Lesson 20

outside teaching : บทเรียนนอกตำรา / โดย…โรงน้ำชา (24/11/2552)
Lesson 20 : BIA HOI

     ตอนนี้ที่นิ้วทู่ๆ ของผมค่อยๆ เคาะไปบนคีย์บอร์ดเครื่อง
คอมพิวเตอร์ รีดสมองนำเสนอบทเรียนนอกตำราบทที่ 20
ไออากาศหนาวแผ่พล่านผ่านผนังบ้านซ่านซึมเข้ารูขุมขนจนชูชัน
มาได้ 4-5 วันแล้ว
     อากาศหนาวๆ เคล้าค่ำคืนเหงาๆ แบบนี้ คนที่อยู่ในเมืองหลวง
ของสยามประเทศส่วนใหญ่มักปล่อยตัวให้ลมหนาวเป่าปัดพัดพา
มารวมตัวกันโดยไม่ได้นัดหมาย…
     ที่ลานเบียร์!
     เป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้วสำหรับลานเบียร์สดฤดูหนาว
ที่มีให้เลือกดื่มได้ทุกเขตแขวงทั่วกรุงเทพฯ ที่ดังๆ อย่างลานด้านหน้า
ห้างเซ็นทรัลเวิร์ลด์ (เวิร์ลด์เทรดเดิม) ยิ่งมีให้เลือกดื่มได้
หลายยี่ห้อหลากดีกรี มีโชว์ มีคอนเสิร์ต แสงสีเสียงอลังการตระการตา
ในสถานที่ที่ตกแต่งหรูหราราวกับจะตั้งรกรากขายกันอยู่ตรงนี้ไปทั้งปี
     ผมกับเพื่อนๆ ชายโฉดก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ตั้งแต่สมัยเรียนๆ เล่นๆ รั่วๆ
ด้วยกันในมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) ลมหนาวโลมเลื้อยมาเลียไล้
ผิวกายพวกเราเมื่อไหร่ความชุ่มชื้นเหมือนถูกกระชากให้ปากคอแห้งผาก
อยากไปนั่งตากลมชมราตรี ซดเบียร์เพิ่มดีกรีความอบอุ่น
ราดชโลมกระตุ้นจิตใจที่โรยล้า
     ถึงวันนี้ต่างคนมีทางต่างสายต้องเดิน นำพาให้ต้องห่างเหินกันไป
     แต่ฤดูหนาวของทุกปีก็ยังเร้าให้ผมถวิลหาบรรยากาศลานเบียร์ขึ้นมาทุกที
     …
     มาปีนี้…กลับไม่เป็นเหมือนเดิม!
     หลังจากปลายปีก่อนถึงต้นปีนี้ผมแบกเป้พาตัวไปปะทะสายฝนและลมหนาว
ที่ “เวียตนาม”
     และได้รู้จักกับ BIA HOI!


     Bia Hoi (เบียร์ฮอย) แปลว่า “เบียร์สด” เป็นเบียร์สดสูตรพื้นบ้านแบบฉบับ
ของเวียตนามที่ดังใช่ย่อยในหมู่ Backpacker เป็นเครื่องดื่มที่มาถึงเวียตนามแล้ว
ห้ามพลาดเด็ดขาดขนาดนั้นเลยทีเดียว
     ผมใช้เวลาวันแรกและคืนแรกหลังลงเครื่องที่สนามบินนอยไบเตร็ดเตร่
อยู่ในเมืองหลวงฮานอย ที่ที่ Lonely Planet คัมภีร์ประจำเป้ Backpacker บอกว่า
สามารถหย่อนตูดหา Bia Hoi ดื่มได้ทุกหัวมุมถนนและข้างถนน เป็นร้านขาย
เบียร์สดที่แสนจะธรรมดาและหาได้ง่ายราวร้านอาหารตามสั่งและรถเข็น
ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระในบ้านเรา
     คืนแรกในเวียตนาม ผมเปิดซิงประสบการณ์ครั้งแรกกับ Bia Hoi ที่ร้านคูหาเดียว
เก่าๆ โทรมๆ อับๆ ข้างถนนเส้นหนึ่งที่มีร้าน Bia Hoi ร้านนี้ตั้งอยู่เพียงร้านเดียว
ไม่ชุกชุมอย่างที่เคยได้ยินได้อ่านมา
     เจ้าของร้านเป็นคุณลุงยิ้มเก่งแต่งตัวบ้านๆ ที่สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษพอได้
แกนั่งปักหลักประจำอยู่ที่ถังเบียร์สดหน้าร้านที่ดูเหมือนถังเบียร์สดสเตนเลส
หน้าตาตามมาตรฐานเบียร์สดทั่วไป ผิดตรงที่ข้างถังด้านล่างมีก๊อกคล้ายคูลเลอร์กดน้ำ
สายยางยาวพอประมาณถูกนำมาต่อเข้ากับก๊อก รับออร์เดอร์เบียร์สดมาเมื่อไหร่
กดตรงจากถัง รินไหลใส่แก้วให้ได้ทันที


     Bia Hoi สดๆ เย็นฉ่ำหนำใจ 1 แก้วใหญ่สั่งมาซดได้ในราคา 3,000 ดอง
(VND – เวียตนามดอง สกุลเงินของเวียตนาม)
     คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ…เอ่อ…
     6 บาท!
     ครับ! ถูกโคตรๆ!
     แต่ก็ต้องยอมรับว่าคุณภาพของเบียร์สดข้างถนนแบบนี้อาจไม่ได้มีเหรียญรางวัล
จากเวทีหรือประเทศไหนๆ มาหว่านล้อมให้เรารู้สึกว่ามีคุณค่าน่าเชิดชู รสชาติก็เบาๆ
ลื่นๆ กลืนง่าย ไม่จัดจ้านรุนแรง ปริมาณแอลกอฮอล์น่าจะน้อยกว่าเบียร์ Lager ทั่วไป
ที่ใส่ขวดแปะยี่ห้อ คาดว่ารสชาติแบบนี้คงจะมีที่มาจากการผสมน้ำเยอะ
     สภาพร้านที่ผมนั่งในวันนี้ก็เรียบง่าย ค่อนไปทางเก่า โทรม ไม่มีการประดิษฐ์
ตกแต่งให้ดูอาร์ต เซอร์ เท่ หรือแนว เป็นร้านธรรมดาๆ บ้านๆ ที่มีโต๊ะไม้เตี้ยๆ
กับเก้าอี้พลาสติกถูกๆ แบบเก้าอี้ซักผ้าวางไว้ให้นั่งทั้งในร้านและบนฟุตปาธ
     ข้างฝาผนังด้านหนึ่งมีภาพเขียนลุงโฮ (โฮจิมินห์) ซีดๆ อยู่ในกรอบรูปโทรมๆ
แขวนเด่น ไม่ได้เป็นของตกแต่งให้ร้านดูเป็นแนวเพื่อชีวิต แต่นี่คือปูชนียบุคคล
ที่เป็นดั่งศูนย์รวมชีวิตและจิตวิญญาณของชาวเวียตนาม


     แม้เทียบไม่ได้กับสภาพการบริโภคเบียร์สดในเมืองไทยที่หรูหรา สวยงาม
ทันสมัย และสะดวกสบาย แต่ร้าน Bia Hoi อับๆ กลับบันดาลความรู้สึกสบายใจ
ได้อย่างพิศวง ไม่รู้เป็นเพราะอะไร แต่ผมกลับรู้สึกเป็นสุขที่ได้นั่งชิลล์บนเก้าอี้ซักผ้า
พลาสติก ซดเบียร์สด สูดลมหนาวเข้าปอด
     สงบ เรียบง่าย ไร้การปรุงแต่ง
     แต่แม่ง…มีความสุขโคตรๆ!
     หลังจากคืนนั้น ผมออกตะลอนต่อไปฮาลอง ล่อง Halong Bay (บทเรียนบทที่แล้ว)
ต่อไปเว้ ผ่านดานัง สู่ฮอยอัน (เมืองเล็กๆ ที่แสนน่ารัก) ก่อนจะกลับมาที่จุดเริ่มต้น
ของทริปนี้…เมืองหลวงฮานอย
     ผมไม่เจอร้าน Bia Hoi ที่เมืองไหนอีกเลยจนได้กลับมาที่ฮานอยอีกครั้ง
     คืนสุดท้ายในเวียตนาม ก่อนต้องขึ้นเครื่องกลับบ้านในวันรุ่งขึ้น
ผมมุ่งมั่นปั้นปากว่าต้องหาย่าน Bia Hoi ซดเบียร์สดเวียตนามอีกครั้งให้ได้
เพราะยังติดใจรสชาติความสุขข้างถนน
     เดินมั่วๆ หลงๆ จนไปเจอดง Bia Hoi ที่สี่แยกหนึ่ง
     แต่ละมุมของสี่แยกสะพรั่งไปด้วยร้าน Bia Hoi กับบรรยากาศที่คุ้นเคย
โต๊ะเตี้ยๆ เล็กๆ เก้าอี้ซักผ้าพลาสติกระเกะระกะบนฟุตปาธ สภาพแต่ละร้าน
ที่เป็นบ้านตึกแถวเก่าๆ โทรมๆ ดิบๆ ไร้การปรุงแต่งแสร้งเซอร์
     “สี่แยก Bia Hoi” ที่เดินคลำมาเจอในวันนี้คึกคักกว่าร้านโดดเดี่ยวที่ผม
นั่งในวันแรกที่มาถึง ประชากร Backpacker มารวมตัวเสวนากันที่นี่ราวกับ
ชุมชนนักเดินทาง
     แต่ที่เหมือนกันคือป้ายราคาที่แปะไว้เด่นหราหน้าร้านว่าแก้วละ 3,000 ดอง
     6 บาท!
     คงหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วล่ะ เบียร์สดแก้วละ 6 บาท!


     ผมได้เก้าอี้ซักผ้าของร้านหนึ่งมาเป็นที่นั่งข้างถนน จริงๆ ล้ำลงไปบนบนถนนนิดหน่อย
เบียร์สดเย็นเฉียบส่งตรงจากถังถึงมือผมทันใด ก่อนเลื้อยไหลลงปากไปดับกระหาย 1 อึก
     ที่ร้าน Bia Hoi ข้างถนนคืนนี้ ผมได้เพื่อนใหม่เป็นคู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามัน
ชาวออสเตรเลีย อายุน่าจะมากกว่าผมสัก 4-5 ปี ทั้งคู่นั่งเตี้ยๆ อยู่ข้างๆ ผม
     ดัลลัส (สามี) กับ เจสส์ (ภรรยา) เป็นคู่สามีภรรยาที่น่ารัก
เป็นคนเซอร์ๆ ลุยๆ เหมือนกัน ทริปนี้เป็นการ Honeymoon ยาว 3 เดือนของทั้งคู่
ตะลอนแบกเป้ตะลุยมาแล้วทั้งเนปาล ลาว ไทย และตอนนี้ที่เวียตนาม
     เบียร์สดรสอ่อนถูกเสิร์ฟไม่ขาดสาย ในขณะที่บทสนทนาระหว่างนักเดินทาง 2 ประเทศ
ก็กำลังพรั่งพรู ผมรู้สึกได้ว่าทั้งคู่เป็นมนุษย์ที่อัธยาศัยดีมาก มองโลกบวกมาก
ให้เกียรติคนมาก อารมณ์ดีมาก หัวเราะเก่งมาก คุยเก่งมาก และรักกันมาก
     ดัลลัสและเจสส์แย่งกันแชร์ประสบการณ์การเดินทางมากมายให้ผมฟังด้วยความ
สนุกสนานและตื่นเต้นทั้งน้ำเสียงและสีหน้า เปิดหูเปิดตาเปิดใจให้ผมได้รู้ว่าโลกร้อนๆ ใบนี้
ยังมีเรื่องราวสวยงามอีกมากมายที่เรายังไม่เคยสัมผัส และให้ผมได้เห็นว่ายังมีคู่รักคู่หนึ่ง
ที่ยอมทนกินอาหารถูกๆ คุณภาพห่วยๆ นอนโรงแรมเน่าๆ ตลอด 3 เดือนเพื่อให้ได้
ร่วมเดินทางและเสพซับความสุขกับทุกตารางนิ้วบนโลกใบนี้ที่ได้เดินผ่านด้วยกัน
     เป็นการ Honeymoon 3 เดือนแบบราคาถูก…แต่ร่ำรวยความสุขแบบพอเพียง


     ผมนั่งเหม่อมองค่ำคืนที่ผ่านไปในฮานอย ดื่มด่ำความสุขจากการนั่งซดเบียร์สด
แก้วละ 6 บาทบนเก้าอี้ซักผ้าพลาสติกข้างถนนให้นานที่สุดเพราะคงไม่มีทางได้สัมผัส
บรรยากาศแบบนี้ที่เมืองไทยแน่ๆ
     นอกจากเบียร์สดรสอ่อนๆ ความสุขง่ายๆ ไร้จริต และมิตรภาพจาก
เพื่อนใหม่ต่างแดนที่เพียง “ผ่านพบไม่ผูกพัน” (ยืมมาจากชื่อหนังสือของ
คุณ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เพราะเห็นว่ามันตรงดี ทุกคนที่ผมรู้จักพูดคุย
อย่างสนิทสนมถูกคอระหว่างทริปเมื่อจากแล้วก็จากกัน ไม่มีการแลกเปลี่ยนสิ่งใด
ให้หลงเหลือเพื่อการติดต่อเพิ่มเติม ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกดีที่คงตกตะกอนนอนก้น
ต่อไปอีกนานในความทรงจำ รอเพียงความบังเอิญอัญเชิญให้มาเจอกัน)
     นอกจากสิ่งเหล่านี้…
     BIA HOI ยังสอนให้รู้ว่า บางที…
     บรรยากาศสำคัญกว่ารสชาติ
     คนที่นั่งสำคัญกว่าสภาพเก้าอี้
     ความรู้สึกสำคัญกว่าสภาพสถานที่
     “ความสุขที่โหยหา อาจอวลมาจากที่ที่ไม่คิดว่าจะเจอ”
     …
     คืนหนาวคืนนั้น ผมนั่งแช่ตูดบนเก้าอี้ซักผ้าข้างถนน…
     และดื่ม Bia Hoi จนร้านปิด

16 ตอบกลับที่ Lesson 20

  1. pattararanee พูดว่า:

    โอว์!
    เดี๋ยวก่อนๆ เคลียร์งานเสร็จแล้วจะเข้ามาตั้งใจอ่านนะคะ

    ชอบภาพที่ 4
    มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    นอกจากท่านจะเขียนดีมากแล้ว ถ่ายภาพก็ดีมากอีกด้วย
    โอว์ มาย นิว ไอดอล เด้อค่ะเด้อ
    ^^

  2. muay พูดว่า:

    ปีนี้ไปไหนคะ??

  3. rongnamcha พูดว่า:

    คุณ pattararanee – ขอบคุณสำหรับคำชมและความชื่นชมครับ ลอยแล้วเนี่ย
    คุณ muay – เชียงใหม่ เชียงคาน เวียตนามใต้ หรือลาวใต้ อะไรอย่างนี้น่าจะดีครับ

  4. pattararanee พูดว่า:

    อ่านแล้วเข้าใจ อารมณ์คนดื่มเบียร์ มากขึ้น
    555+ เพราะว่าดื่มไม่เป็น

    ยิ่งเห็นภาพคุณพี่พี่ นั่งดื่มเคล้าเรื่องเล่าอยู่
    โหย เบียร์น่าอร่อยขึ้นไปอีก

    สถานที่ท่องปีใหม่ น่าสนใจทั้งนั้นเลยนะคะ ^^

  5. เพื่อนทางจิตวิญญาณ พูดว่า:

    อิจฉาชีวิต “โรงน้ำชา” ว่ะ !

    แต่…ชอบการถ่ายทอดประสบการณ์

    สำนวนคุณมีความน่ารัก-หยิ่ง-ยะโส ปนกัน

    แต่ที่ชอบคือ “มุมคิด” ของคุณ

    ที่ไม่หมกมุ่นกับ “ตัวตน” จนเอียน…

  6. จาก:รอยยิ้ม พูดว่า:

    (นี่ก็ใช่ Blackdog’ world รึเปล่า)
    แบบที่ว่า ในชีวิตจริง ไม่ว่าเราจะเดินทางด้วยจักรยาน มอเตอร์ไซค์ รถเก๋งคันใหญ่
    หรือเครื่องบิน อาจมีทุกข์บ้างเป็นเรื่องปกติธรรมดา
    แต่ขอเพียงแค่เหลือบมองดูสองข้างทางบ้างเป็นบางคราว
    และยิ้มให้กับชีวิตบ้างในบางหน
    อาจเพียงเท่านี้…ความสุขเล็กๆ ของชีวิตก็เกิดขึ้นได้

    การเดินทาง รอยยิ้ม และความสุข อ๋อ! ยังมีมิตรภาพด้วยนะ ฮ่าๆ;^^

    ^___________^

  7. ara BIA พูดว่า:

    ชอบจัง…..

    “บรรยากาศสำคัญกว่ารสชาติ
    คนที่นั่งสำคัญกว่าสภาพเก้าอี้”

    ที่เค้ามักพูดกันว่า “กินบรรยากาศ” ก็เพราะบรรยากาศสำคัญกว่ารสชาตินี่ล่ะมั้ง

    และถ้าหากคนคนนั้นสำคัญ ต่อให้เราไม่มีเก้าอี้ เราก้อ…มีความสุขได้

    (จริงมั้ย……)

  8. จาก : รอยยิ้ม พูดว่า:

    การเดินทางท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเดินทางโดยรถ เรือ หรือเครื่องบิน

    ยากลำบากแค่ไหน หรือไกลแค่ไหน

    แต่การเดินทางจะมีความสุขได้เสมอ

    เมื่อนึกถึงปลายทางที่จะไปถึง

    * การเดินทาง รอยยิ้ม และความสุข อ๋อ ! ยังมีมิตรภาพที่ไม่ผูกมัดด้วยนะ ฮ่า!

  9. rongnamcha พูดว่า:

    ดีใจที่หลายคนชื่นชอบ
    ขอบคุณที่หลายคนชื่นชมครับ

    คุณ “เพื่อนทางจิตวิญญาน” – ชื่อดู “หลอนๆ” ดีนะครับ
    ขอบคุณที่ไม่เห็นว่าผมหมกมุ่นกับ “ตัวตน” จนเอียน
    เพราะถ้ามัวหมกมุ่นกับตัวตน
    อาจมองไม่เห็นคนอื่น
    คุณ “รอยยิ้ม” – ถูกต้องเลยครับ เดินทางกันเยอะๆ ดีกว่า
    ว่าแต่ Blackdog World นี่คืออะไรเหรอครับ แหะๆ
    คุณ “ara BIA” – จริงครับ

  10. เอ พูดว่า:

    ลีลาการเขียน และภาษาที่สละสลวย ทำให้น่าอ่าน น่าติดตาม
    ภาพก็สวยถ่ายได้คมชัดดีครับ

  11. rongnamcha พูดว่า:

    คุณ “เอ” – ขอบคุณครับ รวมทั้งยินดีต้อนรับสู่โรงน้ำชาเล็กๆ แห่งนี้ด้วยครับ

  12. pattararanee พูดว่า:

    ไปแอ่วไหนๆ ก็
    ขอให้สนุกและเดินทางปลอดภัยนะคะ

    T_T อยากไปมั่งอะะะะะ

  13. DAWIN พูดว่า:

    ถ่ายทอดภาษาสละสลวย น่าอ่านน่าติดตามค่ะ ขอเป็นลูกค้าโรงน้ำชาดวยคนนะคะ

  14. kumbha-monday พูดว่า:

    อร่อยไหมคะ แก้วละหกบาทเองo_O กรุงเทพน่าจะมีมั่ง จะได้ไปจิบๆวันละแก้วสองแก้ว ;P

    • rongnamcha พูดว่า:

      ก็…สมราคาครับ จืดๆ หน่อย แต่บรรยากาศดีสุดๆ เมืองไทยไปเสพบรรยากาศแบบนี้ได้ที่ข้างถนนข้าวสารครับ แพงกว่าแต่ฟีลกู๊ดพอกัน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: