
เท่าที่รู้มาเราต้องพินิจพิศเพ่งฉลากบนขวดว่าปีและรุ่นของไวน์นั้น
ใช่ที่สั่งและต้องการหรือเปล่า เมื่อเปิดจุกค็อกก็ต้องเบิ่งดูสภาพจุก
พร้อมๆ กับดูว่าเลขที่ประทับอยู่บนจุกนั้นบ่งไว้ว่าเป็นปีอะไร
คราบไวน์เกาะขึ้นมาถึงระดับไหนเพราะมันสามารถบอกได้ว่า
อากาศเล็ดรอดเข้าไปทำลายรสชาติหรือยัง ก่อนจะรินไวน์ออกมา
ดูสีว่าคุณภาพอยู่ในระดับใด อายุของน้ำไวน์โตเต็มวัยหรือยังไม่
บรรลุนิติภาวะ
     นอกจากนั้นยังต้องคำนึงด้วยว่าองุ่นแต่ละพันธุ์สร้างสรรค์
สีไวน์ได้ไม่เหมือนกัน ซึ่งถ้าดูได้ลึกเข้าไปอีกอาจสามารถถึงขนาด
บอกได้ว่าแหล่งกำเนิดของไวน์ขวดนั้นมาจากพื้นที่ส่วนใดของ
โลกใบนี้!
     แต่สำหรับผม พันธุ์ไหนให้สีเฉดไหนคงร่ายให้ฟังไม่ถูก
เรื่องแยกถิ่นกำเนิดจากสีน้ำไวน์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
     ดูเสร็จก็เข้าสู่พิธีการ “ดม” กลิ่นของไวน์สามารถบอกได้ตั้งแต่
พันธุ์องุ่นที่ใช้ทำ กรรมวิธีการหมักบ่ม ระยะเวลาในการหมักบ่ม
สูตรในการหมักบ่ม เวลาดมต้องแกว่งแก้วเล็กน้อยเพื่อให้กลิ่น
ระเหยขึ้นมา วิธีการจับแก้วไวน์ก็ต้องจับบริเวณก้านด้วยการ
ประทับนิ้วโป้งลงไปแล้วใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางประคองอีกด้าน
โดยเหลือนิ้วก้อยให้ว่างไว้ การฝ่าฝืนมาจับขอบแก้วด้วยนิ้วทั้งห้า
นับเป็นบาปขั้นร้ายแรง!
     หลังจากดมจนหนำใจและเริ่มรู้สึกว่ากลิ่นไวน์ลงไปไล้ผนังปอดแล้ว
ถึงเวลารินไวน์ให้ไหลลงไปสัมผัสช่องปากซะที
     แต่อย่าเพิ่งเผลอไผลซี้ซั้วกลืนลงไปในทันที…เพราะเราต้อง “อม” ก่อน
     ส่งไวน์เข้าปากในระดับไม่มากหรือน้อยเกินไป ที่สำคัญต้อง
ให้ท่วมลิ้นตั้งแต่ปลายจรดโคน เพราะส่วนต่างๆ ของลิ้นทำหน้าที่
แตกต่างกัน หากไวน์ท่วมทั้งลิ้นจะช่วยให้ประสาทสัมผัสในบริเวณ
ต่างๆ ของลิ้นตัดสินได้ว่าไวน์ที่เรากำลังอมนั้นอร่อยหรือเปล่า
     ขณะที่อมเราต้องขยับลิ้นหรือเคี้ยวๆ ไวน์ไปด้วยสักพักเพื่อให้
รสชาติซึมซ่านไปทั้งปาก แต่หากปากเป็นแผลหรือเป็นร้อนใน
ผมว่าคงไม่น่าเกลียดและคงไม่น่ารังเกียจถ้าเราจะละขั้นตอนที่สาม
แล้วข้ามไปขั้นตอนที่สี่
     …นั่นคือการ “กลืน”
     หลายคนอาจสงสัยว่ากะอีแค่กลืนไวน์มันยังต้องมีวิธีการ
กันด้วยเหรอ (วะ)?
     คำตอบคือ…มีครับ!
     ตั้งใจอ่านให้ดีนะครับ
     คุณอาจคิดไม่ถึงว่าการกลืนองุ่นหมักราคาแพงมันจะต้อง
เป็นไปในรูปแบบนี้
     แต่นี่คือวิธีการกลืนที่เหล่าเซียนไวน์ได้บัญญัติไว้
     หากริดื่มไวน์
     คุณต้องทำให้ได้
     …
     ถ้าพร้อมแล้ว…
     เมื่อเราอมไวน์ เคี้ยวไวน์ จนเริ่มรู้สึกว่าแอลกอฮอล์เลื้อยไหล
ลงไปถึงรากฟัน…
     กลืนรวดเดียวให้หมดในทันที! จบ!
     หลังจากกลืนแล้ว ไวน์ที่ดีมีคุณภาพและแพงระยับจะทิ้ง
กลิ่นกรุ่นอวลอุ่นติดปาก
     เป็นอันเสร็จสิ้นการดื่มไวน์…หนึ่งอึก
     …
     ชีวิตสั้นๆ นี้ผมพอมีโอกาสวาสนาได้อ้าปากรับรสไวน์อยู่บ้าง
แต่วิธีการของผม (และของคนที่ผมดื่มด้วย) ไม่ได้พิถีพิถัน
ประณีต และซับซ้อนจนเข้าขั้น “พิธีการ” อย่างที่ร่ายให้ฟังข้างต้น
     เพียงแต่มี 4 ประการเหมือนกัน
     เป็นวิธีการดื่มเดียวกันกับตอนนั่งซดวอดก้ากับรุ่นพี่รุ่นน้อง
ร่วมมหา’ลัยตอนไปเที่ยวต่างจังหวัด ไม่ต่างจากตอนที่ชาวบ้าน
ประคองขันใส่สาโทแฮนด์หมักโฮมเมดมาให้ลองดื่มถึงในโรงเรียน
ที่ผมไปออกค่ายอาสาฯ ขั้นตอนเหมือนกับที่ผมซัดเบียร์ลาวเมื่อครั้ง
แบกเป้ลากรองเท้าฟองน้ำไปย่ำย่างอยู่ในเมืองหลวงพระบาง
เหมือนกับตอนนั่งดื่มเหล้าคลอเคล้าลมเย็นๆ กับพี่ๆ น้องๆ
ที่ออฟฟิศ และไม่เพี้ยนผิดไปจากตอนที่ดวดเหล้าเถื่อนกับพ่อ…
     1. ริน
     2. ยก
     3. กระดก
     4. กลืน
     ขั้นตอนทั้งสี่นี้ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที!
     ผมไม่ได้กำลังจะบอกว่าการดื่มไวน์ด้วยพิธีการดู ดม อม กลืน นั้น
ผิดและเสียเวลา ตรงกันข้าม ผมกลับคิดว่าถ้ารู้และทำได้ มันน่าจะเป็น
การดื่มไวน์ที่รื่นรมย์ไม่น้อย
     แต่ถึงไม่รู้ข้อกำหนด กฎ กติกา มารยาททั้งหลายที่บัญญัติไว้
สำหรับการดื่มไวน์ก็คงไม่ได้เป็นการปล่อยไก่ทั้งเล้ามาวิ่งวนขวด
เหล้าองุ่นราคาแพง
     สำหรับผม การดื่มไวน์ด้วยวิธีการริน ยก กระดก กลืน ก็บันดาล
ความสุขให้ได้ไม่แพ้กัน ตราบใดที่เราได้ดื่มมันกับคนที่ถูกคอ
     …
     มีตัวอย่างวิธีการเปิดและดื่มไวน์แบบเถื่อนๆ จะเล่าให้ฟังครับ
     เย็นวันหนึ่ง ครอบครัวและญาติๆ ของผมอยู่กันพร้อมหน้า
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หาไม่ได้ง่ายนัก เราคิดว่าจะเปิดไวน์มากลั้วปาก
แกล้มกับข้าวมื้อเย็น แต่ปัญหาคือเราหาที่เปิดไวน์ไม่เจอ
     อุปกรณ์เปิดไวน์นั้นจะมีลักษณะเป็นเกลียวให้เราค่อยๆ
หมุนฝังเกลียวลงไปในจุกค็อกให้ลึกพอประมาณแล้วใช้กลไก
ของอุปกรณ์ดึงจุกค็อกที่ปิดปากขวดไว้แน่นสนิทให้เลื่อนหลุดขึ้นมา
อย่างง่ายดาย
     ผมวิ่งไปร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างในหมู่บ้าน ซื้อตะปูเกลียว
ขนาด 4 นิ้ว วางลงบนจุกค็อกแล้วใช้ไขควงหมุนฝังตะปูเกลียวลงไป
ในใจก็คิดว่า “นี่กูไร้อารยธรรมไปรึเปล่าวะ?”
     แต่อีกใจก็คิดว่า “ช่างแม่ง…ดีกว่าไม่ได้แดก” แล้วผมก็หมุนไขควง
อย่างแข็งขันต่อไป
     ตะปูเกลียวฝังลงไปลึกพอประมาณ ผมคว้าคีมล็อกอันเขื่อง
มาปรับความกว้าง หนีบหัวตะปูเกลียวแล้วออกแรงดึงโดยมีน้า
ช่วยจับขวดไวน์ไว้
     จุกค็อกเลื่อนหลุดขึ้นมาอย่างง่ายดายก่อนที่เราทุกคน
จะได้ดื่มไวน์จากออสเตรเลียสมใจ…ในแก้วที่ไม่มีก้าน!
     ไวน์ที่เราดื่มวันนั้นเป็นไวน์แดงแต่ก็ไม่มีใครสนใจว่ากับข้าววันนั้น
เป็นเนื้อ หรือหมู หรือปลา เป็นอาหารที่ควรกินกับไวน์แดงหรือเปล่า
เรากิน เราดื่ม มีบ้างบางครั้งที่บางคนจะลอง ดู ดม และอม ตามสูตร
แต่ส่วนใหญ่เราริน เรายก เรากระดก เรากลืน
     และ…เรามีความสุข
     ทิ้งช่วงไปสักพักหลังจากวันนั้น ผมมีโอกาสได้ใช้วิธีเปิดและดื่มไวน์
แบบเถื่อนๆ นี้อีกครั้งในยามเย็นวันหนึ่งกับพี่ๆ น้องๆ ร่วมออฟฟิศ
     เราเปิดจุกค็อกด้วยตะปูเกลียวเขรอะสนิมและคีมเก่าๆ รินไวน์แดง
อิมพอร์ตจากนอกลงแก้วที่ไม่มีก้าน ใช้นิ้วทั้งห้าโอบรอบแก้ว ก่อนที่จะ
ยก กระดก และกลืนอย่างชื่นใจ
     ทุกคนที่อยู่ตรงนั้น…มีความสุขและสนุกสนานกันดี ทั้งๆ ที่ไม่มีใคร
ปฏิบัติตามบัญญัติข้อไหนในพิธีการดื่มไวน์
     …
     “บางทีความสุขก็ไม่ได้มาพร้อมกับการทำตามกฎเกณฑ์
แบบแผนปฏิบัติ หรือการทำตามแบบใครเสมอไป ความสุขของเรา
อาจได้มาด้วยวิธีง่ายๆ ภายใต้ปัจจัยและเงื่อนไขเดียวกันคนเรา
อาจมีวิธีการหาความสุขที่แตกต่างกัน”
     …ไวน์สอนผมไว้แบบนั้น…

wine2.jpg

8 ตอบกลับที่ Lesson 3

  1. ohayo พูดว่า:

    รสชาติคงอร่อยน่าดูนะคะ

  2. pattararanee พูดว่า:

    อ่านแล้ว เก็ท วิธีการดื่มไวน์ตามแบบแผน
    เลยไปจนถึง รับรู้ได้ว่า คุณมีความสุขมากแค่ไหนที่ได้ดื่มกับคนที่อยากดื่มด้วย

    ^^

  3. ใต้ร่มนนทรี พูดว่า:

    แหมถูกอย่างที่ว่า…สุราถูกคอ หรือจะเท่าดื่อมกับคนถูกใจ

    ดังที่นักปราชญชาวจีนได้กล่าวไว้ว่า “ที่เราชอบดื่มสุราหาใช่เพราะคิดใจรสสุรา แต่เราชื่นชอบในบรรยากาศของวงสุรามากกว่า”

  4. ร่มนนทรี พูดว่า:

    อ่านแล้วคิดถึงบรรยาการที่มหา’ลัย ริน ยก (ชน) กระดก กลืน

    สุราถูกคอหรือจะเท่าดื่มกับคนถูกใจ

    ดังที่นักปราชญชาวจีนท่านหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า “เราชอบดื่มสุราหาใช่เพราะชื่นชอบในรสสุรา แต่เราชื่นชอบบรรยากาศในวงสุรา”

  5. คุรุชน พูดว่า:

    ขอบคุณที่สร้างบทเรียนได้ในทุกสถานการณ์

  6. ร่มนนทรี พูดว่า:

    อ่านแล้วคิดถึงที่มหา’ลัย

  7. ร่มนนทรี พูดว่า:

    เป็นบทเรียนที่ดีเลยทีเดียว ทำให้นึกถึงที่มหา’ลัย ริน ยก (ชน) กระดก กลืน

    และบางครั้งการทำอะไรนอกกฏก็ทำให้เราเห็นโลกในมุมที่ไม่เคยเห็นด้วย

  8. nut พูดว่า:

    ตราบใดถ้าเรามีไวน์รสชาดดีซักขวด แต่ปราศจากคนดื่มที่ถูกคอ

    ก้อคงไม่มีความหมายสินะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: