Lesson 12

outside teaching : บทเรียนนอกตำรา / โดย…โรงน้ำชา (17/3/2552)
Lesson 12 : ออสการ์ ครั้งที่ 81

     “How did he do it?
     How for so many years did Sean Penn get all those jobs
playing straight man?”
     หลังโรเบิร์ต เดอนีโร เปิดการกล่าวถึง ฌอน เพนน์ ด้วยประโยคนี้
เสียงหัวเราะทั้งของคนเบื้องหน้าและคนเบื้องหลังวงการภาพยนตร์
ฮอลลีวู้ดดังครืนทั่วทั้ง Kodak Theatre อันเป็นสถานที่จัดงานประกาศ
ผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 81
     รูปแบบการประกาศผลรางวัลในสาขาใหญ่อย่างนักแสดงนำชาย
และนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมของออสการ์ครั้งที่ 81 ที่เพิ่งผ่านไป
เมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2009 ดำเนินไปโดยการให้นักแสดงชายที่เคย
ได้รางวัลออสการ์ในสาขานำชายมาก่อน 5 คน (ถ้าเป็นสาขานำหญิง
ก็ใช้บริการจากนักแสดงหญิงที่เคยคว้ารางวัลออสการ์ในสาขานี้มาก่อน
5 คน) ขึ้นมายืนพร้อมหน้ากันบนเวทีแล้วให้แต่ละคนกล่าวชื่นชม
ผู้เข้าชิงในปีนี้ทีละคน
     ครับ…โรเบิร์ต เดอนีโร หนึ่งในสุดเก๋าที่อยู่ในวงการมานาน
เป็นคนกล่าวถึงฌอน เพนน์ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล
นักแสดงนำชายจากบท ฮาร์วี่ มิลค์ ในภาพยนตร์เรื่อง Milk
ของผู้กำกับ กัส แวน แซนต์
     และเดอนีโรก็เปิดมุขอย่างฮาขึ้นมาด้วยประโยคดังกล่าว
     “เค้าทำได้ไง?
     เค้าเล่นบทผู้ชายโคตรแมนทั้งแท่งให้เราเชื่อได้ยังไงมาตลอด
หลายปี (วะ)?”
     ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมวงการ ฌอน เพนน์ ยิ้มแฉ่ง
จนแก้มแทบแตก
     ไม่แปลกที่เค้าจะฉีกยิ้มชื่นมื่นแบบไม่แคร์ริ้วรอยและตีนกา
ที่ผุดพรายมาเต็มหน้า
     เพราะนี่เป็นคำชื่นชมที่แสนคมคายและจริงใจจากหนึ่งใน
สุดยอดฝีมือของฮอลลีวู้ดเลยทีเดียว
     Milk สร้างจากเรื่องจริงของ ฮาร์วี่ มิลค์ เกย์วัยกลางคน
ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อเป็นกระบอกเสียงเรียกร้องให้ชาวรักร่วมเพศ
ได้มีสิทธิในเรื่องต่างๆ เทียมเท่ามนุษย์ทุกผู้ในอเมริกาและป้องกันไม่ให้
ประชากรชาวรักร่วมเพศถูกเอาเปรียบเหยียบย่ำหยามหลู่อีกต่อไป

milk-poster
     ผมเข้าโรงหนังลิโด้ไปนั่งพิสูจน์ฝีมือของฌอน เพนน์ ตัวเต็ง
นำชายออสการ์ปีนี้ด้วยความกระอักกระอ่วนในบางฉาก แต่ดูจบแล้ว
ต้องยอมรับว่านอกจากตัวหนังและนักแสดงสมทบจะดีมากๆ แล้ว
     การสวมบทบาทเป็นมิลค์ของเพนน์ทรงพลังและรู้สึกได้ว่า
ไม่มีส่วนไหนของเค้าที่ไม่ใช่เกย์
     สายตา สีหน้า แววตา รอยยิ้ม วิธีการพูด ออกเสียง เดิน ยืน
นั่ง ขยับนิ้ว ขยับมือ รวมทั้งทรงผม รายละเอียดทั้งหมดกอปรกัน
จนดูแล้วเชื่อว่าเพนน์คือฮาร์วี่ มิลค์

milk
     ทั้งที่ในชีวิตจริง เพนน์เป็นดาราหนุ่มใหญ่ที่ห่ามห้าวเอาเรื่อง
บทบาทส่วนใหญ่ที่ได้รับมาก่อนหน้าก็เทน้ำหนักไปในทางนั้น
     คำชื่นชมของเดอนีโรจึงไม่ได้เป็นการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง
ให้คนหมั่นไส้ว่าอวยไปเรื่อยแม้แต่น้อย
     และค่ำคืนนั้น ฌอน เพนน์ ในวัย 48 ก็คว้าออสการ์
กลับบ้าน…เป็นตัวที่ 2 ในชีวิตอย่างไร้ข้อกังขา

penn-with-oscar
     ผมเพิ่งมาสังเกตเห็นในออสการ์ครั้งที่ 81 (ทั้งที่ก็ติดตามผลมา
หลายปี) นี่เอง ว่าคนทำงานฮอลลีวู้ดส่วนใหญ่มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
และกว่าจะประสบความสำเร็จ อายุแต่ละคนก็ปาเข้าไปไม่ใช่น้อยๆ
     ปีนี้ ฌอน เพนน์ อายุ 48 แล้ว แต่ผมเชื่อว่าเค้ายังหากินอยู่ในวงการนี้
ไปได้อีกหลายปี เผลอๆ จะเป็น 10 ปี
     อายุอาจจะไม่ใช่เรื่องสำคัญมากนักสำหรับนักแสดงฮอลลีวู้ด หากฝีมือ
ยังจัดจ้าน การแสดงยังเอาตาย ยังมีคนที่พร้อมจะโยนบทมาให้ไม่ขาด
     ยิ่งแก่ ยิ่งเก๋า งานก็เข้า เงินก็มา
     นอกจากฌอน เพนน์ ที่ก่อนหน้านี้เคยคว้าออสการ์นักแสดงนำชาย
ยอดเยี่ยมตัวแรกตอนอายุ 43 จาก Mystic River หนังปี 2003 ของ
คลิ้นท์ อีสต์วู้ด แล้ว ถ้าว่ากันเฉพาะวงการหนังฮอลลีวู้ด ยังมีอีก
หลายตัวอย่างที่พิสูจน์ว่าคนเรา…ยิ่งแก่ ยิ่งเก๋า ได้
     “คลิ้นท์ อีสต์วู้ด” นักแสดงมาดคาวบอยหล่อเข้มในอดีตได้ออสการ์
ผู้กำกับยอดเยี่ยมตัวแรกตอนอายุ 62 จากหนังปี 1992 เรื่อง Unforgiven
และได้ตัวที่ 2 ตอนอายุ…เอ้อ…74 จากหนังปี 2004 เรื่อง Million Dollar Baby
     ทุกวันนี้ก็ยังมีสตูดิโอยินดีให้เงินคุณปู่อีสต์วู้ด (ในวัย 79 เข้าไปแล้ว!) กำกับ
หนังคุณภาพเน้นๆ ออกมาไม่เคยว่างเว้น ล่าสุดที่กวาดทั้งเงินทั้งคำสรรเสริญ
จากนักวิจารณ์ไปหมาดๆ ก็ Gran Torino ที่ลงทุนไป 33 ล้านเหรียญแต่ถล่มรายได้
เฉพาะในอเมริกา (นับถึงวันที่ 15 มีนาคม 2009) ไปแล้ว 143.8 ล้านเหรียญ!
     คนนี้แก่…แต่ยังใช้แกงได้รสจัดจ้านของจริง!

Kodak Theatre
     “มอร์แกน ฟรีแมน” ได้ออสการ์สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม
ตอนอายุ 67 จากหนังปี 2004 เรื่อง Million Dollar Baby

freeman-with-oscar
     “สตีเว่น สปีลเบิร์ก” โชว์ความแม่นในหนังตลาดเน้นบันเทิงที่ประสบความสำเร็จ
มาแล้วหลายสิบเรื่อง ก่อนจะคว้าออสการ์ผู้กำกับยอดเยี่ยมตัวแรกในชีวิต (หลังจาก
เคยได้เข้าชิงมาหลายครั้ง) ตอนอายุ 47 จากหนังปี 1993 เรื่อง Schindler’s List
แล้วพิสูจน์ให้เห็นว่าอายุคือมาตรชี้วัดการบ่มเพาะประสบการณ์ด้วยการคว้า
ออสการ์ผู้กำกับยอดเยี่ยมตัวที่ 2 ตอนอายุ 52 จากหนังปี 1998 เรื่อง
Saving Private Ryan

spielberg-oscar
     อีกคนที่เริ่มแก่แต่ยังเก๋าคงเส้นคงวาคือ “แดนนี่ บอยล์” ผู้กำกับรอบจัด
จากอังกฤษเจ้าของหนังพล็อตหลุดโลก เล่าเรื่องฉับไวผ่านการใช้สไตล์ที่ “โคตรเท่”
อย่าง Shallow Grave, Trainspotting, 28 Days Later เป็นอาทิ ข้ามฝั่งมาคว้า
ออสการ์ผู้กำกับยอดเยี่ยมเป็นครั้งแรกด้วยวัย 52 ในการประกาศรางวัลครั้งที่ 81 จาก
Slumdog Millionaire หนังอินดี้เล็กๆ ทุนต่ำปี 2008 ที่เป็นม้ามืดควบกวาด
รางวัลใหญ่จากแทบทุกสถาบันแบบนอกสายตา บอยล์ใช้งบกับหนังที่เรื่องราว
ตั้งแต่ต้นจนจบเกิดในมุมไบ อินเดีย เรื่องนี้ไป “แค่” 15 ล้านเหรียญ แต่รายได้
เฉพาะในอเมริกา (นับถึงวันที่ 15 มีนาคม 2009) ทะลุบ็อกซ์ออฟฟิศไปแล้ว
ถึง 132.6 ล้านเหรียญ!

20_Slumdog_Boyle.jpg

slumdog-millionaire-poster
     และจากผลงานที่ผ่านมา จากที่ผมใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมงกับ Slumdog Millionaire
ในโรงหนังสกาล่า (หลังจากที่ตั้งตารอให้เข้าฉายมานานมาก) ออสการ์ผู้กำกับยอดเยี่ยม
ของแดนนี่ บอยล์ ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องฟลุ๊ค

boyle-kisses-oscar
     ตัวอย่างที่ร่ายมาล้วนพิสูจน์ว่า “อายุ” ไม่ใช่อุปสรรคใหญ่ในการทำงาน ไม่ใช่แค่
วงการหนังฮอลลีวู้ด ผมเชื่อว่าในทุกวงการ ทุกสาขาสัมมาชีพ ทุกประเทศ มีคนที่
“ยิ่งแก่ ยิ่งเก๋า” มีคนที่ “แก่…แต่ยังใช้แกงได้จัดจ้าน”
     บางคนอาจจะตั้งคำถาม
     “ตอนเราแก่ๆ บริษัทฯจะเลี้ยงป่าววะ”
     บางคนอาจจะตั้งความหวัง
     “อยากไปทำงานที่บริษัทฯนี้ว่ะ เค้าเลี้ยงคน แก่แล้วก็ยังเลี้ยงจนกว่าจะเกษียณ”
     บางคนอาจจะให้คำปรึกษา
     “เฮ้ย ไปสมัครเข้าทำงานที่นี่ดิ เค้าเลี้ยงคน คนเก่าคนแก่อยู่กันเป็นยี่สิบสามสิบปี”
     แต่ผมคิดว่าองค์กรธุรกิจไหนๆ ก็เหมือนกัน จะเลี้ยงใครจะให้อยู่นานแค่ไหนก็คง
ต้องเห็นว่าพอจะทำประโยชน์ให้องค์กรได้ ไม่งั้นจะเลี้ยงไปทำอะไร
     นี่มันโลกแห่ง “ทุนนิยม” นะเฟ้ย ถ้าคุณสามารถเป็นหนึ่งใน “ทุน” ที่จะทำให้
องค์กรสร้างกำไรได้ เค้าก็คง “นิยม” ชมชอบและยินดีที่จะเลี้ยงคุณไว้ ต่อให้เหนียงยาน
เหมือน Benjamin Button ตอน 7 ขวบ (จาก The Curious Case of Benjamin Button หนังเข้าชิงออสการ์ครั้งที่ 81 สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม) ก็เถอะ
     ถ้าอยากอยู่รอดในระบบแบบนี้จนเกษียณ การเฝ้าฝึกฝน หมั่นพัฒนาตัวเอง
ให้มีความสามารถ มีศักยภาพมากขึ้นตามวัย จึงเป็นสิ่งสำคัญ
     ถ้าฌอน เพนน์ ไม่ฝึกฝนจนเปลี่ยนบุคลิกท่าทางตัวเองที่ขรึมเข้มดุดันทั้งในจอ
และนอกจอมาเป็นเกย์ตาหวานผู้อ่อนไหวได้อย่างสมบูรณ์แบบในระดับที่ไม่มากไม่น้อย
เกินไป เค้าอาจไม่ได้สวมบทฮาร์วี่ มิลค์ ไม่ได้ออสการ์ และงานอาจจะไม่เข้าไปสักระยะ
หลังจากนี้
     ถ้าคลิ้นท์ อีสต์วู้ดไม่พัฒนาฝีมืออยู่เรื่อยๆ วันนี้อาจจะกลายเป็นนักแสดง
แก่ๆ ตกอับที่ยังนั่งฝันหวานอยู่กับวันวานที่รุ่งโรจน์
     ถ้าแดนนี่ บอยล์ ไม่พัฒนาการกำกับอยู่ตลอดเวลา วันนี้อาจจะได้แค่นั่ง
แทงบอลพรีเมียร์ลีกตามบาร์ในอังกฤษเพราะไม่มีใครกล้าให้ทุนมาสร้างหนัง
     ออสการ์ครั้งที่ 81 (และหลายๆ ครั้งก่อนหน้า) แอบส่งสาส์นมาสอนผมว่า
คนเราแก่แล้วอย่าแก่เลย อุปสรรคในการทำงานให้ได้ดีไม่ใช่อายุ แต่ขึ้นอยู่กับการ
รู้จักพัฒนา รู้จักปรับตัวเปลี่ยนทางเมื่อถึงเวลา เปิดมุมมอง เปิดวิธีคิด
แล้วชีวิตจะไม่ตัน
     ไม่งั้น อายุยิ่งมากอาจจะยิ่งยากในการใช้ชีวิต
     เหมือนที่ตัวละครของมิคกี้ รู้ร์ก กับตัวละครของมาริสา โทเม่ ต้องเป็น
จากบทชายหญิงที่ยิ่งอายุมากยิ่งไม่มีทางไป ในหนังดีที่ส่งทั้งคู่ให้ “เข้าชิง” รางวัล
นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมกับนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมของออสการ์ครั้งที่ 81
     The Wrestler

the-wrestler-poster

 

* ขอบคุณข้อมูลภาพยนตร์บางส่วนจาก www.imdb.com และนิตยสาร Entertain

6 ตอบกลับที่ Lesson 12

  1. pattararanee พูดว่า:

    เอ่อออ ขอโทษนะคะ

    ไม่ทราบว่า บทความนี้ ตีพิมพ์ลงในนิตยสารหนัง-หนัง เล่มไหนบ้าง

    จะไปซื้อมาเก็บไว้บนหิ้ง!

    แกงได้รสจัดมาก
    กินปุ๊บประสาทรับรส
    โดนกระตุ้นปั๊บ

    ขอคารวะ

    ^^

  2. muay พูดว่า:

    คล้าย คุณโรงน้ำชา ยิ่งเขียนยิ่งคม รักษาระดับมาตรฐานไว้นะคะ เเล้วจะเข้ามาอ่านเรื่อยๆ ค่ะ

  3. yokuraku พูดว่า:

    ไม่มีคำว่าสายเกินไปกับการได้เป็นเจ้าของความสำเร็จ
    แต่ในตอนนี้ในวัยที่ยังมีพละกำลังและไฟฝันอีกเพียบ
    ก็พยายามเข้าซะ มาพยายามกัน !

  4. DAWIN พูดว่า:

    เป็นลูกค้าร้านน้ำชา และเป็นกำลังใจให้อีกคนค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: