สะบายดี หลวงพะบาง

สะบายดี หลวงพะบาง – สบาย (ใจ) ดี / โดย…โรงน้ำชา (16/6/2551)

     ชื่อ ศักดิ์ชาย ดีนาน หนึ่งในผู้กำกับของ “สะบายดี หลวงพะบาง”
อาจจะคุ้นหูผมและใครหลายๆ คนน้อยกว่าชื่อของ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม
นักแสดงหนุ่มมาดเซอร์ที่นอกจากแสดงนำใน สะบายดี หลวงพะบาง แล้ว
ช่วงนี้ยังมีหนังลงโรงติดๆ กันถึง 3 เรื่อง (อีก 2 เรื่อง คือ เมมโมรี่ รัก…หลอน
กับ The Leap Years หนังรักจากสิงคโปร์) และเป็นนักแสดงคนหนึ่ง
ที่ค่อนข้างเลือกรับงานแต่ละครั้งได้น่าสนใจ
     จากที่ได้รับรู้ข้อมูลมาเป็นระยะๆ  สะบายดี หลวงพะบาง เป็น
ผลงานกำกับหนังใหญ่เรื่องที่ 2 ของศักดิ์ชาย เรื่องแรกเขาเป็น
ผู้กำกับ 1 ใน 3 ตอนของ “ก็เคยสัญญา” หนังที่ไม่ค่อยประสบ
ความสำเร็จนักเมื่อหลายปีก่อน
     ผมไม่รู้เหตุผลที่ทำให้ก็เคยสัญญาไม่ประสบความสำเร็จ
แต่กับ สะบายดี หลวงพะบาง ศักดิ์ชาย ดีนาน ที่ทำหน้าที่
กำกับร่วมกับ อนุสอน สิริสักดา ผู้กำกับจากฝั่งลาวที่คร่ำหวอด
กับวงการหนังลาวมาไม่น้อย สามารถทำให้หนังเรื่องนี้
มีหน้าหนังที่เชิญชวน จริงใจ และดูไร้พิษภัย ใช้เวลาอยู่ด้วย
แล้วน่าจะสบายใจ
     จากข้อมูลที่รู้มา เส้นทางการขึ้นจอของ สะบายดี หลวงพะบาง
ลำบากและต้องใช้ความพยายามพอๆ กับการนั่งรถประจำทาง
จากเวียงจันทน์ไปหลวงพระบางเลยทีเดียว


     ศักดิ์ชายเคยเล่าไว้ในการสัมภาษณ์ว่าเขาเคยหอบโปรเจ็กต์นี้
ตระเวนเข้าไปคุยกับทางนายทุนในสตูดิโอหนังไทยใหญ่ๆ อยู่
หลายค่ายเหมือนกัน ซึ่งต้องเจอกับคำปฏิเสธมาตลอด จนเขา
เริ่มถอดใจและไม่หวังพึ่งระบบสตูดิโอ ออกเดินหานายทุนนอก
วงการหนังไทยไปเรื่อยๆ
     โปรเจ็กต์เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้เมื่อศักดิ์ชายได้เจอนายทุน
ที่เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างจากอุบลฯ ซึ่งมั่นใจในตัวศักดิ์ชายและ
สะบายดี หลวงพะบาง มากพอที่จะพร้อมร่วมหัวจมท้ายกับ
หนังเรื่องนี้ด้วยกัน
     ที่กล้าลงมาวิ่งหาเงินให้เขาทำเพราะความชอบในตัวเรื่อง
และคิดว่าไม่น่าจะต้องลงทุนเยอะ กอปรกับนายทุนที่เป็น
ผู้รับเหมาก่อสร้างคนนี้พอจะมีประสบการณ์จากการทำสารคดี
ให้ช่อง 11 และเคเบิลท้องถิ่นมาบ้าง
     ทีมงานหลังกล้องส่วนใหญ่ก็มาเพราะใจอยาก ศักดิ์ชาย
ขอแรงคนรู้จักสนิทสนมมาช่วยกันไปคนละไม้คนละมือ
ถือว่าเป็นโอกาสไปเที่ยวลาว
     แม้กระทั่งนักแสดงนำอย่างอนันดาที่ลงมาควบเก้าอี้
ผู้อำนวยการสร้างอีกหนึ่งคนของหนัง ซึ่งเป็นอีกทาง
ที่ช่วยให้หนังเรื่องนี้ได้คลอดออกมาโดยใช้ระบบแบบ
เมืองนอกคือนักแสดงนำจะลดค่าตัวลงแล้วถือหุ้นในหนัง
รับเปอร์เซ็นต์จากกำไรที่หนัง “อาจจะ” ได้ในอนาคต
     ศักดิ์ชายยังชื่นชมอนันดาในแง่สปิริตและความตั้งใจ
ที่จะผลักดันสร้างสรรค์หนังที่พูดถึงความงดงาม
ของลาว-แผ่นดินเกิดของแม่ เรื่องนี้ให้เป็นจริงขึ้นมา
แบบไม่แคร์ค่าตัว


     แม้การทำงานจะตะกุกตะกักและไม่ราบรื่นเหมือน
หนังเรื่องอื่นๆ ที่มีสตูดิโออุ้มชูเนื่องจากเป็นการถ่ายทำไป
วิ่งหาเงินไปโดยนายทุนที่เป็น…ย้ำอีกที…ผู้รับเหมาก่อสร้าง!
     แต่สุดท้าย สะบายดี หลวงพะบาง ก็ได้ออกมาอวดโฉม
จนได้
     …


     โดยส่วนตัวแล้วผมไม่ได้คาดหวังอะไรกับหนัง 2 สัญชาติ
เรื่องนี้มากนัก สิ่งเดียวที่กระตุ้นความกระสันให้กระหายใคร่
ตีตั๋วเข้าไปดูก็คือความประทับใจและถวิลหาภาพครั้งลากแตะ
แบกเป้ไปตะลอนเที่ยวหลวงพระบางเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน
แม้ถ้าหากตัวหนังจะไม่สนุก แต่เท่าที่ดูจากหน้าหนัง
อย่างน้อยก็คงได้อินและอิ่มกับภาพและบรรยากาศที่น่าจะ
ช่วยกระตุกความทรงจำดีๆ ที่มีกับดินแดนแห่งนี้ให้ได้
ออกมาวิ่งวนในหัวอีกครั้ง
     และถ้าตัวหนังไม่ได้น้ำเน่าหรือเนิบเนือยเอื่อยอืด
จนถึงขั้นน่าเบื่อ…นั่นก็คงเป็นกำไรที่ผมจะได้จากหนังเล็กๆ
อารมณ์โรแมนติกเรื่องนี้…


     เรื่อง “ลาว” ของ สะบายดี หลวงพะบาง เปิดตัว “สอน”
(อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม) ช่างภาพหนุ่มชาวไทยที่เป็นลูกครึ่ง
ลาว-ออสเตรเลีย นั่งรอขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ อยู่ที่
สนามบินลาวด้วยความกระอักกระอ่วน ก่อนจะเล่าย้อน
กลับไปยังจุดเริ่มต้นการเดินทางเมื่อ 7 วันก่อน ตอนที่
หัวหน้างานในสำนักพิมพ์หนังสือที่เมืองไทยมอบหมาย
ให้สอนเดินทางตระเวนประเทศลาวเพื่อถ่ายรูปประกอบ
หนังสือ
     แรกรับงาน สอนค่อนข้างอิดออด เพราะแม้จะมี
เชื้อสายลาวแต่เขาไม่ค่อยมีความผูกพันลึกซึ้ง
ไม่เคยไปลาว ไม่รู้จักและไม่รู้สึกซาบซึ้งกับวิถีของลาว
รู้แค่ว่าเขามีปู่กับย่าที่ไม่เคยพบหน้าอยู่ที่ลาว
     แต่ในเมื่อต้องทำงาน สอนจึงจำต้องไปลาวอย่าง
เสียไม่ได้ ที่นั่นสอนมีไกด์เป็นสาวลาวชื่อ “สอนไพรวัลย์”
ชื่อเล่นชื่อ “น้อย” (คำลี่ พิลาวง) ที่ตะลอนพาเขาถ่ายรูป
สถานที่ท่องเที่ยวและวิถีชีวิตแบบลาวๆ


     ตามสูตร…ความถ้อยทีถ้อยอาศัย ความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจ
และความช่วยเหลือที่หนุ่มสาวทั้งคู่มีให้แก่กันตลอดเส้นทาง
ค่อยๆ พัฒนาความสัมพันธ์และความสนิทสนมของสอน
และน้อย ขณะเดียวกัน ระยะทางและระยะเวลาที่ผ่านไปในลาว
ไม่เพียงค่อยๆ ลดระยะห่างระหว่างความรู้สึกของช่างภาพไทย
กับไกด์สาวลาว แต่ยังทำให้สอนเรียนรู้และหลงรักเสน่ห์
แสนจริงใจและใสซื่อของผู้คน วิถี และชีวิตแบบลาว


     แล้วทุกเหตุการณ์ก็เคลื่อนผ่านมาบรรจบกับฉากสนามบินลาว
ในตอนเปิดเรื่อง ก่อนจะพาคนดูสู่ไคลแม็กซ์และบทสรุป
ที่สามารถส่งเราออกจากโรงพร้อมรอยยิ้ม


     การดำเนินเรื่องของ สะบายดี หลวงพะบาง ค่อยๆ เดินหน้า
ไปเรื่อยๆ หากแต่ลื่นไหล แม้บางช่วงจะรู้สึกว่าบางฉากสามารถ
แต่งเล็มให้กระชับหรือบางซีนอาจจะยกออกได้และเอาเวลาไป
ขยายฉากอื่นน่าจะทำให้หนังอิ่มมากกว่านี้ รวมทั้งการที่หนัง
นำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ของลาวมาก “เกิน” ไปนิด
จนบางครั้งให้ความรู้สึกว่า “ยัดเยียด” การขายแหล่งท่องเที่ยว
ไปหน่อย รวมทั้งรายละเอียดบางอย่างที่บทน่าจะเติมให้เต็ม
กว่านี้ เช่น ความสัมพันธ์ของสอนและฝน แฟนสาวที่เมืองไทย
ว่าเป็นไปในรูปแบบไหนและทำไมสุดท้ายจึงเป็นไปในรูปแบบนั้น
     รายละเอียดส่วนนี้ที่แหว่งวิ่นไปทำให้เหตุและผลในหนังขาด
ความหนักแน่นไปในทันทีรวมทั้งทำให้ประเด็นจากคำโปรยบน
โปสเตอร์ของหนังที่ว่า “อยู่กับคนที่รักเรา หรือไปหาคนที่เรารัก”
ไม่แข็งแรงและไม่ชัดเจนอย่างที่ควรจะเป็น
     แต่เสน่ห์ในส่วนอื่นๆ เท่าที่ สะบายดี หลวงพะบาง เป็นและได้เห็น
เมื่อหักลบกลบกันแล้วส่งให้ผลลัพธ์สุดท้ายหนังเป็นความน่าพอใจ
ที่ไม่น้อยเลยทีเดียว
     นอกจากหนังจะเป็นเจ้าของภาพทิวทัศน์ลาวที่ถ่ายทอด
ออกมาได้สวยงามแบบไม่รู้สึกว่าประดิษฐ์เกินไป รวมทั้งสามารถ
เก็บอารมณ์และ “กลิ่น” ของลาวมาได้อย่างเต็มอิ่มแล้ว การแสดง
ของ 2 นักแสดงนำที่พูดได้เต็มปากว่าแบกหนังเอาไว้ทั้งเรื่อง
ยังเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ต้องชมคนคัดตัวว่าสามารถหานักแสดง
ที่ลงตัวกับบททั้งหน้าตาและวิธีการเล่น


     อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม มาพร้อมการแสดงที่เป็นธรรมชาติ
มากๆ ในแคแร็กเตอร์ช่างภาพนิตยสารจากเมืองไทยที่สักแต่
ชักภาพเพื่อทำงานให้เสร็จๆ ไปในช่วงแรกที่มาถึงลาว
ก่อนที่ตัวละครจะค่อยๆ มีพัฒนาการมากขึ้นเมื่อความรู้สึก
ของสอนที่มีต่อไกด์สาวรวมทั้งดินแดนลาวเริ่มเปลี่ยนไป
ซึ่งสิ่งที่บทเรียกร้องไม่มากเกินกว่าที่อนันดาจะสามารถให้ได้
ไม่ยากที่เราจะเชื่อได้ว่าอนันดาก็คือช่างภาพเซอร์ๆ ที่ชื่อสอน


     คำลี่ พิลาวง รองมิสลักษ์แห่งประเทศลาวประจำปี 2006
ประเดิมบทนางเอกในการแสดงครั้งแรกกับ สะบายดี หลวงพะบาง
คำลี่ไม่ใช่คนสวย แต่เมื่อถูกจับมาวางในบท เธอทำให้แคแร็กเตอร์
ไกด์สาวที่ชื่อน้อยดูน่ารักแบบจริงใจ ใส ซื่อ นิ่มนวลและเป็นธรรมชาติ
นี่เป็นความน่ารักในแบบ “ลาว” จริงๆ น่ารักแบบไร้จริต ไร้พิษภัย
และไร้เมคอัพหนาๆ รวมทั้งวิธีการพูด วิธีการแสดง และวิธีการ
รับมือกับความรู้สึกที่เริ่มเข้าใกล้คำว่า “รัก” ล้วนอยู่ภายใต้
ความน่ารักแบบผู้สาวลาวของเธอทั้งสิ้น


     อีก 2 นักแสดงสมทบที่ไม่เขียนถึงไม่ได้เพราะมีส่วนสำคัญ
ในการขับเคลื่อน สะบายดี หลวงพะบาง ไปข้างหน้าอย่างมีสีสัน
เรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มโตๆ จากคนดูได้เป็นระยะๆ คือ
ตัวละครเด็กชายวัยกระเตาะบุคลิกกวนตีนที่เร่ขายของให้
นักท่องเที่ยวที่เมื่อมาเจอกับสอนทีไรต้องมีเรื่องมาให้ยิ้มทุกที
กับตัวละครเด็กผู้หญิงน้องสาวของนางเอกที่รู้มากเกินเด็ก
ตัวละครเด็กทั้งคู่เป็นเจ้าของฉากฮาๆ และเป็นจอมขโมยซีน
ตลอดเส้นทางที่หนังดำเนินไป


     เท่าที่เห็น ศักดิ์ชาย เอาตัวรอดไปได้สบายๆ ในส่วน
ของการกำกับการแสดง โทนของหนังนอกเหนือจากส่วน
ที่บอกเล่าและโชว์สถานที่ท่องเที่ยวก็สามารถคุมให้อยู่ใน
จังหวะที่ดูสบายๆ ค่อยเป็นค่อยไป ไม่เร่งเร้า ทว่ามีเสน่ห์
บางอย่างให้ติดตาม…ไม่ต่างจากสิ่งที่ประเทศลาวเป็น
     เรื่องที่เล่าก็ง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่ซุกซ่อนนัย
หรือสัญลักษณ์ให้ต้องมานั่งตีความตอนดูจบ (แต่ถ้าจะคิด
ให้มีก็มีได้ ไม่ว่าจะเป็นถนนหรือกระจก)


     ในหนังยังมีหลายฉากที่น่ารักและน่าประทับใจ
ในสไตล์ลาวๆ อย่างเช่นฉากที่ครอบครัวฝั่งพ่อจัดพิธี
บายศรีสู่ขวัญให้หลานสอน แสง การถ่ายทำ และการแสดง
ของอนันดาในฉากนั้นเร้าความประทับใจจนน่าจะทำให้
หลายคนแช่มชื่นตื้นตันกับความอบอุ่นแบบบ้านๆ ที่สอน
ซึ่งใช้ชีวิตอยู่แต่ในความวุ่นวายของเมืองใหญ่และห่างไกล
ครอบครัวคงไม่เคยได้สัมผัส ฉากยามเช้าที่สอนช่วย
ชาวบ้านตากปลาในขณะที่หันไปสบตากับน้อยที่กำลัง
นั่งนึ่งข้าวเหนียวอยู่ที่ลานดิน ดูแล้วสดใส เรียบง่าย
และน่ารักอย่างบอกไม่ถูก หรือจะฉากที่น้อยสอนสอนเต้น
“บัดสลบ” ในงานแต่งงานของเพื่อนก็เป็นอีกหนึ่งซีน
น่ารักๆ ที่สอดแทรกศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ของลาว
เข้ามาได้แบบเนียนๆ
     หลังจากได้ไปเห็นและงงๆ กับการออกสเตป
เต้นโดยพร้อมเพรียงกันเป็นหมู่คณะด้วยความ
สนุกสนานและธรรมดาเหมือนเป็นเรื่องปกติในผับ
ตอนไปเที่ยวหลวงพระบาง ผมเพิ่งรู้นี่แหละว่า
การเต้นแบบนั้นเรียกว่า “บัดสลบ” ซึ่งคนลาวทุกคน
จะรู้จังหวะและเต้นเป็น
     ตอนที่ผมดู สะบายดี หลวงพะบาง นั้นไม่ทันได้สังเกต
แต่คุณวิรัตน์ โตอารีย์มิตร บอกไว้ในนิตยสารเอนเตอร์เทน
ฉบับที่ 988 ว่า ตลอดเรื่อง สอนไม่ถูกเนื้อต้องตัวน้อยเลย
ตั้งแต่ต้นจนจบ นึกไปนึกมาผมก็พอจะระลึกได้ว่าจริงแฮะ
ไม่มีแม้กระทั่งการเกี่ยวก้อยหรือจับมือ ซึ่งผมว่านั่นยิ่ง
ตอกย้ำความรักที่ดูน่ารัก จริงใจ และใสบริสุทธิ์ตาม
ขนบวัฒนธรรม เป็นความรักที่เริ่มต้นจากการสัมผัสด้วยใจ
ไม่ใช่ด้วยกาย


     เป็นหนังเล็กๆ ทุนน้อย โปรโมตน้อยที่อิ่มเอม อบอุ่น
และกรุ่นสุขไม่น้อยเรื่องหนึ่งในช่วงนี้ ที่สำคัญ
สะบายดี หลวงพะบาง ยังแอบกระซิบบอกเราทุกคนว่า
บางทีความสุขความสบายใจอาจไม่จำเป็นต้องหาได้เพียง
จากความศิวิไลซ์ที่ฟุ้งเฟ้อฟู่ฟ่าในเมืองใหญ่
     สถานที่เล็กๆ บางที่ที่เวลายังคงเดินอย่างเชื่องช้า
ไม่มีเทคโนโลยีหรือชีวิตที่เร่งรีบหวือหวาอาจนำพา
ความสุขและสงบแบบเรียบง่ายให้ร่างกายและจิตใจที่
โรยล้าได้…เหมือนที่หนังเล็กๆ รสละมุนอุ่นละไม
อย่าง “สะบายดี หลวงพะบาง” เป็น

16 ตอบกลับที่ สะบายดี หลวงพะบาง

  1. muay พูดว่า:

    ดูมาเเล้ว สนุกมาก อยากให้ทุกคนรีบไปดูก่อนหนังจะออกจากโรงนะคับ

  2. to-on พูดว่า:

    ได้อ่านแล้วอยากดูบ้างจัง

    อยากไปเที่ยวบ้างจังเลยครับ

  3. rongnamcha พูดว่า:

    ถึงตอนนี้ (23/6/2551) ไม่รู้ว่า สะบายดี หลวงพะบาง จะยังมีรอบฉายเหลืออยู่บ้างรึเปล่านะครับ เพราัะช่วงนี้หนังฟอร์มยักษ์ทั้งหลายกำลังถล่มโรงหนังและแย่งโรงฉายไปพอสมควร ถ้ายังพอมีรอบ+โรงฉายและสะดวกที่จะไปดู ผมขอแนะนำครับ เป็นหนังเล็กๆ ที่น่าให้กำลังใจมากๆ

  4. to-on พูดว่า:

    ไม่รู้ว่าจะมีแผ่นมาขายที่แถวบ้านหรือเปล่านะ

    น่าสนับสนุนจริงจริง

  5. yokuraku พูดว่า:

    คาดว่าหลายๆคนที่ไปดูเรื่องนี้มา
    อาจจะมีการตามรอยสะบายดีหลวงพระบางเยอะแน่ๆ

  6. โป๋ย พูดว่า:

    ตอนผมเข้าไปปากเซครั้งแรก ผมรู้สึกว่าชีวิตที่นั่นดูมีเสน่ห์ ชีวิตเรื่อยๆ เรียบๆ ดูสบาย สาวๆก็ดูน่ารักจนเราอดหลงรักไม่ได้ และที่สำคัญอีกอย่างที่เราสัมผัสได้ก็คือน้ำใจและความจริงใจของคนที่นั่น
    ตอนที่เขียนบทและกำกับ สิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้คนดุรู้สึกเหมือนที่ผมไปเจอก็คือ ชีวิตในลาวนี่มันสบายๆ มีเสน่ห์ในความน่ารักของเขา
    ขอบคุณครับ ที่หลายๆคนไปดู และมองเห็นบางอย่างที่เราเสนอออกมา
    ผมอยู่กรุงเทพ ดูรูปเก่าๆที่ไปที่นั่น ยังรู้สึกคิดถึงและอยากจะไปอีก
    เมืองลาวมีเสน่ห์อย่างหนึ่ง คือเมื่อเรากลับมาแล้วคิดถึง และมันอยู่ในความทรงจำเราอีกนาน

  7. rongnamcha พูดว่า:

    คุณโป๋ย ผู้กำกับ มาเองเลยเหรอครับ ขอบคุณที่แวะมาจิบชาด้วยกันนะครับ และขอบคุณที่พยายามสร้างหนังเล็กๆ เรื่องนี้จนสำเร็จ ให้ผมและใครอีกหลายๆ คนได้อุ่นและสบายใจกับ สะบายดี หลวงพะบาง…

  8. ชายกลาง พูดว่า:

    ไม่รู้ว่าพลาดเรื่องนี้ไปได้อย่างไง ทั้งๆ ที่ตั้งใจมากว่าจะต้องดูให้ได้ อาจเป็นเพราะช่วงนั้นที่ลิโดมีหนังเข้าเยอะ เราเลยพลาด ฮ่าฮ่า

  9. Mom พูดว่า:

    ขอบใจคุณ”โรงน้ำชา” ที่ได้สะท้อนภาพสวยๆ สาระสบายๆ ให้ได้อ่าน
    เคยได้ไปเยี่ยมเยียนประเทศเพื่อนบ้านนี้ถึง 2 ครั้ง แต่ไม่ถึงหลวงพระบางซักที
    เมื่อได้อ่าน “สบายดี หลวงพระบาง” ทำให้นึกถึงภาพเก่าๆ ที่ได้ไปเห็น จึงทำให้อยากดูหนังมากๆ
    แต่คงไม่มีโอกาสเพราะน่าจะออกไปแล้ว คงจะได้คอยดูหนังแผ่น…จะคอย

  10. คนกันเอง พูดว่า:

    ดีใจที่ “โรงน้ำชา” เขียนถึง “สะบายดี หลวงพระบาง” ด้วยอารมณ์โก๋ละมุล เรารู้สึกว่าสำนึกลึกๆ คนเราโหยหาความสงบ เงียบ เรียบง่ายอยู่แล้ว เพียงแต่พายุโลกทุนพัดซะเราฟุ้งและจิตเฟือน ข้อเขียนคุณทำให้สติไม่เตลิดในโลกตลก! Kuruchon

  11. ร่มนนทรี พูดว่า:

    ขอยืมพื้นที่ของลูกชายมาคุยกับหลานชาย ในวันที่ลูกหลาน (3 ครอบครัว) แวะเวียนมาเยี่ยมยาย จึงได้มีโอกาสแวะเวียนโรงน้ำชาของหลานชาย จะบอกว่าประเทศลาวเป็นเมืองนอกที่อยู่ความฝันที่อยากไปเที่ยว ยิ่งได้อ่านยิ่งทำให้รู้สึกเสียดายว่าคงไม่มีโอกาสได้ไป แม้แต่โอกาสได้ดูหนังที่ว่า เพราะเวลาจะเข้าโรงหนังไม่มีเอาเสียเลย แอบใช้จินตนาไปกับการอ่านและภาพที่ได้เห็น ขอบใจหลานชาย และจะติดตามอ่านต่อไปนะ

  12. พี่หมีควาย พูดว่า:

    เพิ่งซื้อวีซีดี มาดูเมื่อคืนนี้ จากคำแนะนำของเพื่อนร่วมงาน ว่า วิวสวย รวมถึงอยากเอาใจภรรยา ที่เพิ่งกลับมาจากการทัวร์จำปาสักเมื่อเดือนก่อน แล้วยังพูดถึงไม่ขาดปาก

    อิ่มใจกับความเรียบง่ายของหนัง ดูเพลินกว่าที่คิด

    ชอบที่สุดก็คือ ฉากการเต้นบัดสลบ -เหมือนหลายๆคน

    กลายเป็นหนังไทยในดวงใจอีกเรื่อง

    ที่สำคัญ ทำให้ผมรู้จักลาวมากขึ้นกว่าเดิมมากๆ ทั้งที่บ้านเกิดผมห่างจากเวียงจันทร์แค่ ร้อยกว่ากิโล

    ผมอาจจะได้เปรียบท่านอื่นบ้าง ตรงที่สามารถดูได้โดยไม่ต้องอ่านซับไตเติ้ล (ฮา)

  13. พี่หมีควาย พูดว่า:

    ฉากเต้นบัดสลบ จากสบายดีหลวงพระบาง
    ที่หลายคนชอบ

  14. pattararanee พูดว่า:

    เคยเข้ามาอ่านหัวข้อนี้เมื่อนานมาแล้ว
    แต่อ่านไปได้หน่อยเดียวก็เลิกอ่าน
    เพราะคิดว่า จะรอดูหนังก่อน

    เวลาก็ผ่านไปนานมาก
    เพิ่งได้ดูหนังเรื่องนี้จากแผ่นเมื่อเดือนที่แล้ว
    เป็นแผ่นที่เพื่อนคนหนึ่ง ให้เป็นของกำนัล (ด้วยเหตุเพราะเธอโปรดปรานอนันดาอย่างแรง ^^ )

    ดูหนังจบ
    รู้สึกว่า อิ่ม
    อยากไปอยู่ในความเชื่องช้าอย่างนั้นบ้าง

    จะว่าไป บรรยากาศอย่างในหนัง
    ตามชนบทบ้านเราก็ยังมีอยู่
    แนะนำ เชียงคาน นะคะ
    ชีวิตไหลช้าๆ พร้อมกับน้ำโขงไหลเอื่อยๆ
    สงบดีค่ะ
    ตักบาตรเช้าพร้อมกับคุณย่าคุณยายแถวนั้น
    อิ่มใจดีนะคะ
    ^^
    http://pattararanee.multiply.com/photos/album/26/26

    • rongnamcha พูดว่า:

      ยินดีที่ได้ยินว่ามีหลายคนชื่นชอบชื่นชมหนังเรื่องนี้
      และได้รับความรู้สึกสบายใจจากสะบายดี หลวงพะบาง เหมือนกับเรา
      เห็นภาพเชียงคานแล้วครับ น่าไปมาก…ก…ก…
      ปักหมุดรอไว้เป็นเป้าหมายอันใกล้แล้วครับ

  15. เก้าหาง พูดว่า:

    เพิ่งได้ดูครับ ผมประทับใจมาก ชอบทั้งเนื้อหาของหนัง พระเอกนางเอก และฉากที่เกี่ยวกับธรรมชาติ ขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมต่างๆของลาว แต่ตอนจบเสียดายน่าจะให้พระเอกเราได้สารภาพรักกับน้องคำลี่ซักหน่อยน่ะครับ ลุ้นดูอยู่ตั้งนาน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: