Text-Symbol 13

ประโยคสัญลักษณ์ (Text-Symbol) โดย โรงน้ำชา (18-10-2555)
ประโยคสัญลักษณ์ที่ 13 – On the Road

     “เขา” ขับรถเก่าๆ คันนี้มานานมากแล้ว…
     “เธอ” ขึ้นมานั่งรถเก่าๆ คันนี้ได้สักพักหนึ่งแล้ว…
     เขาหันไปมองเธอด้วยสายตาแบบนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้
เธอนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถเก่าๆ ของเขา
ผมยาวสลวยปลิวสยายตามแรงสายลมที่พลิ้วพรายพัดผ่าน
บานกระจกหน้าต่างซึ่งถูกเลื่อนลงเปิดคาไว้ ยิ้มละไมระบาย
ใบหน้านวลใส
     เขาหันกลับมามองทางข้างหน้า จับพวงมาลัยมั่น
     …และยิ้ม…
     …
     เขาขับรถเก่าๆ คันนี้มานานมากแล้ว มีเธอหลายคน
เคยนั่งมาด้วยกันบนรถคันนี้
     เธอบางคนก็นั่งรถไปกับเขาเป็นระยะเวลายาวนาน
ผ่านระยะทางยาวไกล บรรยากาศบนรถสนุกผ่อนคลาย
ไม่เงียบเหงาเหมือนตอนที่เขาต้องขับคนเดียว
     แต่พอเขาตบไฟเลี้ยวจะเข้าสู่อีกเส้นทาง เธอกลับขอลง
เพราะจริงๆ แล้วปลายทางที่เธออยากไปมันไม่ได้ไปทางนั้น
     เธอจึงต้องลงไปหารถคันอื่นที่จะไปทางเดียวกับปลายทาง
ที่เธอต้องการ
     เธอบางคนขึ้นรถเขามาได้สักพักและรู้สึกว่ารถของเขาเก่าเกินไป
นั่งไม่ค่อยสบาย และไม่น่าจะพาเธอไปจนถึงปลายทางได้ เธอจึงขอลง
     บางครั้งเขาก็ขับรถคนเดียวเป็นระยะเวลายาวนาน
ผ่านระยะทางยาวไกล
     แต่สายตายังคงมุ่งมองไปข้างหน้า บนถนนที่จะพาเขาไปถึง
ปลายทาง
     เธอบางคนขึ้นรถมากับเขา สนุกสนานเฮฮาบรรยากาศดี
ตลอดเส้นทางที่ทอดยาวผ่านทิวทัศน์สองข้างทางที่สวยงาม
ราวภาพฝัน
     เธอชวนเขาให้เลี้ยวไปทางที่เธออยากไปและคิดว่าเขาต้องชอบ
     เขาตบไฟเลี้ยว! เหวี่ยงควงพวงมาลัย! และพุ่งไปตามทาง
ที่เธอชวน!
     เขาคิดว่ามันคงจะดี
     แต่ผ่านเส้นทางใหม่มาได้ไม่นาน เขารู้สึกว่ามันชักจะถลำไถล
ไกลจากปลายทางที่ทำให้เขาตัดสินใจขับรถออกมาครั้งนี้!
     เขาจึงจำต้องกลับรถ…
     โดยที่เธอคนนั้นไม่ได้มาด้วย!
     หลังจากนั้น เธออีกหลายคนขึ้นมานั่งกับเขาบนรถเก่าๆ คันนี้
แล้วเลือกที่จะลงไปด้วยเหตุผลต่างๆ กัน
     เขากลับมาขับรถคนเดียวเป็นระยะเวลายาวนาน
ผ่านระยะทางยาวไกล…อีกครั้ง
     สายตามุ่งมองไปข้างหน้า บนถนนที่จะพาเขาไปถึงปลายทาง
     เธอคนนั้นเดินอยู่ริมถนน…
     แล้วค่อยๆ หันมา
     ผมยาวสะบัดพัดพลิ้วปลิวเปิดให้เห็นใบหน้านวลใส
เธออยู่ในชุดเสื้อกล้ามหลวมๆ สีขาวสะอาดกับกางเกงเลสีตุ่น
และรองเท้าแตะธรรมดา
     ในหุบห้วงที่เวิ้งว้างกลางวินาทีนั้น สายลมพลันแผ่วพัด
อย่างเชื่องช้าราวเวลาหยุดเดิน ยอดหญ้าโบกไสวโลมไล้เล่นลม
อย่างอ้อยอิ่ง ผืนหมอกบางๆ ที่ลอยเอื่อยปกคลุมทุ่งหญ้าข้างทาง
ค่อยๆ เคลื่อนคลานเนิบเนือย
     เธอใช้นิ้วเรียวยาวกลมกลึงเกี่ยวกระหวัดปลายผมออกจาก
ใบหน้าช้าๆ มองเข้ามาในรถ เขามองสวนสายตาเธอกลับไป
และไม่รู้สมองซีกส่วนไหนที่ปล่อยสารสั่งการให้ฝ่ามือที่เกาะกุมพวงมาลัย
ค่อยๆ เหหักบังคับล้อให้เลื้อยไถลเข้าหาริมถนน ฝ่าเท้าขวา
ยกย้อนถอนจากคันเร่งแล้วค่อยๆ เลื่อนย้ายมาเทถ่ายน้ำหนักลงบน
แป้นเบรค
     เอี๊ยด!
     รถคันเก่าของเขามาหยุดกึกข้างๆ เธอ
     เขาเปิดกระจกหน้าต่างลง
     “ไปด้วยกันมั้ย”
     เธอก้มลงมองเขา
     “อื้ม ไปสิ”
     เธอจึงได้ขึ้นมานั่งบนรถเก่าๆ ของเขา ไปบนถนนเส้นเดียวกับเขา
     เธอกับเขาไม่ค่อยคุยกันมากนัก แต่พอได้คุย เธอกับเขามักจะหัวเราะ
สนุกสนานเฮฮา ครั้นไม่ได้คุย เธอกับเขาชอบที่จะทอดสายตาเหม่อมอง
ออกไปไกลๆ กวาดตาปล่อยใจให้ลอยล่องไปในทุ่งหญ้า
สีเขียวกว้างๆ ข้างทางที่มีทิวเทือกเขาทอดยาวอยู่ลิบๆ
ผืนหมอกที่เคยคลี่คลุมทุ่งหญ้าระเหยระเหิดเหือดหายไป
จนหมดสิ้น
     “อากาศน่าจะดีนะ เปิดกระจกเหอะ” เธอชวนเขา
     “อื้ม เอาดิ” เขาปิดแอร์ในรถ เปิดกระจกทั้งด้านที่เขานั่ง
และด้านที่เธอนั่ง สายลมพลิ้วเพรียวเกรียวกรูเข้าสู่ตัวรถ
เธอและเขาสูดลมหายใจเข้าสุดปอด
     “นี่ไม่มีใครมานั่งด้วยเลยเหรอ” เธอหันมาคุยกับเขาอีกครั้ง
หลังสูดหายใจและมองทิวทัศน์สวยงามด้านนอกจนฉ่ำ ผมยาว
สะบัดพัดพลิ้วด้วยแรงลม
     “ก็เคยมีมานั่งด้วย” เขาหันมาคุยกับเธอแล้วหันกลับไป
มองทางข้างหน้า “แต่บางทีมันต้องไปกันคนละทางน่ะ
เค้าอยากไปที่นึง เราดันอยากไปอีกที่นึง”
     “เหรอ” สีหน้าเธอสลดลงนิดหน่อย
     “แล้วนี่เธอจะไปไหนเนี่ย” เขาถาม
     “เราก็มีที่ที่เราคิดว่าจะไปแหละ แล้วนายล่ะ”
     เขาตบไฟเลี้ยวที่ทางแยก
     “เราไปทางเนี้ย” เขาบอกเธอแล้วหมุนพวงมาลัย
เข้าเส้นทางใหม่
     “เราว่า…” เธอเหลียวหันไปมองอีกทางซึ่งเป็นคนละทาง
กับที่เขาเลี้ยวมา
     แล้วหันกลับมาบอกเขา…
     “เราก็ไปทางเนี้ย!” เธอยิ้มหวาน
     เขากดน้ำหนักเท้าลงบนคันเร่ง พารถเก่าๆ พุ่งไปบนถนน
ที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า
     เขาขับรถเก่าๆ คันนี้มานานมากแล้ว…
     เธอขึ้นมานั่งรถเก่าๆ คันนี้ได้สักพักหนึ่งแล้ว…
     เขาหันไปมองเธอด้วยสายตาแบบนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้
เธอนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถเก่าๆ ของเขา
ผมยาวสลวยปลิวสยายตามแรงสายลมที่พลิ้วพรายพัดผ่าน
บานกระจกหน้าต่างซึ่งถูกเลื่อนลงเปิดคาไว้ ยิ้มละไมระบาย
ใบหน้านวลใส
     เขาหันกลับมามองทางข้างหน้า จับพวงมาลัยมั่น
     …และยิ้ม…
     เธอละสายตาจากทิวทัศน์สองข้างทางที่สวยงามราวภาพฝัน
หันกลับเข้ามามองเขา
     …และยิ้มเช่นกัน…

4 ตอบกลับที่ Text-Symbol 13

  1. นิรนาม พูดว่า:

    บางครั้งจังหวะและโอกาศก็สำคัญ กว่าทุกสิ่ง หรือ ที่เค้าเรียกกันว่า destiny (รึเปล่า)

  2. mom พูดว่า:

    ก้อ..สมหวังวะทีนะ ดีจัง

  3. pattararanee พูดว่า:

    น่ารักดีค่ะ โรแมนติกดี ^__^
    ตอนแรกนึกว่าจะออกแนว Fast 5 หรือไม่ก็ Final Destination ซะอีก ค่อยยังชั่วหน่อย

  4. kumbha พูดว่า:

    เรื่องนี้โรแมนติกจังเลย โชคดีจังนะคะที่เจอคนที่ไปทางเดียวกันแล้ว 😊😊😊😊

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: