Lesson 30

outside teaching : บทเรียนนอกตำรา / โดย…โรงน้ำชา (11/9/2553)
Lesson 30 : แม่…ค้า…
     ด้วยเหตุผลมนต์ใดไม่ทราบได้…
     ผมรู้สึกถูกจริตผูกจิตกับย่านถนนพระอาทิตย์ ท่าพระจันทร์
และถนนข้าวสารมานมนานและดูท่าทางจะชอบแวะเวียนไปแบบ
ไม่มีวันเบื่อ
     อาจเป็นเพราะสภาพอาคารบ้านตึกแถวนั้นดูเก่าๆ ขลังๆ
ไม่แก่…แต่คลาสสิค ปลุกเร้าอารมณ์ชื่นชมอดีตให้ได้หวนคิดถึง
จังหวะชีวิตช้าๆ ชิลล์ๆ ที่ไม่ต้องเร่งรีบรุดลิ่วไปข้างหน้ามากนัก
     อีกเหตุผลก็น่าจะเพราะถนนข้าวสารเป็นดั่งชุมชนชาว
Backpacker นานาชาติ เต็มไปด้วยนักเดินทางเซอร์แตกแบกเป้ใบโต
เต็มไปด้วยสรรพสินค้าสัพเพเหระและอาหารถูกๆ ง่ายๆ
วางขายทั้งริมถนน กลางถนน ตั้งแต่หัวถนนยันท้ายถนน
เต็มไปด้วยผับแนวๆ ร้านเหล้าหรูๆ ไปจนถึงร้านค็อกเทล
และบาร์เบียร์ข้างถนน
     ภาพเหล่านี้ช่วยให้ผมได้ละเลียดบรรยากาศ “คล้ายๆ”
กับที่เคยแบกเป้เถลไถลไปใช้ชีวิตที่หลวงพระบาง เสียมเรียบ
ฮานอย เว้ และฮอยอัน ได้บ้าง
     ถึงยังหาเวลาและจังหวะชีวิตที่จะออกเดินทางตามใจคิดไม่ได้
แต่อย่างน้อย “ข้าวสาร” ก็ยังช่วยผ่อนคลายความ “กระสัน”
แบกเป้เดินทางที่กำลัง “พลุ่งพล่าน” ลงไปได้บ้าง…นิดหน่อย


     …
     เพราะถนนข้าวสารเต็มไปด้วยผับแนวๆ ร้านเหล้าหรูๆ
ไปจนถึงร้านค็อกเทลและบาร์เบียร์ข้างถนน ไม่ใช่เรื่องยากเรื่องใหญ่
ที่เราจะเลือกเข้าไปแดนซ์มันๆ หรือนั่งมึนๆ
     ร้านอย่าง Brick Bar, Hippie de Bar, Moonshine Bar,
รวยรินกลิ่นชีวา, พระนครบาร์, To Sit, กินดื่ม, หรือแม้แต่
สถานีบริการน้ำมันที่ปิดไปและกลายมาเป็นลานสถานที่บริการน้ำเมา
(ซึ่งตอนนี้ก็ปิดไปแล้วเหมือนกัน) ล้วนแต่เป็นสถานที่ที่ผมโปรดปราน
บางร้านอยู่ในข้าวสาร บางร้านอยู่นอกข้าวสารหากก็ยังเรียงราย
อยู่ในละแวกนั้น
     แต่หลังจากไปจุ่มตูดนั่งเก้าอี้ซักผ้าข้างถนน เสพซดซึมซับ
บรรยากาศของ “เบียร์ฮอย” (Bia Hoi) กลางเมืองฮานอย
ตามที่เล่าร่ายบรรยายไว้ในบทเรียนนอกตำรา Lesson 20
     ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป…
     ผมค้นพบอีกหนึ่งบรรยากาศของการเริงร่ำน้ำจัณฑ์ที่ถนนข้าวสาร
และดันเป็นบรรยากาศที่ดีโคตรๆ
     “นั่งดื่มข้างถนน”
     ผมมีร้านประจำที่ไปนั่งดื่มเบียร์ข้างถนนอยู่ 2 ร้าน
ซึ่งเดาว่าน่าจะเป็นเจ้าของเดียวกัน เพราะทั้ง 2 ร้านมีลักษณะ
เหมือนๆ กันคือ…
     1. ใช้พื้นที่หน้าเซเว่นอีเลฟเว่น เปิดเป็นบาร์เครื่องดื่มเล็กๆ
ริมถนน
     2. จำนวนโต๊ะและเก้าอี้เท่าๆ กัน
     3. ผ้าปูโต๊ะเป็นลายเบียร์สิงห์เหมือนกัน
     4. เมนูเครื่องดื่มเหมือนๆ กัน
     5. ราคาเบียร์เท่ากัน
     ทั้ง 2 ร้านนี้ใจกว้างครับ เราสามารถซื้ออาหารจากรถเข็น
ที่มีอยู่เต็มถนนข้าวสารหรือซื้อขนมขบเคี้ยวจากเซเว่นฯมา
แล้วสั่งเฉพาะเครื่องดื่มจากที่ร้านก็ได้ ไม่ว่ากัน หลังๆ มาผมมักจะ
ไปนั่งหนึ่งใน 2 ร้านนี้ทุกครั้งที่แวะเวียนไปข้าวสาร เลือกโต๊ะติดริมถนน
ซื้อข้าวไข่เจียว ผัดไทย หรือไม่ก็โรตี (ซึ่งถือเป็นอาหารพื้นบ้านของที่นี่)
1 จาน ค่อยๆ กลืนแกล้มกับเบียร์ช้าง 2 ขวด…แค่นี้แหละ มื้อค่ำแสนสุข
ริมถนนข้าวสาร


     อีกอย่างที่ช่วยให้ผมพริ้วเพลินกับอาหาร 1 จานและเบียร์ช้าง 2 ขวด
คือการได้นั่งดูหลากหลายชีวิตที่เดินผ่านมาผ่านไปในบรรยากาศ
ของชุมชน Backpacker ซึ่งทำผมติดอกติดใจจนไม่ได้เข้าไปนั่งกินนั่งดื่ม
ในร้านไหนอีกเลย
     บางคืนได้พบกับเด็กหญิงฝรั่งตัวน้อยใส่เสื้อน่ารักๆ พิมพ์ข้อความ
เด่นชัดว่า “คนไทยรักในหลวง ห่วงใยชาติ ปกป้องสถาบัน”
ซึ่งความสัมพันธ์สั้นๆ ที่ไม่ผูกพันเริ่มต้นจากหนูน้อยซึ่งมากับพ่อมาดเถื่อน
หยิบฉลากเบียร์ช้างในกระเป๋ากางเกงของตัวเองออกมาอวดเทียบกับ
ขวดเบียร์ช้างบนโต๊ะผม ส่งยิ้มด้วยอารมณ์ประมาณว่า
“เห็นมั้ยหนูก็มีเหมือนกันนะ” บางคืนได้คุยออกรสกับฝรั่ง
ที่เมาปลิ้นจนลิ้นพัน บางคืนได้เห็นคนเดินเร่ขายของที่ผมไม่คิดว่า
จะขายได้กับนักเดินทางแบบ Backpacker


     แต่มีอยู่หนึ่งคืน…ได้เห็นภาพที่ชื่นใจและได้ยิ้มเล็กๆ
    วันเสาร์ 14 สิงหาคม 2553 ผมไปนั่งกินกึ่มดื่มด่ำมื้อค่ำ
ที่โต๊ะข้างถนนเหมือนเดิม ดับหิวด้วยผัดไทย ดับกระหาย
ด้วยเบียร์ช้าง 2 ขวด
     ใกล้ๆ มีราวขายเสื้อยืดสกรีนลายที่หาเห็นได้ทั่วไป
ในถนนข้าวสาร ราวขายเสื้อราวนี้ขายอยู่ตรงนี้ตลอด
เพราะเห็นทุกครั้งที่มานั่งดื่ม


     เจ้าของราว (ไม่ใช่ร้านเพราะมีแค่ราวเดียววางขายอยู่ข้างถนน)
นั่งขายเสื้ออยู่กับลูกสาวอายุน่าจะประมาณ 5-6 ขวบ ทุกครั้งที่
ผมเห็น แม่ลูกคู่นี้มักจะนั่งเล่น ยิ้มหัวเราะด้วยกันดูน่ารักมีความสุข
     วันนั้นวัยรุ่นฝรั่ง 2 คนกำลังคุ้ยราวเลือกเสื้อยืดหาลายเด็ดๆ โดนๆ
     ลูกสาววัยน่ารักวิ่งเล่นไปมาก่อนจะเดินไปบอกอะไรสักอย่างกับแม่
ที่กำลังยืนดูแลลูกค้า
     คนเป็นแม่อุ้มลูกสาวขึ้นมาแล้วผละจากราวขายเสื้อตรงเข้า
ตรอกเล็กๆ ข้างร้านที่ผมนั่ง! ปล่อยลูกค้าฝรั่งยืนเลือกต่อไป
แบบไร้คนขาย!
     ไม่นานนักแม่ก็อุ้มลูกสาวกลับมา แต่ลูกค้า…จากไปแล้ว
     ผมคิดว่าลูกสาวคงเกิดอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมาตอนนั้นพอดี
คนเป็นแม่จึงไม่รอรี อุ้มลูกสาวพาไปห้องน้ำทันที โดยไม่แคร์ว่า
ลูกค้ากำลังจะควักเงินซื้อเสื้อหรือไม่


     วันนั้น…เพิ่งผ่าน “วันแม่” มาได้แค่ 2 วัน
     ริมถนนข้าวสารคืนนั้นผมได้เห็นภาพที่สะท้อนความรัก
และความเสียสละของ “คนเป็นแม่” ที่ใส่ใจแค่ว่าความสุขความสบาย
ของลูกต้องมาก่อนเสมอ
     ยอมทิ้งเงิน ทิ้งลูกค้า เพื่อพาลูกสาวไปเข้าห้องน้ำ
     อาจจะดูเป็นเรื่องเล็กๆ…
     แต่เรื่องเล็กๆ ทุกอย่างที่แม่ทุกคนทำให้…
     มันยิ่งใหญ่เสมอในความรู้สึกของลูก…ไม่ใช่หรือ
     แด่แม่ของลูกทุกคนบนโลกใบนี้ครับ…

12 ตอบกลับที่ Lesson 30

  1. muay พูดว่า:

    เพราะเรื่องของ “เเม่” เป็นเรื่องสากล เรื่องของ “ถนนข้าวสาร” กับ “เรื่องของเเม่” ก็เลยมาบรรจบพบกันอย่างละมุนกลมกล่อม … อยากรู้ว่า โรงน้ำชา เคยพาเเม่มาเที่ยวถนนข้าวสารบ้างหรือเปล่าคะ?

  2. mami พูดว่า:

    นั่นแหละหนาคือ..แม่
    และ พ่อ ก็เช่นกันล่ะจ่ะ
    ทั้ง 2 ทำให้ลูกได้ทุกอย่าง
    ..อ่านแล้ว ทำให้คนวัยใกล้เกษียณ
    อยากไปเดินเล่นแบบช้าๆ ชิลล์ๆ บ้างนะ

    • rongnamcha พูดว่า:

      ถ้าแม่อยากไปเดี๋ยวไว้พาไปละกันครับ
      ทั้งพ่อทั้งแม่นั่นแหละ
      แต่อย่าค้อนนะ
      ถ้าพ่อลูกจะนั่งดวดเบียร์ด้วยกันกลางข้าวสาร ฮ่าๆๆ

  3. harajuku พูดว่า:

    พระคุณแม่ล้ำฟ้ามหาสมุทร
    พระคุณแม่สูงสุดมหาศาล
    พระคุณแม่ล้ำค่าสุธาธาร
    ใดจะปานพระคุณท่านนั้นไม่มี….

    คงไม่เคยได้ยินกลอนบทนี้จากที่ไหนมาก่อนล่ะซิ
    เพราะบทกลอนเทิดพระคุณแม่นี้ถูกหนูแต่งขึ้นเองตอนอยู่ ม.2
    ได้รางวัลที่ 3 รับเกียรติบัตรมาอย่างสวยงาม
    แต่ถึงจะได้รางวัลที่เท่าไหร่และใครจะมองว่า
    แต่งได้ขี้เหร่ขนาดไหนแต่บทกลอนบทนี้ก็ อยู่ในใจหนูเสมอไม่เคยลืม
    ร่วมเทิดทูนพระคุณของแม่ด้วยหนึ่งคนค่ะ (ลูกกตัญญู)

    • rongnamcha พูดว่า:

      กลอนเพราะครับ แต่งได้ดีนะ ไม่แปลกที่จะได้รางวัล
      ถือเป็นพรสวรรค์จริงๆ ครับสำหรับเด็ก ม.2
      เป็นเรื่องน่าชื่นชมเช่นกันครับ สำหรับลูกๆ ทุกคนที่ไม่เคยลืมพระคุณแม่

  4. โรงเตี๊ยม พูดว่า:

    เราชอบสำนวนนายว่ะ อ่านแล้ว “พริ้วเพลิน” ดี บางตอนกระตุ้นอารมณ์ให้ “พลุ่งพล่าน” บางคราก็เห็นภาพเมื่อนาย “ซดซึมซับ”
    ฮ่า! …นี่เป็นอาการของลี้คิมฮวงแห่ง “ฤทธิ์มีดสั้น” ยาม “เริงร่ำน้ำจัณฑ์”
    แต่ไม่แน่ใจว่า อาการ “เมาปลิ้นจนลิ้นพัน” นั้นคืออาการใด เพราะปีศาจสุราเยี่ยงโกวเล้งแม้เสพพันจอกร้อยไหก็มิออกอาการ …ฮ่า!
    ฤๅ…โรงน้ำชา…เคยเมาปลิ้นลิ้นพันแล้ว
    เชื่อเราเถิด สุราถูกสร้างเพื่อเสพ มิได้เกิดมาครอบงำผู้ใด
    “โรงเตี๊ยม”
    ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 10 ปี

  5. คุรุชน : ไร้รัก พูดว่า:

    อาจสายไปหน่อยสำหรับวันแม่ แต่ขอแจมประเด็น “แม่” กับโรงน้ำชาหน่อย
    แด่แม่…ด้วย “รัก”
    เด็ด…ดอกไม้ให้แม่ในวันแม่ด้วยรัก
    แม่ปลื้มดื่มด่ำในรัก
    ลูกปลื้มไม่ลืมความรัก
    ดอกไม้ขื่น จำสละตน เพื่อรัก
    คุรุชน : ไร้รัก

  6. pattararanee พูดว่า:

    ชอบไปนั่งมองดูคนที่ข้าวสาร
    เห็นฝรั่งพาลูกเที่ยวเยอะดี
    น่ารักดี ^^

  7. kumbha-monday พูดว่า:

    น่ารักจังค่ะ สำหรับคนเปน “แม่”​ เรื่องที่คนอื่นอาจมองว่าเล็กน้อย
    แต่ในสายตาแม่ เรื่องของลูก..มักเปนเรื่องใหญ่เสมอ
    อ่านแล้วคิดถึงผัดไทที่ข้าวสารเลย อร่อยดีนะคะ
    ไม่ได้ไปสักพักใหย่มากๆแล้ว

    • rongnamcha พูดว่า:

      ว่างๆ แวะไปสิครับ บรรยากาศก็ยังคงเซอร์ๆ ชิลล์ๆ เหมือนเดิม แต่อย่าลืมเบียร์ช้าง 2 ขวดนะ ฮ่าๆๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: