สะบายดี 2 ไม่มีคำตอบจาก…ปากเซ

สะบายดี 2 ไม่มีคำตอบจาก…ปากเซ – ภาคนี้ก็ยังสบาย (ใจ) ดี / โดย…โรงน้ำชา (11/9/2553)

     เร็วๆ นี้ ผมเพิ่งมาสังเกตพบว่า…
     หลังจากเอาแต่นั่งเคาะแป้นคร่ำปั้นหลักสูตร “บทเรียนนอกตำรา (outside teaching)”
มาหลายบทหลาย Lesson
     การเรียนนอกตำราที่ก็ไม่ค่อยจะซีเรียสเครียดเคร่งทำให้ผมห่างหายจากงานเขียน
เกี่ยวกับหนังไปเกือบ 2 ปี 3 เดือน!
     และหนังเรื่องสุดท้ายที่ผมเขียนถึงไปเมื่อเกือบ 2 ปี 3 เดือนที่แล้วคือ
“สะบายดี หลวงพะบาง”
     วันนี้ วันที่บทเรียนนอกตำรา หรือ outside teaching ดำเนินเดินหลักสูตร
มาถึงบทที่ 30 พอดี ผมจึงถือโอกาสขออนุญาตพักการเรียนชั่วคราว
แล้วชวนกันไปนั่งชิลล์เสพซับรสหนังที่เป็นภาคต่อของ สะบายดี หลวงพะบาง
ที่ผมเขียนทิ้งท้ายไว้
     กับ… “สะบายดี 2 ไม่มีคำตอบจาก…ปากเซ”


     …
     “สะบายดี 2 ไม่มีคำตอบจาก…ปากเซ” ยังคงได้ผู้กำกับไทยคนเดิม
โป๋ย ศักดิ์ชาย ดีนาน ที่ในภาคแรกเคยกำกับร่วมกับ อนุสอน สิริสักดา
ผู้กำกับจากฝั่งลาว มารับหน้าที่เดิม เพียงแต่ใน สะบายดี 2 ศักดิ์ชาย
รับเครดิตผู้กำกับเพียงคนเดียว ในขณะที่อนุสอนนั่งเก้าอี้หนึ่งใน
ผู้อำนวยการสร้าง
     นอกจากผู้กำกับที่เหลือเพียงคนเดียวแล้ว สิ่งที่ สะบายดี 2 ต่างจาก
สะบายดี หลวงพะบาง คือนักแสดงนำชายที่เปลี่ยนจาก อนันดา เอเวอริ่งแฮม
มาเป็น เร แมคโดแนลด์ ส่วนนักแสดงนำหญิงยังคงเป็น คำลี่ พิลาวง
นางเอกสาวลาวจากภาคแรก


     อีกหนึ่งความต่างระหว่างภาคแรกกับภาคนี้คือ Trailer หรือหนังตัวอย่าง
ที่มากันแบบคนละอารมณ์คนละสไตล์
     ในขณะที่หนังตัวอย่างของสะบายดีภาคแรก (อนันดา) มาแบบเท่ขรึม
ซาบซึ้ง พร้อมตบท้ายด้วยเพลงซึ้งๆ กินใจอย่าง “ดินแดนแห่งความรัก”
     หนังตัวอย่างของสะบายดี 2 (เร) มาด้วยอารมณ์ตามแคแร็กเตอร์
และบุคลิกของเร ขำ มัน ฮา รวมทั้งบ่งบอกว่าหนังเรื่องนี้เอาสนุกเอามัน
กันกว่าภาคที่แล้วแน่ๆ ด้วยเพลง “หวาน” ของวง Cells ที่นำมาใช้ประกอบ
     แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันของหนังตระกูลสะบายดีที่สัมผัสได้เพียงแค่เห็น
ในหนังตัวอย่าง
     ความใส ซื่อ น่ารัก และจริงใจแบบลาวที่ผมยังคงรู้สึกและถวิลหา
ตั้งแต่ได้ไปตะลอนลาว ได้ไปดูสะบายดีภาคแรก และได้เห็นหนังตัวอย่าง
สะบายดี 2
     ยิ่งกระตุ้นให้กระสันกระหายใคร่รู้ว่าในภาคนี้ ศักดิ์ชาย จะสานต่อเรื่องราว
ที่ทิ้งค้างเปิดปลายไว้ในภาคแรกยังไง และจะถ่ายทอดความรู้สึก “อิน”
กับแผ่นดินลาวอย่างที่สะบายดีภาคแรกทำให้ผมได้หรือไม่?
     …
     สะบายดี 2 เล่าเรื่องราวของ “ปอ” (เร แมคโดแนลด์) ผู้กำกับหนุ่มไทย
บุคลิกหลุดๆ รั่วๆ ขี้เต๊ะ ที่กำลังจิตตกเมื่อวงการหนังเมืองไทยชักจะเข้าใจ
ความเป็นศิลปินของเขาน้อยลงทุกวัน เสนอพล็อตที่ไหนกี่ค่ายก็ไม่มีใครเอา
จนจับพลัดจับผลูไปตกปากรับจ๊อบถ่าย VDO Presentation สำหรับใช้ใน
งานแต่งงานของคู่บ่าวสาวลาวที่ปากเซ
     ปอซี่งเคยอีโก้ผู้กำกับสูงจัดขนาดดูแคลนการถ่ายวิดีโองานแต่งแบบนี้
กลับรับงานง่ายดายด้วยค่าเหนื่อยถึง 500,000 ก่อนมารู้ทีหลังว่า
มันคือ…เอ่อ…500,000 กีบ!
     ผู้กำกับหนุ่มเกือบถอดใจเผ่นกลับเมืองไทยถ้าไม่เป็นเพราะความสวยใสของ
“สอนไพรวัลย์” สาวลาวยุคใหม่เจ้าของเกสต์เฮ้าส์ที่ปอไปพัก ผู้มีแรงดึงดูด
มากพอให้เขาอยู่ทำงานที่ลาวต่อพร้อมๆ กับหน้าหม้อขายขนมจีบไปด้วย
     ซึ่งเป็นที่มาของสถานการณ์ฮาๆ ทั้งหลายกับการทำงานแบบท่ามาก
ฟอร์มจัด รวมทั้งพฤติกรรมจีบหญิงแบบโก๊ะๆ ห่ามๆ เมาๆ รั่วๆ
ที่ถ้าใครได้ดูภาคแรกมาแล้วอาจจะคุ้นๆ กับบางมุขบางตอนที่ดูคุ้น คล้าย
แต่ไม่เหมือน
     ก่อนที่สุดท้ายหนังจะไขปริศนาทุกอย่างว่า แท้จริงแล้วสิ่งที่ปอ
ได้ไปประสบพบเจอที่ปากเซกลายเป็นที่มาและแรงบันดาลใจก่อให้เกิด
การถ่ายทำหนัง สะบายดี หลวงพะบาง ภาคแรก ที่มีอนันดามารับบทพระเอก
โดยที่ปอเป็นผู้กำกับ…งงมั้ย?
     เป็นลักษณะหนังซ้อนหนังนั่นเอง


     …
     สะบายดี 2 ศักดิ์ชายยังคงเส้นคงวาในส่วนของการกำกับนักแสดง
และคุมโทนของหนังให้อยู่ในจังหวะสบายๆ ไม่เร่งเร้ารีบร้อน
ผ่อนคลายและเจือยิ้มใสๆ ให้ติดตามได้อย่างลื่นไหลมาเป็นระยะ
     อารมณ์ซาบซึ้งแบบนิ่งๆ หวานๆ เท่ๆ สไตล์อนันดาในภาคแรก
อาจจะพร่องจนแทบเหือดหายไปในภาคนี้ แต่สิ่งที่ได้มาแทนคือความกวน
ความสนุกสนานเฮฮาที่ใส่กันมาเต็มกว่าภาคที่แล้ว ซึ่งก็ยังสนุกและซึ้งได้
ในรสชาติที่แตกต่าง
     เร แมคโดแนลด์ พิธีกรผู้ผูกขาดกับมาดนักเดินทาง Backpacker ขาลุย
ลงตัวและเหมาะมากๆ กับสิ่งที่บทปอต้องการ แม้บางฉากอาจจะ
ดูโอเว่อร์แอคติ้งไปนิด แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ลงตัวถ้าคิดซะว่านี่คือผู้กำกับเซอร์แดก
ที่พร้อมติสท์แตกไม่เลือกเวลา (เป็นติสท์แตกแบบบ้าๆ ฮาๆ ต่างกับบางคน
ในชีวิตจริงที่อาจจะติสท์แตกแบบเหวี่ยงๆ)
     แต่โดยรวมแล้ว เรแสดงอย่างเป็นธรรมชาติในทุกฉาก ดูแล้วเชื่อว่าเต๊ะจริง
รั่วจริง เมาจริง สนุกจริง และบางทีก็…เฮิร์ทจริง


     คำลี่ พิลาวง ไกด์สาวใสๆ จากภาคที่แล้ว มาในภาคนี้เธอกลายมาสวมบท
สาวลาวสมัยใหม่ที่ดูมีความมั่นใจมากขึ้น กล้าคิด กล้าแสดงออก เป็นนักเรียนนอก
ทรงผมที่เปลี่ยนไปทำให้แคแร็กเตอร์สาวมั่นของเธอเด่นชัดขึ้น แต่ถึงในภาคนี้
ตัวละครของเธอจะมั่นยังไง กิริยามารยาทสุภาพงามใสแบบผู้สาวลาวก็ยังคง
ถูกรักษาไว้อย่างดี และคำลี่ก็ถ่ายทอดออกมาได้แบบพอดีๆ และดูดี
ไม่แพ้ภาคแรก


     เช่นเดียวกับ สะบายดี หลวงพะบาง หนังโดยรวมขับเคลื่อนไปข้างหน้า
โดยบทของเรและคำลี่ แต่เหล่าตัวละครที่รายล้อมล้วนสามารถสร้างสีสัน
และรอยยิ้มได้ตลอดเวลาที่หนังเดินหน้าไป
     และแม้โดยความรู้สึกส่วนตัว ภาพวิวทิวทัศน์และบรรยากาศต่างๆ
ของประเทศลาวในครั้งนี้จะถูกถ่ายทอดออกมาได้ไม่ “งาม” และ “อิ่ม”
เท่าภาคแรก (โดยทางเทคนิคผมไม่รู้ว่ามีการเปลี่ยนตากล้องหรือเปลี่ยน
ชนิดของกล้องที่ใช้ถ่ายหรือเปล่า) แต่โดยเรื่องราว หนังก็ยังเป็นเจ้าของ
หลายฉากที่น่าประทับใจ
     ฉากหนึ่งที่อาจจะส่วนตัวไปนิด คือฉากที่ปอและผู้ว่าจ้างชาวลาวแสนสุภาพ
นั่งดื่มสร้างความสัมพันธ์ทำความรู้จักกันครั้งแรกที่ระเบียงร้านอาหาร
ริมแม่น้ำโขง ผมเชื่อว่าคงโดนใจคอเหล้าหลายคนที่โหยหาบรรยากาศ
ในการรินร่ำ “ตำจอก” สุราแบบฉากนี้
     อีกฉากที่น่าจะส่วนตัวยิ่งกว่า คือวินาทีที่งานถ่ายวิดีโอซึ่งปอทำมาทั้งหมดในลาว
ได้ถูกฉายโชว์ออกสู่สายตาบรรดาแขกเหรื่อที่มาร่วมงานแต่งงานของคู่บ่าวสาว
     ไฟในห้องจัดเลี้ยงค่อยๆ ดับลง ปอเริ่มประหม่ากับผลตอบรับที่จะตามมา
เขาเป็นแค่ผู้กำกับหนังตกอับจากเมืองไทยที่ไม่แน่ใจว่าทุกคนจะถูกใจกับสิ่งที่
กำลังจะได้ชมหรือเปล่า
     ไฟที่สว่างขึ้นพร้อมๆ กับเสียงปรบมือเรียกความภูมิใจและความมั่นใจ
ในตัวเองของเขากลับคืนมา
     ปอเข้าใจและซึ้งในวินาทีนั้นเองว่าไม่ว่างานเล็กต๊อกต๋อยหรืองานใหญ่ร้อยล้าน
ถ้าคิดและทำออกมาแล้วได้รับการยอมรับและชื่นชม ทุกงานล้วนสร้างความภูมิใจให้
ไม่ต่างกัน
     ผมอินกับฉากนี้เป็นพิเศษเพราะหาเลี้ยงชีวิตอยู่ในวงการ Commercial Art
หรือพาณิชย์ศิลป์ อยู่กับการทำงานที่ต้องขายสิ่งที่ตัวเองคิดฟุ้งเพ้อฝันจินตนาการ
ขึ้นมาจากอากาศธุลีธาตุ และรู้ดีว่าความภูมิใจเมื่อเห็นงานได้รับการยอมรับ
และชื่นชมนั้นมันปลาบปลื้มขนาดไหน
     ครับ…ไม่ว่างานนั้นจะเป็นงานเล็กต๊อกต๋อยหรืองานใหญ่ร้อยล้าน!
     อีกสิ่งที่สังเกตได้ใน สะบายดี 2 คือ เส้นเรื่องทั้งหลายที่ร้อยเรียง
ราวกับจะเป็นเหมือนบันทึกเสี้ยวหนึ่งในการทำงานของ โป๋ย ศักดิ์ชาย ดีนาน
ผู้กำกับตัวจริง
     ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาเริ่มท้อกับระบบการหาทุนของหนังไทย เรื่องการถาโถม
ของผู้กำกับคลื่นลูกใหม่  เรื่องการไปรับงานที่ลาวจนเกิดแรงบันดาลใจ
กลายเป็นหนัง สะบายดี หลวงพะบาง แต่ไม่แน่ใจว่าเรื่องตกหลุมรักสาวลาว
นี่มีที่มาจากประสบการณ์จริงของผู้กำกับด้วยหรือเปล่า (ฮ่าๆ)


     เพียงแต่ศักดิ์ชายนำประสบการณ์ทั้งหลายทั้งมวลมาบีบมะนาวเคล้าน้ำจิ้ม
ให้กลมกล่อมน่าลิ้มลองขึ้นเท่านั้นเอง
     บทสรุปสุดท้ายของ สะบายดี 2 คืองานของปอในปากเซจบลง ซึ่งกลายมาเป็น
งานใหม่ที่กำลังเริ่มต้น เขากลับมาเมืองไทยพร้อมพล็อตสำหรับหนัง
สะบายดี หลวงพะบาง กระเสือกกระสนดิ้นรนหาทุนจนได้ไปถ่ายหนังที่ลาวอีกครั้ง
และครั้งนี้สาวลาวคนงามที่ปากเซดูคล้ายจะมีคำตอบบางอย่างให้ผู้กำกับ
หนุ่มไทยคนนี้แล้ว
     แม้ฉาบหน้าหนังด้วยเรื่องรักกุ๊กกิ๊กหลุกหลิกที่คลี่เคลือบไว้หลวมๆ
แต่อีกสารที่ซ่อนอยู่คือการส่งเสียงบอกใครก็ตามที่กำลังเดินตามความฝัน
อย่างล้าเหนื่อยเมื่อยหน่ายเต็มทีว่า “แม้ไร้แรงวิ่ง ก็อย่าหยุดเดิน”
     เพราะ “ปอ” และ “โป๋ย” ก็ค่อยๆ เดินและไปถึงมาแล้ว


     แม้สุดท้าย “สะบายดี 2 ไม่มีคำตอบจาก…ปากเซ” อาจจะเป็นอีกหนึ่ง
หนังไทยอารมณ์ดี ใสๆ อุ่นอวลกลิ่นอายความสุข ทุนน้อย โปรโมตน้อย
ที่แม้อายุในโรงหนังจะสั้น
     แต่ผมว่าอายุในความทรงจำ…น่าจะยาว…

6 ตอบกลับที่ สะบายดี 2 ไม่มีคำตอบจาก…ปากเซ

  1. pattararanee พูดว่า:

    สะบายดี

    ดิฉันกระโดดข้ามมาที่กล่องข้อความ
    เพราะยังไม่ได้ดู คุณเรย์ เลย
    ตอนที่หนังเรื่องนี้เข้า เป็นช่วงฤดูงานท่วมค่ะ

    อยากดูค่ะ T.T
    ถ้าได้ดูแล้ว จะเข้ามาอ่านใหม่นะคะ

    ปล. ใช้สรรพนามแบบ ชั่วฟ้าดินสลาย 555

    • rongnamcha พูดว่า:

      ได้ดูภาคแรกรึยังครับ
      ภาคแรกก็ดี ภาคนี้ก็ดี
      ไว้หามาดูนะครับ น่ารัก อารมณ์ดี ใสๆ และไร้จริต

  2. harajuku พูดว่า:

    ไปดูมาแล้วค่ะ สนุกสนานดีมาก ๆ มีหลายฉากหลายตอนที่ดูแล้วก็อดขำไม่ได้
    ชอบ ๆ นะค่ะ โดยเฉพาะสอน ที่มีอาชีพไกด์ ดูแล้วคุ้นเคยกับอาชีพนี้จริง ๆ ค่ะ
    สถานที่เที่ยวสวยมากเลยค่ะ เห็นแล้วอยากไปที่สุด ได้เห็นการเต้นท่าบัดสลบของลาวด้วยอ่ะค่ะ ประทับใจ ใครยังไม่ได้ดู
    ต้องเสาะแสวงหามาดูให้ได้นะคะ กะตุ๊ด

  3. MOM พูดว่า:

    อ่านแล้วเห็นภาพ….เลย
    สำนวนดีขึ้นมากเชียว
    อยากเห็น”ท่าบัดสลบ”คงจะน่ารักมากนะ
    เพราะ คำลี่ หวาน มากๆ

  4. yokuraku พูดว่า:

    ยังไม่ได้ดู แต่ก็อ่านก่อนเพื่อกระตุ้นต่อมให้ไปหามาดูให้ได้
    ปล.มีคนคิดว่า ปากเซ คือปากของคนชื่อเซ ซะงั้น

  5. Mr.P พูดว่า:

    เขียนได้ดีมากเลยครับ แทบจะทุกจุดในเรื่องเลย อ่านแล้วเพลินจริงๆ ผมเพิ่งได้ดูเมื่อวานนี้เอง หนังสองสามปีแระ แฮ่ๆๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: