Lesson 13

outside teaching : บทเรียนนอกตำรา / โดย…โรงน้ำชา (20/4/2552)
Lesson 13 : Delivery กับ Taxi

     พ่อ แม่ และผม ลงจากรถมายืนกลางถนนที่รถกำลังเริ่มเคลื่อนตัว
แถวๆ หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงในฤดูร้อนของปี 2541
     เราไม่ได้ลงมาเพราะเห็น UFO มหึมาลอยลำมาเหนือเมือง
รอถล่มโลกให้แหลกเละเหมือนในหนังเรื่อง ID4 ไม่ได้ลงมายืนตะลึงเพราะ
กำลังมีคลื่นยักษ์ถาโถมโหมห้อเข้าใส่เหมือนในหนังเรื่อง The Day After
Tomorrow ไม่ได้ลงมาเพราะตระหนกตกใจกับห่าอุกกาบาตที่โฉบฉิว
พุ่งซิวตึกเหมือนในหนังเรื่อง Armageddon
     แต่เราลงมาเพราะเราโดน…
     …
     ผมจำได้ดีเพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผมกำลังรอเริ่มเรียน Intensive Mathematics
ก่อนเข้าเรียนต่อ ABAC หรือมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
     Intensive Math (ชื่อย่อ) คือคอร์สวิชาคณิตศาสตร์แบบเร่งรัดเข้มข้น
ก่อนเข้าเรียน ABAC ปี 1 สำหรับเด็กที่คะแนนสอบเข้าในวิชาคณิตศาสตร์
ถลำไถลไปทางอุบาทว์ ต้องตรากตรำร่ำเรียนกันในช่วงซัมเมอร์ ถ้าเรียนแล้ว
สอบแล้ว คะแนนยังโหลยโท่ย โกยคะแนนไปได้ไม่ถึงที่กำหนด ก็ต้องไป Re-Math
เป็นภาระให้อาจารย์และพ่อแม่กันต่อไปตอนปี 1
     หลังจาก Intensive Math แล้ว ผมเข้าไป Re-Math อยู่อีก 2 เทอม
กว่าจะได้เลื่อนไปเรียนวิชาคณิตศาสตร์ขั้นต่อไป
     พอจะบ่งบอกระดับสติปัญญาในวิชาคำนวณของผมได้เป็นอย่างดี!
     และวันหนึ่งที่ผมกำลังรอวันเริ่มเรียน Intensive Math นั่นเอง
     พ่อ แม่ และผม นั่งสูดไอแอร์อยู่ในรถที่กำลังติดอยู่กลางถนนหน้าราม
วันที่เปลวแดดแผดเปรี้ยง
     และโดยไม่มีใครตั้งตัว ไม่มีใครคาดคิด ไม่มีใครเตรียมชีวิตไว้เจอสิ่งนี้
     ปัง!
     ไม่ใช่เสียงปืน ไม่มีใครโดนยิง แต่เป็นเสียงอะไรบางอย่างกระแทกท้ายรถ
จนสะเทือนไปทั้งคัน!
     พ่อมองกระจกหลัง ถอนหายใจแบบไม่ค่อยสบอารมณ์ แม่หันไปหันมา
ทำหน้าเลิ่กลั่กราวก็อดซิลล่ากำลังเขย่าขยี้รถเรา
     พ่อ แม่ และผม ลงจากรถมายืนกลางถนนที่รถกำลังเริ่มเคลื่อนตัว
เพื่อที่จะพบว่ารถเราโดน…ชนท้าย
     มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งตะแคงแอ้งแม้งอยู่ข้างๆ เศษไฟเลี้ยวและ
ไฟท้ายรถเราที่แตกร่วง
     รถในเลนข้างๆ ค่อยๆ แล่นไหล คันข้างหลังตบไฟบ่ายเบี่ยงเลี่ยงหลบ
รถเรา พ่อกับแม่เข้าไปสำรวจความเสียหาย ไฟเลี้ยวกับไฟท้ายแตก
สีถลอกนิดหน่อย คนขับมอเตอร์ไซค์ค่อยๆ พยุงรถขึ้น ขอโทษขอโพย
พ่อกับแม่
     “ยังไงวะเนี่ย แดดแม่งก็ร้อน พ่อกูก็ใจร้อน” ผมคิด
     “ไปเหอะ” พ่อบอกผมกับแม่ “ไปไป น้อง ช่างมัน” หันไปบอกคนขับ
มอเตอร์ไซค์คันนั้นที่เป็นรถสำหรับบริการ Delivery อาหารอะไรซักอย่าง
ที่ผมก็จำไม่ได้
     จำได้แค่ว่าเพราะเจ้ากล่องใส่อาหาร Delivery ที่ติดตั้งไว้ท้าย
มอเตอร์ไซค์นั่นเองที่หลบไม่พ้น กระแทกท้ายรถจนไฟแตกสีถลอก

delivery
     ผมขึ้นรถมาด้วยความรู้สึกงงๆ ว่าจบง่ายจัง แต่ก็ดีเหมือนกัน
เรื่องยาวก็วุ่นวาย รถก็เสียหายไม่เท่าไหร่ พ่อกับแม่น่าจะมีปัญญาซ่อม (มั้ง)
จะให้คนขับรถส่งอาหาร Delivery มารับผิดชอบมันก็โหดร้ายต่อกันเกินไป
     “ช่างมันเหอะเนอะ” แม่หันไปบอกพ่อ
     “อื้ม” พ่อตอบสั้นๆ ตามสไตล์ ในใจก็คงปลดปลงปล่อยวาง
ไม่ถือโทษโกรธแค้น ทั้งคู่คงคิดคล้ายๆ ผม
     “พวกนี้บางทีเค้าก็น่าเห็นใจ” แม่หันมาบอกผม “ส่งอาหารแบบเนี้ย
จำเป็นต้องขับเร็ว ต้องซิ่ง เพราะไปส่งไม่ทันก็โดนด่าไม่ก็โดนปรับตังค์”
     เออจริง! ตอนนั้นผมไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ด้วยซ้ำ!
     …
     จากวันนั้นผมยังจำเหตุการณ์และคำพูดนั้นได้ดี มาคิดถึงในวันนี้ผมพอจะ
ได้บทเรียนว่าบางทีบางเหตุการณ์เราอาจจะต้องพยายามมองในมุมของ
คนอื่นบ้าง เพราะทุกคนมีเหตุผลให้กับทุกการกระทำของตัวเอง
     วันนั้น จากการวิเคราะห์ของแม่ เหตุผลที่คนขี่มอเตอร์ไซค์ Delivery ต้องซิ่ง
จนกล่องใส่อาหารมาชนท้ายรถเราอาจจะเป็นเพราะต้องรีบไปส่งอาหารให้ทัน
ไม่งั้นก็โดนปรับเงิน
     คิดได้อย่างนี้เราก็พอจะเข้าใจ อภัย และปล่อยให้มันผ่านไปได้หากเรา
ไม่ได้รับ “ผล” กระทบจาก “เหตุ” ในการกระทำนั้นจนเดือดร้อนเสียหายมากมาย
     วันนี้ ผมได้ขับรถเองบ้าง (แม้จะไม่ใช่รถตัวเอง) สิ่งที่ยั่วโมโหกวนโทสะมากๆ
เวลานั่งหลังพวงมาลัยเหยียบคันเร่งแล่นไปบนท้องถนนคงไม่ต่างกับหลายๆ คน
ที่ขับรถ
     ครับ…แท็กซี่

taxi-1
     แท็กซี่ส่วนใหญ่ (แต่ไม่ใช่ทุกคัน) ในกรุงเทพฯมักจะขับรถด้วยลีลาที่เรียก
ด้วยภาษาหยาบๆ ได้ว่า “กวนตีน” ในระดับสูง
     ปาดหน้า เปลี่ยนเลนกะทันหัน จอดทันทีและทุกที่ที่มีคนเรียก เลนบังคับเลี้ยว
ก็ตรงได้เลนบังคับตรงก็เลี้ยวได้ มีโอกาสเมื่อไหร่ลักไก่ผ่าไฟได้ทันที ขับเร็วแล้ว
เบรกกะทันหัน และอีกหลายพฤติกรรมที่ทำให้เวลาเจอแท็กซี่แบบนี้เมื่อไหร่
สามารถกระตุกต่อมถ่อยให้เราพ่นคำผรุสวาทไม่ก็สาดเสียงแตรให้ไปแปลเป็น
คำด่าได้ทันที
     แต่เพราะไม่ใช่รถตัวเอง ทำให้บ่อยครั้งผมก็ต้องเรียกใช้บริการแท็กซี่
     และได้เห็นเหตุผลที่ขับเคลื่อนการกระทำเหล่านั้น
     คนขับแท็กซี่ส่วนใหญ่ต้องเช่ารถจากเจ้าของอู่ต่างๆ มาขับเป็นกะ
จะกะกลางวันหรือกะกลางคืนก็แล้วแต่สะดวก
     ค่าเช่าก็ต้องจ่ายเจ้าของอู่กันวันต่อวัน และที่รู้คือไม่ใช่ถูกๆ ยิ่งถ้ารถรุ่นใหม่ที่
ดูดีมีสกุล ขับไปไหนผู้โดยสารก็อยากเรียกมาใช้บริการอย่างตระกูล Limo, Altis,
New Altis อะไรแถวนี้ ค่าเช่าจะยิ่งมหาโหด
     ในรอบกะของตัวเอง ค่าโดยสารอย่างน้อยต้องมากพอสำหรับจ่ายค่าเช่ารถก่อน
นอกจากค่าเช่ารถแล้วยังต้องเผื่อไว้สำหรับล้างรถเติมแก็สก่อนส่งรถให้กะต่อไปด้วย
ค่าโดยสารที่ได้เกินกว่าเงินจำนวนนั้นจึงจะกลายมาเป็นรายได้ในวันนั้น
     คนขับบางคนเคยเล่าให้ฟังว่าบางทีก็โดนเจ้าของอู่พลิกลิ้นปลิ้นปล้อนเรื่องจำนวน
วันขับ
     เคยเห็นกันมั้ยครับ ท้ายรถแท็กซี่ที่พ่นสีบอกไว้ว่า “ขับครบ 7 วัน ฟรี 1 วัน”
     “มันไม่ใช่ว่าขับครบ 7 วันแล้วได้ขับฟรีเลย 1 วันนะ” คนขับคนหนึ่งเคยเล่าให้
ผมฟังในตอนดึกดื่นค่ำคืนหนึ่งที่ผมเรียกแท็กซี่กลับบ้าน
     “ตอนแรกผมก็นึกว่าครบ 7 วันแล้วได้ขับฟรีเลย ก็ดีสิ คือเราก็ได้
ค่าโดยสารเต็มๆ ไม่ต้องเสียค่าเช่าให้เค้า”
     ผมนั่งฟังเงียบๆ ปล่อยให้พี่คนขับระบาย คงอัดอั้นตันใจ แต่น้ำเสียง
ไม่ได้เจือด้วยความเคืองแค้น
     “แต่เค้าบอกว่าคิดเป็นเดือน คือขับให้ครบเดือนนึงแล้วเค้าก็คิดวันฟรีให้
เดือนนึงก็ได้ 4 วันใช่มะ”
     “ครับ” ผมตอบสั้นๆ พยายามคิดตามให้ทันด้วยไหวพริบในการคำนวณ
ขั้นเทพ
     “แต่ต้องขับไปเลย 30 วัน บางทีเราหยุดขับนะ เค้าก็บอกต้องเริ่มนับใหม่
สมมุติเราขับมา 10 วัน จ่ายค่าเช่าทุกวัน หยุดขับไปวันนึง ก็ไม่ได้ฟรีแล้วนะ
เริ่มนับเป็นวันแรกกันใหม่ ผมว่ามันก็ไม่ถูกต้องนะ แล้วเค้าก็พยายามหา
เรื่องนู่นเรื่องนี่ที่จะไม่ให้วันฟรีเราน่ะ บางทีก็ให้ไม่ครบ ผมก็ไม่ไหวแล้ว
หาอู่ใหม่ดีกว่า ไม่อยากมีปัญหา”
     โปรโมชั่นวันฟรีที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้รับ ค่าเช่ารถแพง แท็กซี่เต็มเมือง
ต้องแย่งลูกค้า ในเวลาที่จำกัด และการจราจรในบางที่บางเวลาที่เข้าขั้นอัมพาต!
     นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้แท็กซี่ส่วนใหญ่จำใจขับรถด้วยลวดลายที่คนทั่วไป
เอือมระอา
     แต่ถ้าไม่ได้ประมาทจนทำให้ใครเดือดร้อนเสียหาย เหตุผลของพฤติกรรม
การขับรถแบบนี้คงพอที่จะช่วยให้เราคิดเข้าใจและอภัยได้

taxi-2

taxi-4
     …
     แม้บางทีบางเหตุการณ์เราอาจจะต้องพยายามมองในมุมของคนอื่นบ้าง
เพราะทุกคนมีเหตุผลให้กับทุกการกระทำของตัวเอง
     อย่างเช่น…
     ถึงแม้จะมีเหตุผล (ลึก เร้น และลับ) รองรับในการล้มล้างองคมนตรีที่มาจาก
การแต่งตั้งโดยพระราชประสงค์ของพระเจ้าแผ่นดิน
     ถึงแม้จะมีเหตุผล (ลึก เร้น และลับ) รองรับในการปลุกม็อบปั่นเมือง
ให้เดือดดาลพล่านพลุ่งช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา
     ถึงแม้จะมีเหตุผล (ที่พอเข้าใจได้) รองรับในการประกาศจะกลับมานำฝูงชน
เมื่อเสียงปืนแตก แต่กลับกลืนน้ำลายหายหน้าทิ้งชาวม็อบให้ถูกสังคมสาปด่า
เพียงลำพัง
     ถึงแม้จะมีเหตุผลรองรับในการช่วงชิงพื้นที่สื่อให้ข่าวกร้าวกร่างอวดอ้าง
ในต่างประเทศ
     …เป็นต้น
     แต่ถ้า “เหตุ” แห่งการกระทำนั้นส่ง “ผล” ให้คนอื่นและสังคมเดือดร้อนเสียหาย
คงไม่มีใครยินดีที่จะคิดเข้าใจและอภัยให้นัก
     มองในแง่นั้น พนักงาน Delivery กับคนขับ Taxi ที่ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน
ยังดูมีเหตุผลในการกระทำที่ชอบธรรมกว่ากัน…เยอะ!

taxi-3

4 ตอบกลับที่ Lesson 13

  1. mom พูดว่า:

    การเข้าใจผู้อื่น และให้อภัย จะทำให้จิตใจเราไม่ขุ่นมัวนะจ้ะ

  2. to-on พูดว่า:

    การให้อภัยเป็นสิ่งที่ดีครับ(ถ้าไช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรง หรือเหลือทนจริงๆ)
    และขอให้ทุกคนจงพบแต่เรื่องที่ดีนะครับ

    ปล.ขออภัยที่หายหน้าไปนาน พอดีกระผมหลงทางสายชีวิตเพลินไปหน่อยครับ(หัวเราะ)

  3. yokuraku พูดว่า:

    เข้าเรื่องการเมืองจนได้
    ว่าแต่ มีแท็กซี่สีเหลืองแดง มั้ยเนี่ย

  4. P'Wan พูดว่า:

    แล้วถ้าตอนฝนตก taxi เลือกลูกค้า ไม่ยอมไป อ้างส่งรถ เราต้องมองในมุมของเค้ายังไงวะ

    ถือว่าเป็นช่วงคืนกำไรให้ taxi เลยเนอะ demand is greater than supply!!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: