Text-Symbol 12

ประโยคสัญลักษณ์ (Text-Symbol) โดย โรงน้ำชา (15-9-2555)
ประโยคสัญลักษณ์ที่ 12 – พิราบขาว ขวาน และอาหารชั้นเลิศ

     เหงื่อใสเม็ดเป้งผุดพรายและไหลเยิ้มย้วยย้อยจากขมับ
ของหนุ่มนักเลี้ยงนก ไหลเรื่อยเรี่ยหน้าลงมาข้างแก้มโหนกตอบ
     แววตาดุดันกร้านกร้าวเพ่งพุ่งไปยังนกพิราบขาวในกรงตรงหน้า
มือกระชับด้ามขวานแน่น
     พอกันที…เรื่องราวระหว่างเขาและเจ้านกเลี้ยงไม่เชื่องตัวนี้
ทุกอย่างจะจบลงที่นี่! วันนี้!
     ชายหนุ่มเงื้อขวานขึ้น เหวี่ยงวาดแหวกอากาศ!
     ฉัวะ!
     …
     หนุ่มนักเลี้ยงนกเป็นเจ้าของนกพิราบขาวสะอาดตัวนี้มาตั้งแต่
มันยังตัวเล็กๆ เดินเตาะแตะ เขาเฝ้าฟูมฟักเลี้ยงดูทะนุถนอม
ด้วยความรักความผูกพันมานานหลายปี สรรหาหลากหลาย
อาหารอย่างดีมาบำรุงไม่มีขาด สร้างกรงแสนหรูหราราคาแพง
อันกว้างใหญ่ให้มันอยู่อย่างสุขสบายจนไม่มีนกตัวไหนไม่อิจฉามัน
     เพราะเรียวขนขาวอันอ่อนนุ่มซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษ
ของเจ้านกพิราบขาวตัวนี้ที่นกพิราบตัวอื่นไม่มี
     ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของจึงตั้งชื่อให้มันว่า “เมฆ”
     วันเวลาเคลื่อนคลานผ่านไป เจ้าเมฆเติบใหญ่เป็นพิราบขาว
หนุ่มเต็มวัย มันเริ่มทิ้งทอดสายตาเหม่อมองออกไปนอกกรง
บ่อยขึ้น และแต่ละครั้ง…นานขึ้น
     เจ้าเมฆสยายปีกพั่บๆ และบินสั้นๆ ไปมุมโน้นที มุมนี้ที
     แม้กรงแสนหรูหราราคาแพงที่นายมันบรรจงสร้างไว้ให้
จะกว้างใหญ่พอๆ กับพื้นที่ของตู้โทรศัพท์สาธารณะ 16 ตู้
แต่เมฆยังคงรู้สึกว่ามันแคบและอึดอัดเกินไปสำหรับสิ่งมีชีวิต
ที่ถูกลิขิตมาให้มี “ปีก” ไว้ “บิน” อย่างมัน
     “เมฆ” ควรจะได้ฟูฟ่องล่องลอยคู่กับ “ท้องฟ้า”
มากกว่าหลังคากรง
     มันจึงเริ่มวางแผน
     …
     ชายเลี้ยงนกเดินตรงมายังกรงใหญ่ของเมฆในเช้าวันหนึ่ง
พร้อมถาดอาหารที่เต็มไปด้วยธัญพืชชั้นดีเกรดพรีเมี่ยม
ผสมด้วยเปลือกหอยป่นเพื่อสร้างกระดูกที่แข็งแรงให้กับมัน
     ชายหนุ่มเปิดประตูกรง เมฆที่รออยู่สะบัดปีกพรึ่บแล้วบินห้อ
พุ่งสวนออกจากกรง!
     “เฮ้ย!” หนุ่มนักเลี้ยงนกผงะ ถาดอาหารร่วงหล่นจากมือ
กระจัดกระจาย เขาคว้าด้ามขวานข้างกาย เหวี่ยงวาดแหวกอากาศ!
     ฉัวะ!
     ปีกขาวๆ ของเจ้านกพิราบถูกคมขวานเฉือนขาดสะบั้นทันทีหนึ่งข้าง!
มันถลาร่วงลงไถลไปบนพื้น!
     ฉัวะ!
     อีกหนึ่งขวานถูกจามซ้ำลงไปอีกครั้ง!
     ปีกอีกข้างหลุดกระเด็นออกจากร่าง!
     ขนขาวๆ เปื้อนเลือดสีแดงสด ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของพุ่งเข้าไป
ประคองมันขึ้นมาไว้ในอุ้งมือด้วยความเป็นห่วง
     “บ้าจริง จู่ๆ จะหนีกันไปซะงั้น มาๆ เดี๋ยวทำแผลให้นะ”
     หลังจากทำแผลให้ยา เจ้าเมฆหายใจรวยรินแต่ชายหนุ่มมั่นใจว่า
มันพ้นขีดอันตรายแล้ว เหลือเพียงต้องพักฟื้นร่างกายให้แผลหาย
เท่านั้นเอง
     “ไม่มีปีก…จะได้ไม่ต้องบินหนีอีก” ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ ขณะค่อยๆ
ประคองนกพิราบขาวแสนรักเข้าไปวางไว้บนหิ้งนอนของมันภายในกรง
     สองเดือนต่อมา เมฆหายดีเป็นปกติ มันกลายมาเป็น
นกพิราบขาวไร้ปีกที่วันๆ ทำได้เพียงเดินเตาะแตะอยู่ในกรงแสนหรูหรา
ราคาแพงที่กว้างใหญ่พอๆ กับพื้นที่ของตู้โทรศัพท์สาธารณะ 16 ตู้
     เช้าวันนี้ หนุ่มนักเลี้ยงนกผู้เป็นเจ้าของเดินผิวปากถือถาด
ที่เต็มไปด้วยอาหารชั้นเลิศมาให้มันเช่นเคย
     ชายหนุ่มเปิดประตูกรง เมฆวิ่งฟ้าวพุ่งสวนออกจากกรง
ด้วยความเร็วเท่าที่แรงของสองขาเล็กๆ จะพาไปได้!
     โลกกว้างนอกกรงยังเป็นที่ที่มันโหยหาตลอดมา!
     คนเลี้ยงนกค่อยๆ วางถาดธัญพืชชั้นเลิศผสมเปลือกหอยป่น
ลงกับพื้นระหว่างที่นกพิราบขาวแสนรักค่อยๆ วิ่งเตาะแตะผ่านไป
     ชายหนุ่มคว้าด้ามขวานหมับ! เหวี่ยงวาดแหวกอากาศ
สวนทางวิ่งของเจ้าพิราบขาว!
     ฉัวะ!
     …
     เมฆกลายเป็นนกพิราบเรียวขนขาวอ่อนนุ่มที่หน้าท้อง
ถูกดินดำทำเลอะเปรอะเปื้อน มันถูกตัดปีก ถูกตัดขา เวลาจะเคลื่อนตัว
ไปไหนต้องใช้ปากจิกพื้นดินแล้วก้มหน้าลงเพื่อลากตัวขึ้นมาข้างหน้า
ด้วยท่าทางที่น่าสังเวช!
     ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของสงสารมันจับใจทุกครั้งที่ได้เห็นมัน
กระเสือกกระสนดิ้นรนเคลื่อนกาย แต่ด้วยความรัก ความผูกพัน
ความหวงแหน เขาทนเห็นเจ้านกพิราบขาวหนีหายจากไปไม่ได้
     แม้จะต้องจำมองสภาพที่น่าสงสารของมันแค่ไหน แต่อย่างน้อย
ชายหนุ่มก็สบายใจว่าเมฆคงไม่คิดหนีไปไหนอีกแล้ว
     เช้านี้เขาเอาถาดอาหารที่เต็มไปด้วยธัญพืชชั้นดีเกรดพรีเมี่ยม
มาให้มันอย่างเคย
     ชายหนุ่มเปิดประตูกรง เหยียดแขนยื่นถาดอาหารเข้าไปวาง
     พิราบขาวไร้ปีกสิ้นขาค่อยๆ จิกปากปักดิน ก้ม ลากตัวเคลื่อนเข้ามา
     จิกปากปักดิน ก้ม เคลื่อนตัว…
     ผ่านถาดอาหาร…
     ค่อยๆ เคลื่อน ค่อยๆ คลาน
     …ไปทางประตูกรง!
     ความอดทนของคนเลี้ยงนกขาดผึง!
     “นี่มึงยังคิดจะออกไปอีกเหรอ!” เขาตะโกนใส่อย่างหัวเสีย
คว้าหมับที่ด้ามขวาน!
     เหงื่อใสเม็ดเป้งผุดพรายและไหลเยิ้มย้วยย้อยจากขมับ
ของหนุ่มนักเลี้ยงนก ไหลเรื่อยเรี่ยหน้าลงมาข้างแก้มโหนกตอบ
     แววตาดุดันกร้านกร้าวเพ่งพุ่งไปยังนกพิราบขาวในกรงตรงหน้า
มือกระชับด้ามขวานแน่น
     พอกันที…เรื่องราวระหว่างเขาและเจ้านกเลี้ยงไม่เชื่องตัวนี้
ทุกอย่างจะจบลงที่นี่! วันนี้!
     ชายหนุ่มเงื้อขวานขึ้น เหวี่ยงวาดแหวกอากาศ!
     ฉัวะ!
     ฉัวะ!
     ฉัวะ!
     กรงแสนหรูหราราคาแพงที่กว้างใหญ่พอๆ กับพื้นที่ของ
ตู้โทรศัพท์สาธารณะ 16 ตู้ขาดสะบั้นกระจุยกระจายกลายเป็นซาก
ไม่เหลือแม้เศษแห่งพันธนาการเพื่อกักกั้นอิสรภาพแห่งพิราบขาว
อีกต่อไป!
     หนุ่มนักเลี้ยงนกมองเจ้าเมฆด้วยรอยยิ้ม
     “ไปเหอะ” ถึงจะรัก ผูกพัน และหวงแหนขนาดไหน ถ้ามันมีทางที่
ต้องไป ไม่มีประโยชน์อะไรที่เขาจะพยายามเหนี่ยวหน่วงถ่วงทึ้งมันไว้
เขายอมให้มันไปดีกว่าค่อยๆ ฆ่ามันให้ตายอยู่ในนี้ด้วยตัวของเขาเอง
     พิราบขาวไร้ปีกสิ้นขาเบิกตามองชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของด้วยความรัก
และขอบคุณเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจิกปากลงปักพื้นดิน ก้มหน้า
แล้วลากตัวขึ้นมา ค่อยๆ เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า
     แต่ทระนงอย่างน่าชื่นชม!

3 ตอบกลับที่ Text-Symbol 12

  1. pattararanee พูดว่า:

    โหดมากค่ะ นกเอี้ยงกลัวเลย บินหนีก่อนนะฮะ ฟิ้ววววว

  2. นิรนาม พูดว่า:

    ทางออกที่มาจากความรัก มักเจ็บปวดเสมอ

  3. mom พูดว่า:

    จงมีอิสระอย่างมีสติ! นะนกพิราบขาว ที่น่าสงสาร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: