หลวงพระบาง ตอน 4

4. (ต่อจากตอน 3)
     เวลาเกือบหกโมงเช้ายังมืดสนิท กระเป๋าเดินทางสองใบ
วางอิงแอบแนบขาหนุ่มสาวชาวไทยสองคนที่ยืนให้ลมหนาว
โลมละเลียดผิวกายอยู่หน้า “โจมา” ร้านเบเกอรี่หรูสไตล์ฝรั่ง
ที่ตั้งอยู่ปากซอยทางเข้าเฮือนพักนกน้อย
     ทีและแจนยืนรอรถสามล้อที่เอเจนซี่ทัวร์จะส่งมารับ
ตอนหกโมงเช้าตามการนัดแนะเมื่อบ่ายวานนี้เพื่อพาทั้งคู่
สู่ท่ารถที่รถบัสวีไอพีวิ่งไปเวียงจันทน์จอดรออยู่
     เลยเวลาที่นัดไว้ไปไม่นาน รถสามล้อก็แล่นมารับตามนัด
คู่รักนักเดินทางเหวี่ยงกระเป๋าและตัวเองขึ้นรถ ไม่ถึงยี่สิบนาที
ทั้งคู่ก็มาถึงท่ารถนอกตัวเมืองหลวงพระบางในขณะที่
แสงอาทิตย์ยังไม่สาดส่อง
     เตรียมอาหารและน้ำดื่มเพื่อการเดินทางอันยาวนานอีกครั้ง
เรียบร้อย ทีและแจนจึงขึ้นไปจับจองที่นั่งบนรถที่สภาพ
ไม่ได้ดีกว่าขามามากนัก
     “หวังว่าจะไปเร็วนะ” ทียังคงกังวล
     “ถ้าไปไม่ทันรถที่จะกลับกรุงเทพฯทำไงดีอ่ะ” แจนหวั่นไม่แพ้กัน
     ทีเริ่มคิดหาหนทางกลับกรุงเทพฯให้ทันวันที่ต้องพาตัวออกจาก
โลกกว้างเข้าไปนั่งในออฟฟิศ
     “ถ้าไม่ทันจริงๆ ก็ต้องหารถจากเวียงจันทน์เข้าหนองคายให้ได้
แล้วค่อยต่อรถทัวร์ชั้นไหนก็ได้เข้ากรุงเทพฯ” ทีเริ่มหาหนทางในหัว
แม้รู้ว่าเธอพร้อมจะลุยไปกับเขาแต่เขาก็ยังอยากดูแลให้แจนไม่ต้อง
ลำบากมากนัก
     “…อาจโทร.ให้พ่อช่วยติดต่อเพื่อนที่อยู่ทางภาคอีสานเป็นธุระ
เรื่องรอบรถทัวร์…แต่ถ้าเป็นไปได้ไม่อยากรบกวนเลยว่ะ
เหมือนจัดการเองไม่ได้ เที่ยวแค่นี้ยังต้องเดือดร้อนคนอื่น…
เออ! เดี๋ยวลองหาทางเองละกัน อย่างเหียกสุดก็ค้างเวียงจันทน์คืนนึง
แล้วตอนเช้าค่อยหารถเข้าหนองคาย ไม่ก็ตรงเข้ากรุงเทพฯ
โอ๊ย…ช่างแม่ง! เดี๋ยวถึงเวียงจันทน์กี่โมงค่อยคิดอีกที
เอาเป็นประมาณเนี้ยะ…ละกัน”

     ปึ้ง! ทีกระแทกสันกำปั้นกับที่วางแขนของเก้าอี้รถบัสวีไอพี
อย่างหัวเสีย
     “ที…ใจเย็นๆ” แจนประโลมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
     “แม่งโคตรช้าเลย จะไปทันมั้ยวะเนี่ย” ทีฉุนเฉียว
“วีไอพีอะไรวะ ไม่เห็นจะเร็วกว่ากันเท่าไหร่”
     “กี่โมงแล้วอ่ะ” แจนถาม
     ทีควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมา “สามโมงจะครึ่งแล้ว ร้อนชิบเป๋ง”

     เวลาทุกนาทีในวันนี้ของทีและแจนมีความหมาย
เพราะมันเป็นตัวกำหนดทิศสำหรับการเดินทางต่อไป
ทั้งคู่จึงรู้สึกเซ็งจิตตั้งแต่รถบัสที่ล้อควรจะหมุนเบียดฝุ่น
บนถนนตั้งแต่หกโมงครึ่งมาได้ฤกษ์เคลื่อนตัวออกจาก
ท่ารถหลวงพระบางตอนเกือบเจ็ดโมงซ้ำยังเร่งความเร็ว
ไม่ได้เพราะเส้นทางเลาะเลียบหุบเขาคับแคบคดเคี้ยว
     เวรกระหน่ำกรรมกระหนาบเมื่อรถจอดที่จุดแวะพัก
ตอนเกือบบ่ายโมงเพื่อจะพบว่ารถเสีย…วิ่งไปต่อไม่ได้
ต้องรอคันใหม่มาถ่ายผู้โดยสาร
     “รถเสียเหรอพี่” ทีถามกระเป๋ารถเมล์สาวห้าว
     “จ้ะ”
     “จะไปถึงเวียงจันทน์ทันสี่โมงมั้ยครับ ผมต้องไปขึ้นรถต่อ”
     “ทันจ้ะทัน”
     แต่ทียังไม่ค่อยมั่นใจนัก เขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตอนนี้
เขามาได้ครึ่งทางหรือยัง!
     “พี่ หยั่งงี้ไปถึงเวียงจันทน์ทันสี่โมงมั้ย ผมต้องขึ้นรถ
กลับกรุงเทพฯ” ทีเดินไปถามคนขับท่าทางสุภาพที่พยายาม
ซ่อมรถจนเหงื่อชุ่มโชก
     “ทันครับทัน ทัน” คนขับย้ำไปปาดเหงื่อไป
     กว่ารถคันใหม่จะถ่ายโอนทั้งคนทั้งของเสร็จ
เวลาก็เดินผ่านไปกว่าชั่วโมง

     และตอนนี้…สามโมงครึ่งแล้ว บนถนนที่ดูจะไม่มีจุดสิ้นสุด
เหมือนกับความหวังที่จะนั่งรถโค้ชแอร์เย็นฉ่ำกลับกรุงเทพฯ
ที่ยิ่งเลือนรางห่างหายออกไปทุกที
     “จากนี่ไปเวียงจันทน์อีกไกลมั้ยครับ” ทีถามเด็กหนุ่มคนหนึ่ง
ที่ขึ้นรถมาระหว่างทางพร้อมกับปืนกลกระบอกเขื่องสะพายเฉียงไว้แนบกาย!
     “อีกประมาณเจ็ดสิบกว่ากิโลครับ”
     “เจ็ดสิบ’โล!” ทีอุทานแบบไม่อยากจะได้ยิน “แล้วผมจะถึงเวียงจันทน์
ทันห้าโมงมั้ยเนี่ย”
     “ห้าโมงเหรอ…” เด็กหนุ่มยิ้ม ขยับกระบอกปืนให้เข้าที่
“…ไม่ทันหรอก”

     ทีและแจนยิ่งร้อนรุ่มใจกระวายกระวน ทุกครั้งที่เข้าเขตชุมชน
ทั้งคู่ทำได้เพียงภาวนาให้ที่นี่เป็นนครหลวงเวียงจันทน์
แต่เมื่อผ่านไปหลายๆ เมืองเข้าและยังไม่มีเค้าของที่หมายปลายทาง
ทีจึงเริ่มคิดทบทวนแผนการณ์กลับบ้านแบบฉุกเฉินอีกครั้ง
     “แม่งขับเร็วกว่านี้ไม่ได้รึไงวะ” ทีบ่นกับแจน “ทางตรงโล่งๆ
แม่งจะขับช้าทำไมวะเนี่ย” เขาไม่อยากต้องงัดแผนสำรองที่คิดไว้มาใช้
ไม่ว่ารถวีไอพีจะช้าแค่ไหน ตราบใดที่แสงตะวันยังไม่เลือนลับดับหาย
ทีก็ยังไม่ถอดใจว่าเขาทั้งคู่ต้องไปทัน
     …ทีรู้สึกว่า ตอนนี้อะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น…ไม่ได้ติดตามเขามา!

     กลไกภายในนาฬิกาเรือนกลมที่แขวนอยู่หน้ารถขยับขับเคลื่อน
เลื่อนเข็มสั้นยาวเข้าสู่เวลาห้าโมงเลยครึ่งมานิดหน่อยตอนที่
รถบัสวีไอพีค่อยๆ คืบคลานถอยหลังเข้าที่จอดในท่ารถสายเหนือ
แห่งนครหลวงเวียงจันทน์!
     ถ้าไม่มีผู้โดยสารคนอื่นยืนปิดทางขึ้นลง ทีคงกุมมือแจน
กระโดดลงสับขาพุ่งตรงสู่ห้องขายตั๋วไปแล้ว
     เท้าสี่ข้างเดินสลับวิ่งข้ามลานดินสู่ตัวอาคารชั้นเดียวโทรมๆ
ด้วยหัวใจลุ้นระทึก!
     “ซื้อตั๋วรถไปกรุงเทพฯครับ” ทีรีบบอกสาวลาวที่นั่งอยู่
หลังบานกระจกเปื้อนฝุ่นของห้องขายตั๋ว
     “ไม่มีค่ะ…” เธอตอบยิ้มๆ “…ต้องซื้อกับบริษัททัวร์ทางนู้น”
เธอชี้มือให้มองตามไปยังอีกสองสามห้องที่อยู่ถัดไป
     “เหรอครับ ขอบคุณครับ” ทีและแจนสาวเท้าไปตามทิศที่เธอชี้บอก
รองเท้าฟองน้ำตบละอองฝุ่นแดงๆ ลอยฟุ้งตามแรงเดิน
     ทั้งคู่มาถึงห้องที่หมาย…ไม่มีใครอยู่ที่นั่น!
     ทีวิ่งกลับไปห้องขายตั๋วห้องเดิม สาวลาวกำลังซัดส้มตำไก่ย่าง
กับเพื่อนร่วมงาน
     “มันไม่เห็นมีคนเลยอ่ะครับ” ถ้ามันไม่มีจริงๆ เขาคงต้อง
ขอคำแนะนำวิธีการเดินทางไปหนองคายจากเธอ
     “เหรอ เอ๊…เมื่อกี้ยังอยู่เลยนะ สงสัยไปเข้าห้องน้ำ รอแป๊บนึงละกัน”
     ทีใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย อย่างน้อยเขาและแจนก็ยังพอมีหวัง
แม้มันจะริบหรี่เหมือนแสงอาทิตย์ยามโพล้เพล้แบบตอนนี้ก็ตาม
     แต่ละวินาทีที่ผ่านไปของทีและแจนตอนนี้ช่างเนิบเนือยเฉื่อยช้า
ถึงแม้คนขายตั๋วของบริษัททัวร์จะโผล่มา ทีและแจนก็ยังไม่รู้ว่า
ที่นั่งบนรถกลับกรุงเทพฯจะยังมีเหลือสำหรับทั้งคู่หรือไม่
     “เฮ้ย! มาแล้วๆ” ทีสะกิดบอกแจน
     ทีจำหน้าหญิงสาวคนขายตั๋วของบริษัททัวร์ได้ เพราะเธอเคย
ถามทั้งคู่ตั้งแต่วันมาถึงสถานที่แห่งนี้เมื่อสามวันก่อนแล้วว่า
“อยากจะจองตั๋วกลับไว้เลยมั้ย”
     เพราะยังไม่รู้ว่าจะไปไหนกี่วันหรือจะกลับมาได้ทันตามเวลาที่
จองหรือเปล่า ทีและแจนจึงยังไม่อยากจองตั๋วไว้จองจำความอิสระ
ในการเดินทาง
     “ยังมีตั๋วกลับกรุงเทพฯมั้ยครับ สองคน” ทียิงคำถามทันที
ที่เธอเดินมาถึง รอลุ้นคำตอบที่กำลังจะหลุดออกมาจากปาก
     “มีค่ะ” เธอตอบยิ้มๆ ยังจำหนุ่มสาวทั้งคู่ได้ “โชคดีนะเนี่ย ยังมี…”
     “โฮ่…โชคดีเหี้ยๆ” ทีโล่งใจ
     “บอกแล้วว่าน่าจะจองไว้” เธอยิ้มบอกทั้งคู่ “สองที่นะคะ”
     “ครับ”
     เธอจรดปลายปากกาเขียนลงบนตั๋วสองใบ ยื่นให้แลกกับ
เงินกีบฟ่อนสุดท้าย
     “เรียบร้อยแล้วค่ะ เดี๋ยวรอรถมารับไปขึ้นรถต่อที่ด่านนะคะ”

     …หลังจากวนเวียนรับผู้โดยสารต่างชาติที่รอกระจัดกระจาย
อยู่ตามจุดต่างๆ ในเวียงจันทน์ ซึ่งช่วยให้ทีและแจนได้นั่งรถเอื่อยๆ
กินลมชมบรรยากาศรอบๆ เมืองหลวงของลาวแห่งนี้ได้พอประมาณแล้ว
สองทุ่มกว่าๆ ทั้งคู่ก็มาถึงด่านก่อนข้ามสะพานมิตรภาพ
แสงไฟสีส้มสาดส่องสว่างทั่วบริเวณ เหลือผืนแผ่นดินลาว
เพียงไม่กี่ตารางเมตรที่จะได้เหยียบเป็นครั้งสุดท้าย…เศร้า…ใจหาย…
และโหยหาความจริงใจใสซื่อที่ผูกพัน…คือความรู้สึกที่ผุดพราย
ขึ้นมาในใจของทีและแจน ยิ่งแถวตรวจเอกสารพาสปอร์ตหดสั้นลง
ระยะทางระหว่างหนุ่มสาวทั้งคู่กับดินแดนที่เป็นดั่งเพื่อนที่แสนดีคนนี้
ยิ่งห่างไกล…และยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เส้นทางเดินชีวิตจะกลับมาบรรจบ
ทบทาบกันอีกครา…

     รถโค้ชปรับอากาศสองชั้นอย่างดีที่ไอแอร์เย็นฉ่ำกำลังพวยพุ่ง
เคลื่อนตัวเข้าหาสะพานมิตรภาพพร้อมนักเดินทางเต็มคัน
ทีและแจนได้ที่นั่งเคียงข้างกันชั้นบนด้านหน้าสุด
รองเท้าแตะฟองน้ำสี่ข้างถูกถอดวางไว้ข้างเคียงกัน
     …สิ่งที่มองไม่เห็นยังคงตามติดในจิตใจชายหนุ่ม!
     ทีนั่งนิ่ง มุมปากเลื่อนเป็นรอยยิ้มเล็กๆ หันหน้าสบตากับแจน
     เมื่อความคิดวิ่งตามทันความรู้สึก…ทีจึงรู้ว่าบางสิ่งบางอย่าง
ที่มองไม่เห็นและเฝ้าติดตามเขาอยู่ตลอดเวลาส่วนใหญ่ที่เขาและแจน
ใช้ร่วมกันในแผ่นดินลาวนั้น…
     …มันคือสิ่งที่ใครหลายคนรู้จักกันในนาม “ความอิ่มเอม” และ
“ความประทับใจ” ที่ทีมีต่อดินแดนแสนสงบอันกว้างใหญ่ไพศาล
ผืนนี้นั่นเอง!
     แม้จะเข้ามาเกาะกุมจิตใจซะเป็นส่วนใหญ่และหายไปเป็นบางห้วง
แต่ต่อจากนี้ไปมันคงไม่มีวันเลือนราง
     มาถึงตอนนี้ ทีนึกไม่ออกจริงๆ ว่า “ลาว” ดินแดนบ้านพี่เมืองน้อง
แห่งนี้กลายมาเป็นคำประณามหยามเหยียดติดปากมักง่าย
ของคนไทยไปได้ยังไงและตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ไม่ว่าคำว่าลาว
ในความรู้สึกของใครจะเป็นไปในแง่ไหน สำหรับเขาและแจน
“ลาว” คือสถานที่แห่งความสงบที่แสนสุขจนไม่อยาก
เอ่ยปากจากลา…

     “Bye bye Lao” เสียงหญิงสาวสำเนียงต่างชาติ
พูดรำพึงกับตัวเองลอยมาเข้าหูทีตอนที่รถแล่น
แหวกมวลอากาศเย็นๆ มาถึงเกือบกึ่งกลางสะพาน
     “ใช่…” ทีคิดกับตัวเอง “…Bye bye Lao ดินแดนและผู้คนที่น่ารัก
แล้วค่อยไป Hello Bangkok แถวๆ ถนนราชดำเนินอีกทีพรุ่งนี้…ตีห้า
กับเส้นทางเดิมๆ ที่ต้องกลับไปเดินอีกครั้ง”
     แต่เรื่องราวใหม่ๆ ในชีวิตคงไม่มีให้พบเห็นมากนักบนทางเส้นนั้น
     ทีกุมมือแจน
     “คราวหน้าไปไหนกันดี”…

2 ตอบกลับที่ หลวงพระบาง ตอน 4

  1. nut พูดว่า:

    รุ้สึกว่าเคยได้แต่ผ่านไปน่ะ

    ถ้ามีโอกาศได้ไปแบบนี้บ้างก้อคงดีเหมือนกัน

  2. JoJo พูดว่า:

    อย่าไปหยาบคายกับรถทัวร์ลาวเลย เวลาที่นั่นเดินช้า ไม่เร่งรีบเหมือนกรุงเทพฯ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: