Text-Symbol 26

ประโยคสัญลักษณ์ (Text-Symbol) โดย โรงน้ำชา (21-11-2556)
ประโยคสัญลักษณ์ที่ 26 – เหตุเกิดในห้องหอ

     ผู้คนแต่งตัวดูดีด้วยเสื้อผ้าหรูหราเดินมาเดินไป
ขวักไขว่ครึกครื้น
     รูปถ่ายขนาดโปสต์การ์ดหลายสิบใบโบกพลิ้วเป็นทิวสาย
ระไล้แกว่งไกวอยู่ใต้ต้นไม้พลาสติก
     แสงแฟลชกล้องถ่ายรูปวูบวาบปลาบแปลบแทบไม่เว้นว่าง
     สมุดเล่มหนา หน้าปกบุผ้าไหมสวยงามทอดกายวางเรียง
กันหลายเล่ม
     ปากกาเมจิกหลากสีเบียดตัวอยู่ในขวดโหลแก้วใสทรงสูง
     นิ้วเรียวกลมค่อยๆ หยิบแท่งปากกาขึ้นมาหนึ่งสี
     ดึงตัวด้ามออกจากฝา
     แล้วเลื้อยลากฉวัดเฉวียนขีดเขียนเป็นตัวอักษร…
     “แก…”
     คำแรกผุดขึ้นด้วยน้ำหมึกสีชมพูหวานบนเนื้อกระดาษขาว
นวลเนียน
     “แกจำได้ไหม แกกับชั้นเป็นเพื่อนกันมานานเท่าไหร่แล้ว
ชั้นเป็นเพื่อนกับแกมาตั้งแต่ ป.1 ยังจำได้เลย ตอนนั้นแกกับชั้น
มาโรงเรียนวันแรก เราแหกปากร้องไห้กันทั้งคู่ งอแงจะให้
พ่อกับแม่พากลับบ้านให้ได้”
     หญิงสาวผู้มีปากกาเมจิกสีชมพูหวานอยู่ในอุ้งมือหยุดคิด
     แล้วเริ่มเขียนต่อ…
     “วันนั้นพ่อกับแม่ของเรา 2 คนเลยให้เรามาจับคู่อยู่ด้วยกัน
ซะเลย ทั้งๆ ที่พ่อแม่แกกับพ่อแม่ชั้นก็ไม่ได้รู้จักอะไรกันเลย
แกจำได้มั้ย แม่แกบอกแกว่าร้องไห้ทำไม นี่ไงมีเพื่อนอยู่ตรงนี้ทั้งคน
ส่วนแม่ชั้นก็บอกชั้นว่ามาวันแรกก็มีเพื่อนร้องไห้สนุกเลย
วันนี้คงไม่ร้องด้วยกันทั้งวันหรอกนะ แล้วตั้งแต่วันนั้นแกกับชั้น
ก็เลยได้รู้จักกัน”
     เธอบรรยายพรรณนายาวเฟื้อยจนเกือบเต็มหน้ากระดาษ
มือขวายกย้ายปากกาเมจิกไปจรดด้านบนของหน้าถัดไป
     ชายหนุ่มมาดเนี้ยบผมเรียบแปล้ที่ยืนอยู่ด้านหลังมองเธอ
ด้วยสายตางงๆ ก่อนเดินเลี่ยงไปก้มตัวลงเขียนในสมุดเล่มข้างๆ
     “เราเป็นเพื่อนรักกันมาตลอดเลย เหมือนพี่น้อง พ่อแม่เรา
ก็เลยพลอยสนิทกันไปด้วย แกจำตอนนั้นได้มั้ย ตอนเราไป
เรียนพิเศษสอบเข้า ม.1 ด้วยกันเพื่อจะได้เข้าเรียนที่เดียวกันน่ะ
เราโดนอาจารย์สอนพิเศษไล่ออกไปยืนนอกห้องด้วยเพราะเอาแต่
คุยสนุกกัน ตอนนั้นโคตรอายเลย ยังเด็กๆ กันอยู่ด้วย คนอื่น
หัวเราะกันใหญ่ แต่พอกลับมาคิดตอนนี้แล้วขำแทน แต่ตอนนั้น
แกกับชั้นอายจนหน้าชาเลย”
     มือหญิงสาวยังลากถูปากกาออกมาเป็นประโยคอย่างไม่
หยุดหย่อน ผู้คนมาอออยู่บริเวณนี้มากมายแต่ไม่มีใครมายืน
ข้างหลังเธอเพื่อจะเขียนต่อ
     “ตั้งแต่ ม.ต้น จน ม.ปลาย เราก็ได้เรียนที่เดียวกันตลอดเลย
ถึงจะไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน ต่างคนต่างมีเพื่อนกลุ่มใหม่ แต่เราก็ยัง
สนิทกันเหมือนเดิม ชั้นว่าช่วง ม.ปลายน่ะเราสนุกกันมากเลยแกว่ามั้ย
กลุ่มแกก็แสบ กลุ่มชั้นก็กวนตีน ทั้งซนทั้งห่ามจนอาจารย์ปวดกบาล
ไปตามๆ กัน แต่สุดท้ายก็กอดคอกันเรียนจบจนได้”
     หญิงสาวยิ้มกับตัวเอง มือยังคงตวัดปากกาเมจิกด้ามเดิม
     “มาตอนเรียนมหา’ลัยนี่แหละที่แกกับชั้นห่างๆ หายๆ กันไป
คงเพราะต่างคนต่างมีแฟนมั้ง เลยไม่ค่อยได้เจอได้คุยกันเหมือน
ตอนเด็กๆ นานๆ ได้เจอกันที แต่ชั้นก็ยังสนุกและมีความสุขทุกครั้ง
นะเว้ยเวลาได้เจอแก คุยเรื่องเก่าๆ กัน เม้าท์เรื่องแฟนกัน ชั้นว่า
เราทั้งคู่โชคดีเนอะแกว่ามั้ยที่ได้แฟนดี ไม่ได้เป็นพวกเกย์เก้งกวาง
มาแอ๊บแมนหลอกเราเอาไปบังหน้า อาจจะชอบกินเหล้าเฮฮากับเพื่อน
มากไปนิดแต่ชั้นก็ว่าดีกว่านะ ก็เข้าใจว่าผู้ชายก็ต้องมีบ้างสนุกๆ
เค้าก็ไม่เคยเมาเละเทะบ้าบอเสียผู้เสียคนนี่หว่าเนอะ บางทีแกก็ต้อง
พยายามเข้าใจแฟนแกตรงจุดนี้นะเว้ย ปล่อยๆ วางๆ บ้าง จะได้
ไม่ทะเลาะกันรู้มั้ย อิอิ”
     หญิงสาวพักสูดหายใจ เหยียดเรียวแขนเปลือยเปล่าขาวเนียน
เพื่อผ่อนคลายแล้วเขียนต่อ
     “แก วันนี้ชั้นดีใจจริงๆ ดีใจมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เลย
ที่เพื่อนรักตั้งแต่เด็กของชั้น เพื่อนที่เป็นเหมือนพี่น้องครอบครัว
เดียวกันกับชั้นได้แต่งงานกับผู้ชายดีๆ ที่รักแกมากๆ”
     หยดน้ำอุ่นๆ เอ่อรื้นขึ้นมารวมกันอยู่ที่สองเบ้าตาของหญิงสาว
รอยยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม
     “วันนี้ชั้นไม่รู้จะอวยพรยังไงดีว่ะ เพราะที่ผ่านมาเราก็ดูแล
และหวังดีกันมาตลอดเวลาอยู่แล้ว เอาเป็นว่าชั้นขอให้แกกับแฟนแก
รักกันนานๆๆๆๆๆๆๆ ชั่วกัลปาวสาน แล้วรีบๆ มีหลานมาให้ชั้นอุ้มนะ
ชั้นสัญญาว่าชั้นจะไปช่วยแกเลี้ยงบ่อยๆ แน่นอน ชั้นรักเด็ก ชั้นเป็นนางงาม
เออนี่ วันนี้ชั้นพาพ่อกับแม่มาด้วยนะ คุยเฮฮากับพ่อแม่แกใหญ่เลย
4 คนนั้นยังถามกันอยู่เลยว่าวันนี้จะได้เห็นน้ำตาของเรา 2 คนอีกมั้ยเนี่ย”
     แปะ…แปะ…
     หยดน้ำจากดวงตาของหญิงสาวร่วงหล่นลงบนกระดาษตรงหน้า
     พร้อมกับรอยยิ้มที่กว้างขึ้น
     “ชั้นว่าพ่อกับแม่คงได้แซวเรากันอีกแล้วล่ะ…”
     เธอปาดน้ำตา แล้วก้มลงจรดปากกาเขียนเป็นครั้งสุดท้าย
     “ปล. อีก 3 เดือนงานแต่งชั้นแล้วนะ เตือนไว้ในนี้แหละ จะได้เป็นที่ระลึก
เก็บไว้นานๆ ว่าชั้นแต่งหลังแก 3 เดือน มีลูกใกล้ๆ กันนะแก ลูกเราจะได้
เป็นเพื่อนรักกันเหมือนแม่มัน ฮ่าๆๆๆ รักแกมากๆ นะ โชคดีจ้ะ”
     เธอดันหัวปากกาเข้าฝาปิด เสียบคืนลงขวดโหล ดันหน้าปกผ้าไหม
ให้ปิดสมุด
     ผู้คนบางตาไปมาก งานฉลองการแต่งงานกำลังจะเริ่ม
     เธอค่อยๆ เดินไปหาเจ้าสาวเพื่อนรักของเธอ เจ้าบ่าวที่รักเพื่อนรักของเธอ
พ่อแม่ของเจ้าสาว และพ่อแม่ของเธอ ที่ยืนยิ้มรอเธออยู่บริเวณพื้นที่ถ่ายรูป
หน้าประตูทางเข้าห้องจัดเลี้ยง
     แล้วเธอและเจ้าสาวก็ร้องไห้ด้วยกันจริงๆ
     มันไม่ใช่น้ำตาที่มีที่มาเดียวกันกับตอนพวกเธอเข้าเรียน ป.1
     แต่น้ำตาในครั้งนี้ ก็ยังเป็นที่มาของคำแหย่ล้อจากพ่อๆ แม่ๆ
     เหมือนเมื่อตอนพวกเธอเข้าเรียน ป.1
     …
     …
     …
     ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง ช่วงเวลาแห่งความสุข ช่วงเวลา
แห่งความสนุกสนาน แล่นลิ่วปลิวผ่านไปอย่างรวดเร็ว
     หญิงสาวขับรถกลับบ้านพร้อมพ่อกับแม่ของเธอ เธอขับไป
คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
     ทั้งเรื่องเพื่อนรักที่กำลังจะเริ่มชีวิตครอบครัวที่มีความสุข
     เรื่องงานแต่งงานของเธอในอีกสามเดือนข้างหน้า
     และอีกหลายเรื่องหลายความทรงจำที่เธอได้เขียนบันทึกมันไว้
ให้เพื่อนของเธอในสมุดอวยพรเล่มนั้น
     “มันจะได้อ่านรึยังน้า…” เธอคิดแล้วยิ้มออกมาอย่างเป็นสุข
     …
     สามีภรรยาคู่ใหม่เหนื่อยเปลี้ยเพลียล้าเต็มทีหลังเสร็จพิธีส่งตัวเข้าห้องหอ
     เปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้ว ทั้งคู่เดินตรงมาที่กองสิ่งของ
จากงานแต่งงานที่สุมพะเนินอยู่ตรงหน้า
     แม้ตอนนี้จะอ่อนล้าแค่ไหน แต่เธอก็ยังอยากรู้และอยากเห็นเต็มที
     ทั้งคู่ยิ้มให้กัน
     แล้วค่อยๆ เปิด…
     ซอง…

 

2 ตอบกลับที่ Text-Symbol 26

  1. นิว เดย์ พูดว่า:

    55555 แรงอ่ะ งานพี่ล่ะเป็นไหม อุ๊บส์

  2. pattararanee พูดว่า:

    น่ารักดีค่ะ ชอบเพื่อนเจ้าสาวจัง ^^

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: