Text-Symbol 36/1

ประโยคสัญลักษณ์ (Text-Symbol) โดย โรงน้ำชา (22-9-2557)
ประโยคสัญลักษณ์ที่ 36/1 – ราก (ตอนแรก)

     ผ้าแพรหลากสีหลายเนื้อโบกสะบัดพัดพลิ้วลิ่วลู่ล้อลมเย็นๆ
ยามบ่ายแก่กลางฤดูหนาว แต่แม้ปลายผืนผ้าเหล่านั้นจะ
สะบัดพัดพะเยิบพยศรุนแรงแค่ไหน อานุภาพแรงลม
ก็ไม่สามารถกระชากผ้าสีทั้งหมดเหล่านั้นให้คลายเคลื่อน
เลื่อนหลุดออกไปจากการถูกผูกพันธนาการไว้รอบโคน
ต้นไทรใหญ่ยักษ์อายุเฉียดร้อยปีที่ตระหง่านยืนต้นอยู่
ริมบึงน้ำลึกด้านหลังมหาวิทยาลัยต้นนั้นได้
     ต้นไทรที่เป็นต้นสายของตำนานลึกลับ
ประจำมหาวิทยาลัยชื่อดังมาช้านานตั้งแต่ก่อตั้งสถาบัน
ประสาทวิชาความรู้แห่งนี้ขึ้นมา
     ใครเป็นคนมาปลูกต้นไทรต้นนี้ไว้ไม่มีใครรู้ แต่นักศึกษา
ทุกคนที่นี่รู้ดีว่าต้นไทรยักษ์ยืนต้นอยู่คู่ที่ดินกว้างใหญ่ผืนนี้
มาก่อนที่มหาวิทยาลัยจะเริ่มก่อสร้าง และเป็นเรื่องแน่นอน
ว่าระหว่างดำเนินการก่อสร้างไม่มีใครจิตใจเหิมเกริม
หาญกล้าพอที่จะลองดีลบหลู่โค่นต้นไทรต้นนี้ลงไม่ว่า
มันจะทำให้สูญเสียทัศนียภาพอันสวยงามหรือเป็น
อุปสรรคในการพัฒนาพื้นที่ขนาดไหนก็ตาม
     ช่วง 4 ปีแรกในการเปิดการเรียนการสอน เรื่องเล่าลือ
ชวนขนหัวลุกก็เล็ดลอดออกมาจากหอพักชายที่อยู่
ริมบึงใหญ่ด้านหลังมหาวิทยาลัยอันมีไทรต้นนี้
ตระหง่านอยู่ริมฝั่งด้านตรงกันข้าม นักศึกษาชาย
หลายคนพูดตรงกันว่าพวกเขามองไปเห็นเงาตะคุ่ม
ของชายชราผมขาวในชุดราชปะแตนเดินหลังค่อม
ตัวสั่นงันงกวนเวียนอยู่รอบต้นไทรราวกับคนที่ไม่รู้
จะไปไหน
     วันดีคืนดีก็มีนักศึกษาห่ามๆ บางคนถือไฟฉาย
มาสำรวจลองของแล้วหายสาบสูญไปโดยที่ไม่มีใคร
ได้พบเห็นอีกเลย!
     จากจุดสุดท้ายที่พบร่องรอยการเดินของนักศึกษา
ที่หายไป ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีร่องรอยเดิน
ต่อไป และไม่มีร่องรอยเดินกลับมา!
     เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้เกิดกับนักศึกษา
เพียงคนเดียว…
     มีนักศึกษาหายสาบสูญหลังจากไปเดินใต้ต้นไทร
แล้ว 3 คน!
     เชื่อกันว่าชายชราในชุดราชปะแตนเป็นคน
ลักพาไปเพื่อให้ชดใช้กรรมแทนตัวเอง!
     นั่นเป็นที่มาของผ้าหลากสีที่ถูกพันผูกรอบ
โคนต้นพร้อมเครื่องบูชาเซ่นไหว้หลากหลายรูปแบบ
     และทำให้ไม่มีใครกล้าเฉียดกรายไปในพื้นที่แถวนั้น
หลังจากแสงตะวันสุดท้ายเร้นหายไปจากผืนดิน!
     …
     เขาชื่อ “จร” นักศึกษาชั้นปีที่ 3
     เขารู้จักตำนานเจ้าพ่อต้นไทรดี เพราะถูกรุ่นพี่ขู่
จนความเฮี้ยนฝังหัวตั้งแต่โดนรับน้องตอนเข้าปี 1
     ตั้งแต่นักศึกษารุ่นแรกที่เป็นผู้ริเริ่มเรื่องเล่าเจ้าพ่อ
เวลาล่วงผ่านมาหลายสิบปี ตำนานเจ้าพ่อต้นไทรยังคง
เวียนว่ายอยู่คู่มหาวิทยาลัยขึ้นหิ้งกลายเป็นเรื่องผีคลาสสิค
แม้หลายๆ ปีหลังจะไม่ค่อยมีใครสนใจอยากเห็นชายชรา
ในชุดราชปะแตนที่ร่ำลือกันสักเท่าไหร่ แต่ทาง
มหาวิทยาลัยก็ยังต้องคอยเก็บผ้าสีและเครื่องเซ่นไหว้
ที่มาบูชาจนล้นเกินไปอยู่เป็นประจำ
     มหาวิทยาลัยยกระดับการรักษาความปลอดภัยบริเวณ
นี้อย่างรัดกุมและเป็นระบบอย่างดีที่สุด รั้วเหล็กดัด
แข็งแรงสูงท่วมหัวถูกติดตั้งขึ้นโดยรอบเว้นระยะห่าง
จากโคนต้นไทรด้านละ 15 เมตรพร้อมประตูเหล็ก
ที่สามารถเปิดและปิดล็อกได้อยู่ทางด้านหนึ่งของรั้ว
แม้นักศึกษาและคนทั่วไปยังสามารถเข้าไปเซ่นไหว้บูชา
บน แก้บน ขอพร ได้ตามปกติ แต่เจ้าหน้าที่รักษาความ
ปลอดภัยของมหาวิทยาลัยที่ต้องผลัดเวรกันมาประจำ
จุดนี้จะล็อกประตูไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปภายในบริเวณ
รอบต้นไทรหลัง 5 โมงเย็นโดยเด็ดขาดอันถือเป็นกฎ
ข้อหนึ่งของมหาวิทยาลัย พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด
ความละเอียดสูง 4 ตัวรอบต้นไทรบันทึกภาพวิดีโอ
ตลอด 24 ชั่วโมง
     บ่ายวันนี้รอบต้นไทรใหญ่ปลอดคน มันเป็นเวลา
เกือบ  4 โมงเย็น จรเดินเตร่ไปรอบๆ อย่างครุ่นคิด
ก้มลงเพ่งพิจารณารากใหญ่ของต้นไทรที่เลื้อยสยาย
ไปบนพื้นดิน
     จรมาที่นี่เพราะเขารู้แล้วว่า…
     นักศึกษา 3 คนที่สาบสูญนั้น
     หายไปไหน!
     …
     อาทิตย์ที่แล้ว จรเกิดอาการเซ็งจัดจิตตกที่ค้นพบว่า
รุ่นพี่ปี 4 ร่วมคณะที่เขาแอบชอบนั้นไม่มีรสนิยมชอบ
ผู้ชายที่อายุน้อยกว่า และเธอไม่เคยมีความคิดที่จะคบ
กับผู้ชายที่อายุน้อยกว่าอยู่ในหัวเลย เป็นผู้หญิงประเภท
ที่แอนตี้การกินเด็กแบบสุดขั้วเพราะมันทำให้เธอรู้สึก
แก่ เธอสบายใจที่จะคบกับผู้ชายอายุเท่ากันหรือไม่ก็
อายุมากกว่าเธอเท่านั้น เธอชอบที่จะรู้สึกเด็ก มีคน
ดูแลและมีผู้นำ
     โอกาสของจรโดนตัดตอนตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้น!
     หลังจากรู้เรื่องนี้เขาเดินเลื่อนลอยราวกับคนอกหัก
ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มจีบ ตื่นคลายจากภวังค์อีกครั้ง
ก็ตอนที่พบตัวเองยืนเหม่ออยู่โคนต้นไทรริมบึง…
     ตอน 4โมง 56 นาที!
     ปรี๊ด…ด…ด…!
     เสียงนกหวีดลั่นยาวกึกก้องชำแรกแฉกเฉาะ
เข้าไปในรูหูจนแก้วหูแทบระเบิด
     “ออกมาได้แล้วครับนักศึกษา หมดเวลาแล้วครับ
อันตราย” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ยืนจับ
ประตูรั้วอยู่ตะโกนบอกจรอย่างร้อนรน อีกมือหนึ่ง
ถือกุญแจเตรียมล็อกประตู
     เขาเลิ่กลั่กหวาดกลัวเมื่อเห็นว่าตัวเองอยู่ที่ไหน
เงยหน้าขึ้นมองยอดไทรสูงอย่างตื่นตระหนกลนลาน
แทบจะร้องไห้ สาวเท้าวิ่งอ้อมด้านหลังต้นไทรใหญ่
เพื่อตรงไปยังประตูทางออก
     ทันทีที่ลำต้นโคนไทรใหญ่บดบังตัวนักศึกษาหนุ่ม
จากทัศนวิสัยของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย…
     วินาทีนั้นเอง!
     ณ ส่วนใดส่วนหนึ่งของสาแหรกรากไทรที่ทอดตัว
แทรกประสานอย่างสับสนอยู่บนพื้นผิวดิน
     จรยกขาก้าวข้ามแล้วตัวนิ่งแข็งตะลึงงัน!
     เขางงงวยราวนักมวยที่โดนส้นตีนกระทุ้งหน้าผาก
กับภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า!
     จรมองเห็นตัวเขาเอง นั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ใต้ตึกคณะ
แอบมองรุ่นพี่ปี 4 คนนั้นที่นั่งอยู่โต๊ะตัวที่ห่างออกไป
ด้วยความสับสน เขาจำภาพที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้านั้น
ได้ติดตา มันเพิ่งผ่านมาไม่กี่ชั่วโมงนี้เอง
     มันเป็นตอนที่เขาเพิ่งรู้จากเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งว่า
รุ่นพี่สาวคนนี้ไม่ชอบคบเด็ก และเขาหมดหวัง
เขาจำเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าได้
ราวกับตอนนี้มีใครมาฉายหนังรักรันทดเรื่องนี้ให้ดูซ้ำ
และไม่นานหลังจากนี้เขาจะเดินเหม่อไปจนถึง
ไทรผีสิงต้นนั้น แล้วไม่นานต่อมาเขาก็มายืนอยู่ตรงนี้
     เกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงกลับมาอยู่ในเหตุการณ์
นี้อีก มาได้อย่างไร ถ้าที่ยืนเบิ่งตาตะลึงมองภาพอดีต
ที่ผ่านมาไม่นานตรงหน้านี่คือเขาตัวจริงๆ
แล้วที่นั่งอยู่ตรงหน้านั่นล่ะ เขารู้ดีว่านั่นก็ตัวเขาจริงๆ
และนั่นก็คือเหตุการณ์จริงที่เพิ่งเกิดขึ้นและผ่านไป
ไม่ถึงครึ่งวัน!
     เผี๊ยะ! เขาสะบัดฝ่ามือตบไปที่หน้าตัวเอง
     เจ็บแปลบจนหน้าชา…
     นี่คือเรื่องจริง! มวลอากาศหนักข้นที่เขากำลัง
กระหืดกระหอบหายใจเข้าไปด้วยความตะลึงลาน
ตอนนี้ก็ของจริง!
     จรยืนคิดพิจารณาอย่างสับสนพิศวง หัวคิ้วกระตุก
เข้าหากันด้วยความขึ้งเครียด เขาหันหลังกลับ
แล้วก้าวขาเพื่อเดินหนีจากภาพที่กำลังหลอกหลอน
ตรงหน้า
     ฟึ่บ!
     จรกลับมาอยู่ใต้ร่มไทรอาถรรพ์อีกครั้ง หน้าตื่น
หูตาแหก
     ปรี๊ด…ด…ด…!
     เสียงนกหวีดที่คุ้นเคยดังขึ้นอีก หลังจากเขาเดิน
เซื่องๆ งงๆ ออกมาจากมุมอับหลังต้นไทร
จรหันขวับไปมองตามเสียงแบบไม่ค่อยจะเชื่อหู
     “นักศึกษาครับ บอกให้ออกไปไงครับ ถึงเวลาปิด
แล้วนะครับ อันตรายครับ ผมเตือน 2 ครั้งแล้วนะครับ”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนเดิมเตือนมาด้วยเสียง
ที่เฉียบขาดกว่าเดิม
     จรพลิกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูอย่างรวดเร็ว
มันเป็นเวลา 5 โมงเย็นพอดี!
     บางความคิดเสี้ยวทฤษฎีแว่บผ่านมาในสมอง!
     เขาลองคิดถึงภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า
ที่ไปเห็นมาเมื่อครู่ ตอนที่เขาเดินมาใต้ตึกคณะแล้ว
เห็นรุ่นพี่สาวสวยมานั่งที่โต๊ะไม้กับเพื่อนของเธอ
ก่อนที่เขาจะแสร้งเข้าไปนั่งโต๊ะที่ห่างออกไปเพื่อ
แอบมอง แล้วหลับตากลั้นใจพิสูจน์สิ่งที่เขากำลังคิด
ด้วยการลองเดินอ้อมกลับลับโคนต้นไปอีกครั้ง
แล้วก้าวข้ามรากต้นไทรเส้นที่เล็งไว้
     ชั่วพริบตาที่เท้าซ้ายที่เขายกเดินข้ามยังไม่ทัน
เหยียบลงพื้นดิน
     ฟึ่บ!
     เท้าซ้ายที่เมื่อครู่ถูกยกข้ามผ่านรากไทรเส้นเขื่อง
เหยียบประทับลงกระทบพื้นปูนใต้ตึกคณะ!
     ภาพช่วงเวลาที่เขานึกถึงพลันกำลังเกิดขึ้นตรงหน้า
จรยืนตะลึงตาถลน
     เขาหันหลังตรงจุดที่ยืนแล้วอออกเดิน
     ฟึ่บ!
     ปรี๊ด…ด…ด…!
     “นักศึกษาครับ! ถ้ายังไม่ออกมาอีก ผมต้องแจ้ง
ทางฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยแล้วนะครับ ช่วยออก
มาด้วยครับ! เลยเวลาปิดแล้ว!” เสียงนกหวีดแบบเดิม
และเสียงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนเดิมที่ยัง
ยืนอยู่ที่เดิมดังลั่นขึ้นทันทีที่เขาเดินออกมาจากมุมอับ
หลังต้นไทรอีกครั้ง
     จรแน่ใจแล้ว!
     แน่นอนที่สุด!
     ที่ตรงนี้…
     มันคือจุดที่กาลเวลาบิดเบี้ยวทับซ้อน!
     จรเดินออกมาจากบริเวณโคนต้นไทรอาถรรพ์
ด้วยความรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจ เอ่ยด้วยน้ำเสียง
นอบน้อมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาดเข้ม
     “โทษทีพี่ พอดีมันเพลินน่ะ จริงๆ ตรงนี้ชิลล์ดีนะ
คนแม่งกลัวอะไรกันก็ไม่รู้”
     “อย่าลบหลู่ดีกว่าครับนักศึกษา ระวังตัวไว้ก่อน
นี่ออกมาหลังเวลาปิดตั้ง 10 นาที มหา’ลัยรู้เข้า
ผมก็แย่นะครับ”
     “ครับๆ ขอโทษทีพี่ คราวหลังมาจะไม่ให้เกิน
เวลาแล้วครับ”
     แดดฤดูหนาวโรยแสงอย่างรวดเร็ว จรเดินผละ
จากสายตาตำหนิของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
มาตามทางเดินคอนกรีตที่ปูไว้เลาะริมบึงใหญ่
จนมาถึงฝั่งตรงข้ามกับต้นไทรใหญ่อันเป็นด้านหลัง
ของหอพักชายที่เขาอาศัยอยู่
     จรหันกลับไปมองพญาไทรอาถรรพ์นั้นอีกครั้ง
ไอแดดอัสดงที่ฉาบทาผืนฟ้าให้แดงช้ำอยู่เบื้องหลัง
ราวสีเลือดยิ่งทำให้เงามืดทะมึนของไทรต้นนั้น
ดูสยดสยองแสยงใจราวต้นไม้ที่เป็นประตูสู่
ดินแดนแห่งความตาย!
     แม้ภาพตรงหน้าจะดูน่าเกรงขามและชวน
หวาดหวั่นสำหรับใครขนาดไหน แต่นักศึกษาหนุ่ม
ไม่เหลือความเกรงกลัวใดๆ อีกต่อไป จรพรายยิ้ม
ออกมาที่มุมปาก เขามีแผนอยู่ในใจแล้ว ขอเวลาคิด
เตรียมตัวอะไรอีกสักหน่อย เขารู้แล้วว่าเขาควร
ทำยังไงกับต้นไทรอาถรรพ์ต้นนั้น!

โปรดติดตามต่อตอนหน้า…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: