Lesson 38

outside teaching : บทเรียนนอกตำรา / โดย…โรงน้ำชา (18/6/2554)
Lesson 38 : โต๊ะอาหาร

     หอมหัวใหญ่ หอมแดง ต้นหอมส่วนโคน กระเทียม ก้านคะน้า ขิง ข่า
เห็ดฟาง พริกขี้หนู พริกคั่ว พริกหยวก พริกชี้ฟ้า มะเขือทุกชนิด
ผักกระเฉด ชะอม ฟัก บวบ ดอกแค มะระ
     ละมุด ลูกพลับ ลิ้นจี่ แตงไทย แคนตาลูป ลูกเกด เชอร์รี่เชื่อม
ลูกจาก ลูกชิด
     หนังเป็ด หนังไก่ หนังห่าน หนังหมู ขาเป็ด ขาไก่ ขาห่าน ขาหมูติดมัน
เอ็น เนื้อติดมัน หมูติดมัน หมูสามชั้น หมูกรอบ กากหมู เบคอน แหนม
เครื่องในสัตว์ หู ลิ้น หาง ไส้กรอกอีสาน ไข่เยี่ยวม้า ปลาร้า หอยดอง
     กาแฟ
     ตอนนี้นึกออกแค่นี้…
     ทั้งหมดเป็นตัวอย่างบางส่วนของอาหารที่ผมไม่พิสมัยใคร่ตักใส่ปาก
ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา เหมือนหลายๆ คนที่มีทั้งของกินที่โปรดปราน
และอาหารที่ไม่อยากลิ้มลอง
     เราแทบทุกคนล้วน “เลือกกิน”
     เมื่อต้องทานอาหารร่วมโต๊ะกับคนอื่น เราส่วนใหญ่มัก
ถูกอบรมบ่มมารยาทการเข้าสังคมมาตั้งแต่เด็กว่า
“ไม่กินอะไรก็ไม่ควรเขี่ยทิ้งไว้ในจานอาหารกลางโต๊ะแล้วเลือก
ตักแต่สิ่งที่เราจะกิน แต่ควรตักรวมๆ มาใส่และเขี่ยสิ่งที่เราไม่ต้องการ
ในจานของเราเอง”
     ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ถูกสอนและฝังหัวให้รู้สึกแบบนี้ การเขี่ยเลือกตัก
เฉพาะสิ่งที่เราต้องการกินในจานกับข้าวส่วนกลางดูเป็นเรื่องเสียมารยาท
ราวกับเป็นการทิ้งสิ่งที่เราไม่ต้องการไว้ให้เพื่อนร่วมโต๊ะกินต่อ
     …
     ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่…ที่ผมกลับรู้สึกอย่างแรงกล้าว่ามันอาจ
ไม่ใช่อย่างนั้นเสมอไป!
     …
     ในมุมหนึ่งมันอาจจะดูน่าเกลียดก็จริง กับการเขี่ยสิ่งที่เราไม่ต้องการกิน
ทิ้งไว้ในจานอาหารส่วนกลาง
     ในอีกมุมหนึ่ง ต่างคนมีสิ่งที่ชอบต่างกัน อาจมีเพื่อนร่วมโต๊ะที่โปรดปราน
อาหารที่เราเมินหนี คงดีกว่าถ้าเราไม่ตักมาแล้วเขี่ยกองไว้ข้างจานของเรา
แต่ทิ้งไว้ให้คนที่ชอบได้อร่อยกับสิ่งที่เราไม่กิน
     แต่จะมองมุมไหน อาจต้องพินิจพิศเพ่งเล็งแลก่อนด้วยว่าเราร่วมนั่ง
อยู่ในโต๊ะอาหารแบบไหน
     ถ้านั่งร่วมโต๊ะกับผู้ใหญ่ที่มวลสารอาการเกรงใจผึ่งแผ่กระจายอยู่เต็มโต๊ะ
การตักแล้วค่อยมาเขี่ยคัดแยกในจานตัวเองดูเหมือนจะเหมาะสมกว่า
     แต่บนโต๊ะกลางหมู่เพื่อนสนิทคิดซื่อทั้งหลาย เราอาจสามารถเลือกตัก
อาหารที่เราอยากกิน คัดแยกสิ่งที่เราไม่กินแล้วปล่อยทิ้งไว้ในจานอาหาร
ส่วนกลางได้…เผื่อมีใครต้องการ
     นอกจากบนโต๊ะอาหาร ชีวิตคนเราอาจจะมีหลายครั้งที่เส้นแบ่งระหว่าง
“ทำแล้วดูดี” กับ “ทำแล้วมีประโยชน์” คือคำว่า “มารยาท”
     ซึ่งคำว่า “มารยาท” บางทีก็ไม่ได้เหมาะกับทุกสถานการณ์
     อยู่ที่เราจะปรับตัวเลือกใช้ว่าตอนไหนควรยึดทำตาม “มารยาท”
และเมื่อไหร่ควรปล่อยไหลตาม “วิจารณญาณ”
     โต๊ะอาหาร…สอนไว้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: