Text-Symbol 34

ประโยคสัญลักษณ์ (Text-Symbol) โดย โรงน้ำชา (20-7-2557)
ประโยคสัญลักษณ์ที่ 34 – ความเป็นคน

     เสียงเพลงแจ๊ซหวานหวิวแว่วคลอมาเคล้าคลุมบรรยากาศ
ให้เรี่ยมเลิศหรูหรา
     โคมระย้าแชนเดอเลียร์พุ่มใหญ่อลังการส่องสว่าง
พร่างประกายวิบวามวูบวาบ
     อาหารชั้นดีบนโต๊ะหลายสิบตัวเบื้องล่างร่อยหรอจนแทบ
ไม่มีหลงเหลือ สุดยอดแห่งอาหารทุกจานในงานเลี้ยงวันนี้
นับว่ารสเลิศทุกเมนู วัตถุดิบที่ใช้ก็ล้วนถูกเฟ้นคัดจัดสรร
มาจากแหล่งที่ขึ้นชื่อที่สุดในโลก
     แขกผู้ทรงเกียรติทุกคนในห้องจัดเลี้ยงสุดหรูแห่งนี้
แน่นอนว่าต้องเป็นผู้ร่ำรวยระดับอภิมหาเศรษฐี
นักการเมืองรุ่นใหญ่บิ๊กเบิ้มระดับประเทศ รวมทั้ง
ผู้ดีมีเชื้อตระกูลสูงส่งทั้งชายและหญิง ทุกคนอยู่ในชุด
ออกงานราตรีสวยเนี้ยบเฉียบทุกกระเบียด เครื่องประดับ
ทุกอณูบนเรือนร่างล้วนแล้วหรูหราราคาแพง
     คุณนายวัยกลางคนหน้าขาวเนียนตึง เรียวปากคลุมเคลือบ
ไว้ด้วยลิปสติกเนื้อดีสีแดงสด ในชุดเดรสราตรีสีแดงระยิบ
ปักเลื่อมพรายระยับ ใช้ผ้าเช็ดปากซึ่งทำมาจากผ้าไหมเกรดเอ
ซับปากที่มีร่องรอยคราบอาหารอย่างแช่มช้าแล้วค่อยๆ
วางผ้าเช็ดปากไว้บนโต๊ะอย่างแผ่วเบาสมจริตผู้ดี
     แม้บนโต๊ะอาหารยังคงหลงเหลือขาหมูท่อนใหญ่
ที่สั่งนำเข้ามาจากประเทศเยอรมนีทอดกรอบด้วย
น้ำมันมะกอกออร์แกนิคจากอิตาลีอยู่อีก 1 ขา แต่ทุกคน
บนโต๊ะก็แสดงจริตท่าทางว่าอิ่มแล้วเช่นเดียวกับเธอ
ด้วยต่างสำเหนียกอยู่ในสำนึกแห่งสังคมของผู้มีรสนิยมว่า
ขาหมูชิ้นสุดท้ายชิ้นนั้นคือชิ้น “เกรงใจ” อันไม่มีใครสมควร
จ้วงจิ้มไปทิ่มแทะ เพื่อคงไว้ซึ่งจริตและมารยาททางสังคม
ของผู้มีอันจะกิน
     ต่างคนจึงต่างนั่งร่ำละเลียดไวน์แดงราคาขวดละ
เฉียดสามแสนไปเรื่อยๆ พลางจีบปากจีบคอพูดคุยกันอย่าง
ออกรส รอยยิ้มและเสียงหัวเราะเริงร่าร่วนระงมไปทั้งโต๊ะ
     บริกรสาวคนหนึ่งพร้อมถาดมันวาวในมือ โค้งตัว
หลบตาต่ำ ค่อยๆ ย่องย่างอย่างเจียมตัวมาข้างๆ
คุณนายชุดแดงเลื่อมระยับ
     เธอเหยียดแขนออกไปหมายเก็บจานขาหมูเยอรมัน
น่องใหญ่ชิ้นนั้นกลับครัว เพราะเห็นว่าไม่มีใคร
สนใจใคร่รับประทานมันต่อ
     ก่อนมือที่ค่อยๆ เอื้อมออกไปจะได้สัมผัสจาน
บริกรสาวตาเบิกโพลงด้วยความสยดสยอง!
     คุณนายชุดแดงเลื่อมระยับหันขวับจนตุ้มหูเพชรพวงโต
เหวี่ยงสะบัด! เพ่งมองเธอด้วยแววตาเขียวแข็งขึ้งเคือง
แสยะปากแยกเขี้ยวจนหน้าตาบิดเบี้ยวน่าเกลียดน่ากลัว
ขูดเสียงแหบผากในลำคอขู่คำรามเธอราวสัตว์ป่า!
     บริกรสาวหดมือกลับพร้อมหลุบตาหลบต่ำ
เหงื่อกาฬแตกพลั่กจนหลังชื้นด้วยความหวาดกลัว
     และโดยไม่มีใครทันคาดคิด คุณนายกระโดดพรึบปราดเดียว
ขึ้นไปนั่งยองๆ อยู่บนโต๊ะอาหาร ใช้ 2 แขนยันลงด้านหน้า
นั่งทำท่าเหมือนหมาในที่หิวกระหาย!
     แขกทุกคนที่เหลือในโต๊ะและในงานพากันตื่นตะลึง!
     เธอกราดตาเขียวมองทุกคนด้วยความเกรี้ยวโกรธ
หน้ายับยู่ดูพยาบาทมาดร้าย ใช้ลำตัวอันอ้วนพีบดบังจานขาหมู
ไว้เบื้องหลังราวป้องพิทักษ์ของรักของหวง เสียงแหบต่ำขู่คำราม
ปรามทุกคนให้นั่งตัวแข็งทื่อ
     เธอค่อยๆ เอี้ยวลำคอไปหาจานขาหมูชิ้นใหญ่เบื้องหลัง
กรามทั้งคู่อ้าปากเปิดออกอย่างกว้างใหญ่เท่าที่มนุษย์คนหนึ่ง
จะอ้าได้ น้ำลายยืดเยิ้มอยู่ภายใน แขนข้างหนึ่งยกขึ้นมา
แล้วเหวี่ยงหวือลงไปยังขาหมูชิ้นนั้น
     พั่บ!
     มือกร้านกำยำในชุดสูททักซิโด้สีดำคว้าหมับมาที่ข้อมือของเธอ
อย่างแข็งแรง เส้นเลือดปูดโปนที่หลังมือข้างนั้นบ่งบอกว่าต้องใช้
พละกำลังมหาศาลในการหยุดฝ่ามือของคุณนายคนนี้
     ทั้งที่ปากยังอ้าหวอกว้างอยู่เช่นเดิม เธอหันขวับไปมอง
อย่างอาฆาต
     ชายสูงวัยผมหวีเนี้ยบเรียบแปล้ในชุดสูทดำเรียบกริบ
นั่งยองๆ อยู่บนโต๊ะในท่าทางเดียวกัน มือข้างหนึ่งคว้าข้อมือเธอไว้
อีกข้างยันโต๊ะไว้ระหว่างขาด้านหน้า
     เขาแยกเขี้ยวกัดฟันคำรามกรอดมาที่เธอเช่นกัน!
     ตอนนี้จานขาหมูชิ้นใหญ่ชิ้นนั้นอยู่ระหว่างคนทั้งคู่
     ก่อนที่ใครจะได้ทำอะไรต่อไป ทุกคนที่เหลือในโต๊ะนั้น
ลุกพรวดกระโจนขึ้นมานั่งยองๆ บนโต๊ะในท่าหมาในเหมือนคุณนาย
และชายสูงวัย แล้วขู่คำรามใส่กันอย่างเซ็งแซ่ แก้วไวน์บนโต๊ะหล่น
กลิ้งตกแตกน้ำไวน์สาดกระจายแดงฉานไปทั่ว ถ้วยชามหล่น
กระจัดกระจายวุ่นวาย
     ทันใดนั้น ชายหนุ่มคนหนึ่งที่เพิ่งกระโจนขึ้นมาบนโต๊ะ
เหวี่ยงอุ้งมืออวบๆ ออกไปตบหญิงสาวสวยที่นั่งยองแยกเขี้ยว
อยู่ข้างๆ จนหน้าสะบัดกระเด็นร่วงลงไปจากโต๊ะดังโครม!
     ราวเป็นสัญญาณเปิดพิธี ทุกคนบนโต๊ะตะลุมบอนห้ำหั่นใส่กัน
อย่างบ้าคลั่ง ต่างคนต่างแหกปากแยกเขี้ยวคำรามฮึ่มแฮ่ใส่กัน
พร้อมทั้งสะบัดฝ่ามือข่วนตบกันและกันเป็นพัลวัน
     แขกที่อยู่ตามโต๊ะอื่นๆ ในงานเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าแล้ว
ก็เกินที่จะทานทนได้ ต่างกระโจนพรวดพราดขึ้นไปบนโต๊ะ
แล้วตะกุยยื้อแย่งกินอาหารชิ้นสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่อย่าง
ตะกละตะกลาม!
     จริตและมารยาทในการไม่กล้ากินชิ้นเกรงใจมอดมลายหายเหือด
ไปจากมโนสำนึก!
     แขกบางคนที่รับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นต่างถอยกรูดไปชิดมุมห้อง
ด้วยความหวาดกลัว
     บริกรสาวค่อยๆ สืบเท้าพาตัวเองถอยหลังออกมาจากเหตุการณ์
สยดสยองผิดมนุษย์เบื้องหน้า นัยน์ตาตื่นกลัวเบิกโพลงกลิ้งกลอก
ไปมาซ้ายขวาตลอดเวลา
     กรึก! เธอถอยมาปะทะกับโลหะเย็นเยียบอะไรบางอย่างที่เข้ามาชน
แผ่นหลัง
     เมื่อหันตัวอันสั่นเทากลับไปมอง วินาทีนั้น เธอตกใจ
จนแทบจะแหกปากร้องกรี๊ดออกมา!
     การสู้รบบนโต๊ะอาหารกำลังจะสิ้นสุดลง หลายคนร่วงหล่นลงมา
นอนโอดโอยอยู่บนพื้นด้วยรอยตบรอยข่วนเลือดซึมซิบฟกช้ำไปทั้งตัว
ที่ยังเหลืออยู่บนโต๊ะคือคุณนายชุดแดงเลื่อมระยับกับชายสูงวัยในชุด
ทักซิโด้ที่ตอนนี้เสื้อผ้าอันเคยหรูหราของทั้งสองยับเยินรุ่งริ่ง
     หน้าของคุณนายแนบชิดติดโต๊ะภายใต้อุ้งมือกร้านหนา
และพละกำลังมหาศาลของชายสูงวัยผู้เป็นคู่ต่อกรของเธอมาตั้งแต่แรก
ที่ตอนนี้ขย้ำขยี้ต้นคอและกดหัวเธอหมอบไว้อย่างราบคาบ
     เขาแหกปากคำรามใส่หน้าคุณนายคนนั้นอย่างผู้มีชัย ใบหน้าเหยเก
บิดเบี้ยว ดวงตาโกรธกร้าวไร้แววปรานี
     ชายสูงวัยเอี้ยวหันไปหาจานขาหมูชิ้นใหญ่ชิ้นนั้น มันยังวางอยู่ที่เดิม
โดยไม่มีส่วนเสี้ยวใดบุบสลาย เขาค่อยๆ ผ่อนคลายอุ้งมือออกจากต้นคอ
ทิ้งรอยแดงช้ำไว้เป็นจ้ำ เคลื่อนคลานเข้าไปหา
     พริบตานั้น คุณนายผุดพรวดลุกขึ้นพุ่งเข้าใส่ เล็บยาวทาสีแดงดั่งเลือด
เหวี่ยงแหวกอากาศหมายตะปบตบออกไปให้พ้นทาง!
     ปัง!
     หัวกระสุนพุ่งพรวดทะลุตัดสมองคุณนายผลักให้ลงไปนอนดับดิ้น
ในทันที!
     ทุกคนในห้องหันขวับไปหาต้นเสียง
     ควันสีเทาลอยเอื่อยออกมาจากปากกระบอกปืนที่อยู่ในมือของชาย
ผู้แต่งตัวด้วยชุดเครื่องแบบรัดกุมมิดชิด หมวกกลมสีดำมันวาวที่
ครอบคลุมทั้งศีรษะอำพรางใบหน้าและแววตา
     ปืนกระบอกนี้และชายคนนี้คือคนที่บริกรหญิงเดินถอยมาชน
เมื่อสักครู่นี้เอง
     และในห้องนี้ มีชายที่ใส่เครื่องแบบพร้อมกับถือปืนในมือแบบนี้
อีก 19 คน!
     มองปราดเดียวทุกคนในห้องจัดเลี้ยงแห่งนี้ก็รู้ได้ทันทีว่าชาย
เหล่านี้คือ…
     ผู้คุ้มกฎ!
     และเป็นที่รู้กันดีว่า “ผู้คุ้มกฎ” ปรากฏตัวขึ้นที่ไหน…
     ที่นั่นมีคน “สมควร” ตาย!
     ผู้คุ้มกฎทั้ง 20 คนยืนตระหง่านเรียงหน้ากระดานเป็นแถวตรง
ราวกำแพงเหล็ก ปลายปืนทุกกระบอกชี้ไปยังกลุ่มคนเบื้องหน้าทั้งที่อยู่
บนโต๊ะและนอนเกลื่อนอยู่บนพื้น
     ชายสูงวัยหันกลับไปหาจานขาหมู กรามเปิดอ้าออกกว้าง
จนปากแทบฉีกแล้วพุ่งหน้าลงไปหาขาหมูชิ้นนั้น
     ปัง!
     กระสุนอีกนัดจากผู้คุ้มกฎคนเดิมทะลวงคว้านสมองจนเลือด
และไขมันสาดทะลักออกมาเป็นลิ่ม ชายคนนั้นหน้าคว่ำโครมลงไปใน
จานขาหมูแล้วนิ่งสนิท!
     ก่อนเสียงกรี๊ดจะลั่นขึ้น บริกรสาวยกมือขึ้นตะปบปากไม่ให้เสียงใดๆ
เล็ดลอดออกมาได้ ตื่นตะลึงจนตาถลน
     กระสุนอีกหลายนัดแผดเสียงระเบิดออกไปสนั่นหวั่นไหว ปลิดประหาร
ทุกชีวิตที่เมื่อครู่เผยพฤติกรรมวิปริตผิดมนุษย์ลงอย่างแม่นยำ
     แขกปกติที่เหลือและพนักงานทุกคนกรูหลบวิถีกระสุนมาอยู่ด้านหลัง
ผู้คุ้มกฎ 20 คนที่ยืนเรียงกันเป็นกำแพง
     วันนี้ในปีพุทธศักราช 2999
     ในยุคที่สันดานผู้คนถอยกลับไปสู่ความดิบคลั่งจนเกินที่สติและสำนึก
อันอ่อนแอจะสามารถควบคุม กฎประกาศิตข้อหนึ่งบัญญัติไว้ชัดเจน
     “ห้ามมิให้ผู้ใดแสดงสันดานเยี่ยงสัตว์ในที่สาธารณะ”
     และโทษของการฝ่าฝืนกฎดังกล่าวคือการถูกประหารในทันทีโดย
“ผู้คุ้มกฎ” ไม่ว่าพฤติกรรมเยี่ยงสัตว์นั้นจะถูกพบเห็นที่ใดและในเวลาใด
ก็ตาม!
     เสียงปืนนัดสุดท้ายยังไม่ทันแผ่ว ควันปืนยังไม่ทันจาง
กลิ่นคาวเลือดอันสะอิดสะเอียนยังอบอวลไปทั่ว ทุกคนถูกเชิญออกจาก
ห้องจัดเลี้ยงสุดหรูหราเพื่อให้ผู้คุ้มกฎได้เคลียร์พื้นที่
     ผู้คุ้มกฎคนหนึ่งเดินไปพลิกศพชายสูงวัยที่เขายิงจนหน้าคว่ำ
คาจานขาหมูขึ้น ถอดหมวกกลมสีดำของตัวเองออกจากศีรษะ
สะบัดคอกรอกแกรกขับไล่ความเมื่อยขบ
     เขาเผยอปากกว้างน่ากลัว
คำรามโฮกแล้วกัดกร้วมลงไปบนเนื้อขาหมูชิ้นใหญ่อย่างเต็มเขี้ยว!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: