Lesson 37

outside teaching : บทเรียนนอกตำรา / โดย…โรงน้ำชา (17/5/2554)
Lesson 37 : ข้างถนน
     แม้จะยังอยู่ในช่วงฤดูร้อนที่ฝนตกประปรายพรายพร่างมาเป็นระยะ
ด้วยอารมณ์กักขฬะแห่งธรรมชาติ
     แต่วันสองวันก่อนผมกลับหนาวสั่นเทิ้มสะท้านตัวเกร็งเขม็งเกลียว
ครวญครางหน้าตาบิดเบี้ยวไร้เรี่ยวโรยแรงด้วยพิษไข้อันไร้ที่มา
     ในวันนี้ที่พิษไข้เริ่มคลาย อาการไข้จับจนหนาวเข้ากระดูกที่เพิ่งประสบ
ทำให้ผมหวนนึกถึงภาพที่ได้ผ่านพบในช่วงที่กรุงเทพฯตกอยู่ใน
บรรยากาศหนาวเฉียบฉ่ำใจตอนปลายปีและต้นปีที่ผ่านมา
     …
     ช่วงเวลาที่มวลอากาศหนาวเหน็บเคลื่อนคลานเข้าคลี่คลุมกรุงเทพฯ
ไว้ในอ้อมกอดแห่งไอเย็นจนใครหลายคนแอบเพ้อหวังว่าอาจจะได้เห็น
ปุยหิมะโปรยปรายลงมาให้ได้ตื่นเต้นตื่นตาเหมือนในโฆษณา
สุราฉลากแดงเมื่อหลายปีก่อน
     ทุกคนรอบตัวรวมทั้งผมตื่นเต้นสนุกสนานกับอากาศหนาว
แบบที่นานๆ จะได้สัมผัสในกรุงเทพฯ เย็นสบายจนต้องงัด
เสื้อกันหนาวออกมาใส่ เย็นย่ำเยื้องค่ำก็นั่งร่ำสุรากันได้อย่างจำเริญเพลินใจ
ในสายลมหนาว มองไปทางไหนก็มีแต่คนเริงร่าอารมณ์ดีที่ไม่ต้องหงุดหงิด
กับคราบเหนอะเหงื่อไคลเหมือนตอนใช้ชีวิตในอากาศร้อนๆ
     ดึกดื่นคืนหนึ่ง…
     ผมเดินออกจากถนนข้าวสารจะไปเอารถที่จอดอยู่แถวริมถนน
พระอาทิตย์เพื่อขับกลับบ้าน เดินผ่านรถเข็นที่เต็มไปด้วยของกองสุม
ไว้ข้างถนน ของบางอย่างคลุมผ้ากองไว้กับพื้นฟุตปาธ แต่ระหว่าง
กองสิ่งของภายใต้ผ้าคลุมที่สุมทุมอยู่นั้น…
     ผมเห็น “คน” นอนขดอยู่ใต้ผ้าผืนบางที่ห่มคลุมไว้ทั้งตัว!
     ยิ่งเดินก็ยิ่งเจอคนนอนบนพื้นฟุตปาธในสภาพนี้เรียงราย
ริมถนนให้ยิ่งสะเทือนสะท้อนใจ
     แม้ไม่สามารถเห็นหน้า แต่พอเดาได้ว่าคงจะมีทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก!


     “Homeless” “คนไร้บ้าน” “คนไร้ที่อยู่อาศัย” “คนจรจัด” “คนข้างถนน”
ไม่ว่าใครจะให้คำนิยามคนกลุ่มนี้ยังไง แต่ในค่ำคืนนี้ คนเหล่านี้ก็ยังเป็น “คน”
ที่ยังต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนเอาชีวิตให้รอดพ้นจากสภาพอากาศที่คนส่วนใหญ่
กำลัง “รื่นรมย์” ในขณะที่พวกเค้ากำลังขดตัวด้วยความ “ขื่นขม”


     “ครูข้างถนน” เหล่านี้น่าจะสอนให้เราทุกคนหันมาฉุกคิดได้ว่า…
     ในโลกใบเดียวกัน สภาพแวดล้อมเดียวกัน ประเทศเดียวกัน สังคมเดียวกัน
ช่วงเวลาเดียวกัน
     มีทั้งคนที่ “สุขล้น” มีทั้งคนที่ “จมทุกข์”
     สิ่งที่สำคัญที่สุดหาใช่การตักตวงความสุขจากช่วงเวลาที่มีอยู่จำกัด
อย่างมูมมาม แต่อาจเป็นการ “แบ่งปัน” ความสุข เพื่อ “แบ่งเบา” ความทุกข์
ให้กันและกันบ้าง
     แม้จะไม่ยิ่งใหญ่พอให้ใครมีความสุขขึ้นมาได้มากเท่าที่เรามีได้…
     แต่อย่างน้อย เราก็ช่วยให้ความทุกข์ “บางส่วน” ของเค้าหายไป…ไม่ใช่หรือ…

1 ตอบกลับที่ Lesson 37

  1. albeto พูดว่า:

    เปรียบเทียบ ได้เรียบง่าย
    *หรือว่าเรามีม่านความสุข ความทุกข์อยู่ จึงมองผ่านเลนส์ออกไปเป็นอย่างนั้น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: