Text-Symbol 36/2

ประโยคสัญลักษณ์ (Text-Symbol) โดย โรงน้ำชา (23-10-2557)
ประโยคสัญลักษณ์ที่ 36/2 – ราก (ตอนจบ)

     บางเสาร์อาทิตย์ จรจะกลับมาอยู่กับพ่อแม่ที่บ้าน
เพราะไม่มีเรียน เหมือนๆ กับเด็กหอส่วนใหญ่ที่ก็พากัน
กลับบ้าน ทิ้งหอพักในมหาวิทยาลัยให้วังเวงเงียบเหงา
     เสาร์อาทิตย์นี้ก็เหมือนกัน
     แต่สิ่งที่ต่างไปจากสุดสัปดาห์อื่นคือจรใช้เวลา
ส่วนใหญ่ขลุกอยู่ที่ตู้หนังสือหลายตู้ที่วางอยู่ที่มุมหนึ่ง
ของบ้าน
     เขากวาดไกวสายตาไล่ไปทุกชั้นในลักษณะควานหา
เมื่อพบหนังสือเก่าๆ เล่มที่ต้องการก็รื้อค้นลงมากองไว้
จนกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น
     “หาหนังสือโป๊เหรอ” พ่อพูดแหย่แซวมา
ด้วยเสียงหัวเราะเมื่อเดินผ่านมาเห็นลูกชายกำลังง่วน
หาหนังสือบนชั้น
     “บ้าแล้ว! ไม่ช่าย…ย…” จรตอบกลับด้วยเสียงหัวเราะ
เหมือนกัน
     “อาทิตย์นี้มาแปลกเว้ย เกิดจะขยันอ่านหนังสือขึ้นมา”
พ่อพูดเหมือนพึมพำกับตัวเองยิ้มๆ แล้วเดินผ่านไป
หย่อนตัวเอนหลังดูทีวีอีกห้อง
     จรนั่งลงโลดไล่สายตาอ่านหนังสือที่เขาเลือกลง
มากองเหล่านั้น
     ทั้งนิตยสาร ทั้งหนังสือรวมเล่มแบบพ็อกเก็ตบุ๊ก
ทุกเล่มล้วนเกี่ยวกับเรื่องราวลี้ลับ ปรากฏการณ์พิศดาร
เหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่ยังหาคำอธิบายที่ชัดเจน
ไม่ได้นอกจากปะติดปะต่อข้อมูลเพื่อคาดเดาแล้วสร้าง
เป็นทฤษฎีสมมุติฐานกันไปต่างๆ นาๆ  เรื่องราว
เหล่านี้มีให้ได้ยินได้ฟังได้อ่านจากทุกมุมโลก
และได้รับการบันทึกไว้เคียงขนานกับประวัติศาสตร์
ทั้งหลายของโลกใบนี้มาเนิ่นนานแล้ว
     แน่นอนว่าเรื่องราวที่จรกำลังสนใจอยู่ตอนนี้
ก็เคยได้รับการบันทึกไว้ด้วยเช่นเดียวกัน
     มีหลายครั้งในบรรดาเรื่องราวลึกลับประหลาดหลอน
ทั่วโลกที่หลายคนเคยพบกับประสบการณ์เส้นเวลา
ซ้อนทับบิดเบี้ยว
     หลายเหตุการณ์เกิดขึ้นในลักษณะและสมมุติฐาน
คล้ายๆ กัน นั่นคือหลุดหล่นเข้าไปในอดีตเมื่อเผลอพลัด
ก้าวข้ามผ่านจุดใดจุดหนึ่งในบางสถานที่ ในมุม, องศา,
และเวลาที่เหมาะเจาะพอดิบพอดี
     ยิ่งเป็นโบราณสถานหรือสถานที่ที่มีเรื่องราว
ประวัติยาวนานเก่าแก่ โอกาสเกิดปรากฏการณ์เวลา
ไหลย้อนก็ยิ่งมีมากขึ้น
     ที่น่าขนลุกคือหลายประเทศในหลายพื้นที่ทั่วโลก
เคยประสบกับเหตุการณ์สุดพิศวงนี้!
     จรใช้เวลาเกือบทั้งสุดสัปดาห์นั้นอ่านและประมวล
เรื่องราวที่เกิดขึ้นเพื่อหาข้อสรุปและสร้างสมมุติฐาน
ให้ตัวเอง
     เหตุการณ์ประหลาดนี้เคยเกิดขึ้นในหลายพื้นที่
ทั่วโลกก็จริง แต่ยังไม่เคยมีที่ไหนเป็นเหมือนที่นี่
ที่เขาเจอ
     รากใหญ่ของพญาไทรต้นนั้นไม่ใช่แค่พาเขา
ไหลย้อนกาลเวลากลับไปได้เท่านั้น
     มันยังให้เขากำหนดได้อีกด้วยว่าอยากย้อนไป
ในช่วงเวลาไหนของชีวิต!
     เพียงแค่ย้อนระลึกถึงช่วงเวลาที่ต้องการไป
แล้วข้ามรากไทรใหญ่ตรงจุดนั้น
     ความเบี้ยวบิดผิดเพี้ยนของมวลมิติก็จะพา
ถลันล่วงลิ่วปลิวไปในช่วงเวลานั้นทันที!
     จรปิดหนังสือเล่มสุดท้ายที่เพิ่งอ่านจบ ยัดคืน
ขึ้นไปบนชั้นวางให้มันเรียงตัวนิ่งสงบเรียบร้อย
เหมือนเดิมในบ่ายวันอาทิตย์ เขาเก็บกระเป๋าเสร็จ
เรียบร้อยแล้ว พร้อมสำหรับการเดินทางกลับไปยัง
หอพักชายของมหาวิทยาลัยในเย็นวันนี้
     …
     จรกลับมาถึงหอพักชายในเวลาเย็นย่ำโพล้เพล้
หอพักชายในมหาวิทยาลัยกลับมาคึกคักมีชีวิตชีวา
อย่างที่มันเคยเป็นอีกครั้งเพราะนักศึกษาที่กลับบ้านไป
เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ต่างกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง
พร้อมเรื่องเล่าสนุกๆ ฮาๆ ที่แต่ละคนได้ไปพบเจอ
กันมาในช่วงวันหยุด
     จากระเบียงเล็กๆ ด้านหลังห้องพัก จรทอดสายตา
มองไปยังพญาไทรอาถรรพ์ที่ตระหง่านอยู่ฝั่งตรงข้าม
ของบึงใหญ่ ไอแดดอัสดงที่ฉาบทาผืนฟ้าให้แดงช้ำ
อยู่เบื้องหลังราวสีเลือดยิ่งทำให้เงามืดทะมึนของไทร
ต้นนั้นดูสยดสยองแสยงใจราวต้นไม้ที่เป็นประตู
สู่ดินแดนแห่งความตาย!
     แม้ภาพตรงหน้าจะดูน่าเกรงขามและชวน
หวาดหวั่นสำหรับใครขนาดไหน แต่นักศึกษาหนุ่ม
ไม่เหลือความเกรงกลัวใดๆ อีกต่อไป จรพรายยิ้ม
ออกมาที่มุมปาก
     “พรุ่งนี้เจอกัน…” เขาพึมพำกับตัวเอง
     …
     …
     …
     …
     …
     จรกำลังเครียดจัดกับคะแนนสอบที่เพิ่งประกาศ
ออกมาในคาบเรียนสุดท้ายของวันนี้ที่เพิ่งจบไป
ชีวิตนักศึกษายังคงวุ่นวายและยุ่งยากน่างุนงง
สำหรับเขาอยู่นั่นเอง ถึงแม้วันนี้เขาจะเลื่อนขึ้น
เป็น “นักศึกษาชั้นปีที่ 2” แล้วก็ตาม
     “คืนนี้ไปนั่งแดกเบียร์แก้เซ็งที่ห้องไอ้อู๊ดดีกว่า”
เขาคิดไปเรื่อยเปื่อยระหว่างเดินปวกเปียกกลับ
หอพัก
     ถึงตอนนี้จะปวดแก่นกบาลขนาดไหนก็ตาม
จรคิดว่าอย่างไรเสียมันก็ต้องฟันฝ่าต่อไปให้จบ
จนได้นั่นแหละ จะทำยังไงได้ในสังคมที่คน
ส่วนใหญ่ขีดบรรทัดฐานว่าปริญญาคือใบเบิกทาง
อันประเสริฐสูงสุดของชีวิต!
     เขาคิดว่าเวลาที่เหลือตั้งแต่บ่ายแก่ๆ ของวันนี้
ไปจนถึงเย็นย่ำจะของีบหลับพักผ่อนเอาแรง
สักหน่อย ค่ำๆ หน่อยก็ตื่นมาชวนพรรคพวก
ไปซัดเบียร์ที่ห้องไอ้อู๊ดอย่างที่ตั้งใจไว้ ระบาย
แลกเปลี่ยนความกลุ้มเกรงในการตรากตรำร่ำเรียน
คุยเล่นสัพเพเหระเก็บเกี่ยวพลังมาต่อสู้กันต่อไป
ในวันพรุ่งนี้
     จรเดินไหลไปกับความคิดเข้าสู่บริเวณตึก
หอพักชาย
     ทันใดนั้น นักศึกษาคนหนึ่งเดินออกมาจาก
มุมตึกด้านหนึ่งของหอพักในระยะประชิดจนเกือบ
จะชนโครมเข้ากับจรที่เดินเหม่ออยู่
     “เฮ้ย!” จรตื่นจากภวังค์เหม่อลอยของคนเซ็งซึม
แล้วแหกปากอุทานลั่นด้วยสีหน้าที่ไม่มีคำ
พรรณนาใดในโลกจะนำมาอธิบายได้ถูก!
     เขาได้แต่ลืมตาอ้าปากโพลง ทั้งตัวชาดิกเกร็งกรอด
ราวกับเป็นอัมพาต หัวใจแทบหยุดเต้นลงในทันทีนั้น
เหงื่อกาฬในกายแตกซ่านท่วมทะลักทุกรูขุมขน
     ชายหนุ่มที่เพิ่งโผล่พรวดพราดออกมาจากมุมตึก
หอพักชายคนนั้นและมายืนประจันหน้าด้วยรอยยิ้ม
อันเดาความคิดไม่ถูกอยู่ตอนนี้
     สาบานให้เขาตายโหงตายห่าลงไปในตอนนี้
ก็ยังได้…
     นั่นมันตัวเขาเองชัดๆ!
     ก่อนที่จะได้แหกปากอย่างไรต่อไป “จรผู้ลึกลับ”
ที่เพิ่งโผล่มาก็วาดอุ้งมือมาปิดปากจรที่กำลังตะลึงลาน
เป็นสัญญาณว่าให้หุบปากเงียบแล้วลากไปยัง
มุมมืดมุมหนึ่งใต้ตึกหอพักชาย
     “อย่าเพิ่งโวยวาย กูคือมึง” จรลึกลับบอกพลางค่อยๆ
คลายมือออกจากปากจรที่ยังอ้าค้าง
     “แล้วกูล่ะ?” จรที่อ้าปากค้างอยู่ถามด้วยเสียง
แหบแห้งสั่นพร่าราวกับกำลังจะร้องไห้
     “มึงก็คือกู เราคือคนคนเดียวกัน” จรลึกลับพยายาม
พูดช้าๆ ชัดๆ เพื่อความมั่นใจว่าอีกจรจะได้ค่อยๆ
ทำความเข้าใจในสิ่งที่ยากจะทำใจให้เข้าใจ
     “แล้ว…แล้ว…ทำไม…” น้ำเสียงนั้นราวกับอยาก
ตะโกนถามออกมาแต่เหมือนมีอะไรมาอุดขวาง
ลำคอไว้ให้ตีบตัน
     “กูคือมึง…” จรลึกลับค่อยๆ พูด เว้นจังหวะให้อีกจร
ตั้งใจฟังมากขึ้นก่อนจะพูดต่อว่า
     “ที่มาจากอนาคต!”
     “มึงบ้าแล้ว! มึงเป็นใคร! ทำแบบนี้ทำไมวะ!” จร
ในช่วงเวลานี้เริ่มตั้งสติได้และยังไม่เข้าใจสิ่งใด
ในขณะนี้ทั้งสิ้น
     “มึงกำลังเซ็งใช่มั้ย” จรผู้อ้างว่าตัวเองมาจากอนาคต
พูดช้าๆ ชัดๆ เหมือนเดิม เขาเข้าใจตัวเขาเองที่ยืนงง
เป็นไก่ตาแตกอยู่ตรงหน้าตอนนี้ดี
     “มึง หรือก็คือกูนั่นแหละ วันนี้เราได้รู้ว่าคะแนนสอบ
ที่ต้องเก็บไว้สำหรับปลายภาคนั้นต่ำเกินไป
เพราะก่อนหน้านี้เรามัวแต่แดกเหล้า หม้อสาว
ทั้งน้องแอนบัญชี น้องเหมยวิศวะฯ
น้องแป้งเศรษฐศาสตร์ ตอนนี้เลยต้องมาเครียด
อยู่อย่างนี้ไง กูบอกได้เลยว่าตอนนี้มึงกำลังคิดว่า
เดี๋ยวจะกลับไปนอน ค่ำๆ จะชวนเพื่อนๆ ไปนั่ง
แดกเบียร์กันที่ห้องไอ้อู๊ด แล้วตั้งแต่พรุ่งนี้
เป็นต้นไปมึงก็จะตั้งใจเรียนฉิบหาย หาคนติว
หาคนสอน แล้วกูจะบอกให้ สุดท้ายเราก็ผ่าน
วิชานี้เว้ย แต่ผ่านแบบเกือบตก!”
     จรในช่วงเวลานี้ที่งงอยู่แล้วยิ่งงงเข้าไปใหญ่
เป็นหลายสิบเท่า จรผู้มาจากอนาคตพูดออกมา
ได้ถูกทุกอย่างรวมทั้งยังล่วงรู้สิ่งที่เขากำลังคิดอยู่
ตอนนี้อีกด้วย สิ่งที่เขาไม่รู้ไม่แน่ใจคือผลสอบ
ในอนาคต
     แต่แค่นี้ก็พอจะทำให้จรในช่วงเวลานี้เริ่มๆ
จะมีใจเชื่อในเรื่องบ้าๆ ที่ไม่น่าจะเชื่อเรื่องนี้
     “ถ้ามึงมาจากอนาคตจริงอย่างที่มึงว่า แล้ว…
มึงมาจากไหน มึงมาได้ไง มาทำไม ไม่น่าเชื่อว่า
กูจะถามอย่างนี้ เอาจริงๆ นี่กูยังไม่เชื่อเลยเนี่ย”
     “คืองี้…” จรผู้มาจากอนาคตพูดช้าๆ เช่นเดิม
     “มึงทำใจฟังให้ดีนะ”
     แล้วเขาก็เริ่มเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านพบมา
ให้ตัวเขาเองที่อายุน้อยกว่า 1 ปีฟังอย่างละเอียด
และเข้าใจง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
     ทั้งเรื่องที่อีก 1 ปีหลังจากนี้เขาจะไปตกหลุมรัก
รุ่นพี่สาวสวยคนหนึ่ง เรื่องที่รับรู้ว่ารุ่นพี่ไม่ชอบ
ผู้ชายอายุน้อยกว่า เรื่องที่เขาผิดหวัง เรื่องที่บังเอิญ
เดินไปที่โคนต้นไทรแล้วค้นพบว่าแขนงรากหนึ่ง
ของต้นไทรเป็นจุดที่เส้นแบ่งแห่งกาลเวลาบิดเบี้ยว
ทับซ้อน การค้นพบวิธีเดินทางย้อนอดีต รวมทั้งเรื่อง
ที่เขาคิดว่านักศึกษาทั้ง  3 คนที่หายสาบสูญไปจาก
ใต้ต้นไทรอาถรรพ์นั้นแท้จริงน่าจะพลัดหลงไปใน
ช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่งแล้วยังหาทางกลับมาไม่ได้
และตามสมมุติฐานของจร ไม่แน่ว่ารากไทรท่อนนั้น
อาจจะไม่ใช่แค่ฉุดใครก็ตามที่ก้าวข้ามให้ผ่าทะลุเวลา
กลับไปในอดีตเท่านั้น มันอาจยังมีอานุภาพกระชาก
พาเราไปในอนาคตได้ด้วย เพราะเขาคิดว่าชายชรา
ผมขาวในชุดราชปะแตนเดินหลังค่อมตัวสั่นงันงก
วนเวียนอยู่รอบต้นไทรราวกับคนที่ไม่รู้จะไปไหน
ผู้เป็นเจ้าของเรื่องเล่าเขย่าขวัญคนนั้นน่าจะหลุดหลง
มาจากอดีตกาลและโดยความบังเอิญอย่างที่สุดทำให้
กลับไปยังยุคสมัยที่จากมาได้เพราะช่วงหลังมาไม่มี
ใครพบเห็นแกที่ใต้ต้นไทรใหญ่อีกเลย
     “อ่ะ! สมมุติว่าจริง…” จรในช่วงเวลานี้พูดขัดขึ้น
ระหว่างการเล่าของจรจากอนาคต
     “มึงย้อนกลับมาปีนึงทำไม?”
     “ก็…” จรจากอนาคตตอบด้วยอาการยากเย็น
     “กูแค่คิดว่าย้อนกลับมาปีนึง ตัวกูที่ย้อนมากับพี่เค้า
ก็จะอายุเท่ากัน แล้วกูจะจีบเค้าให้ติดให้ได้”
     “ปัญญาอ่อน! มึงบ้าไปแล้ว! หน้าหม้อจนเพี้ยน
ไปแล้ว จีบติดแล้วไงวะ แล้วกูล่ะ กูที่อายุน้อยกว่าปีนึง
ก็ยังอยู่ที่นี่ แล้วก็จะมีทั้งมึงทั้งกู มีคนคนเดียวกัน 2 คน
ในช่วงเวลาเดียวกัน กูว่ามันจะประหลาดไปหน่อยนะ
มันจะไม่ฝืนธรรมชาติเหรอวะ จีบติดแล้วมึงจะกลับ
ไปเมื่อไหร่ หรือจะให้กูกลับไปแทน มันจะไม่เพี้ยน
ไปหน่อยเหรอ บ้า! คิดอะไรตื้นๆ! มึงคือกูในอนาคต
จริงเหรอวะ ปึนึงสมองกูไปขนาดนี้เลยเหรอ!”
จรในช่วงเวลานี้ชักจะไม่เห็นด้วยกับความคิด
หลุดโลกของตัวเองที่มาจากอนาคต เขาสังหรณ์
ว่ามันต้องเกิดผลเสียมากกว่าผลดี
     “กูก็ว่ามันแปลกและไม่เนียนเลย ที่จะมี
คนคนเดียวกัน  2 คนในช่วงเวลาเดียวกัน…” จร
ผู้มาจากอนาคตเอ่ยเรียบๆ
     เสียงคำพูดยังไม่ทันขาด หมัดลุ่นๆ กำแน่นหนัก
เหวี่ยงกระแทกเปรี้ยงเข้าไปกระทุ้งเต็มกระพุ้งแก้ม
ของจรผู้เป็นเจ้าของช่วงเวลานี้จนเลือดกบปาก
     แรงกระแทกนั้นกระชากทั้งร่างของคนที่ไม่ได้
ตั้งตัวปลิวไปอัดปึงเข้ากับผนังคอนกรีตจนสะเทือน
ก่อนทิ้งทั้งตัวลงฟาดกับพื้นอย่างแรง ร่างทั้งร่าง
นอนคว่ำหน้าแน่นิ่ง
     ธารเลือดคาวอุ่นทะลักหลั่งออกมาจากศีรษะ
ไหลนองท่วมพื้นบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว
     จรจากอนาคตตกใจผงะถอยหลังหนีกองเลือด
ที่ไหลแผ่คืบคลานขยายรัศมีเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ
แบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เขาตะลึงกับภาพตรงหน้า
ไปชั่วขณะ โน้มตัวเอานิ้วชี้ลงไปอังที่ปลายจมูก
ตัวเองที่นอนนิ่งอยู่
     ไม่มีกระแสลมใดๆ ไหลออกมากระทบ!
     “ฉิบหาย!” จรผู้มาจากอนาคตสบถลั่นกับตัวเอง
     “แต่ก็ดี…” เขาคิดขึ้นมาได้ “สวมรอยอยู่ที่นี่ไปเลย
เอาไงต่อเดี๋ยวไว้คิดอีกที แม่ง งงไปหมดแล้ว”
     เขาสาวเท้าเดินออกมาจากมุมมืดใต้ตึกนั้น
อย่างเร่งรีบลุกลน หัวสมองตีบตื้อคิดอะไรไม่ออก
ตรงไปยังบันไดทางขึ้นกึ่งเดินกึ่งวิ่งลิ่วไปยังห้อง
ของตัวเอง
     อยู่ๆ ภาพตรงหน้าพลันค่อยๆ พร่าเลือน
เหมือนมีใครเอาม่านน้ำบางๆ มากางกั้น
เขายกหลังมือขึ้นขยี้ตา
     แต่ครั้นพอผละหลังมือออกมานั่นเองจึง
ได้เห็นว่าเขาสามารถมองทะลุผ่านฝ่ามือนั้น
ไปได้ราวมันเป็นแผ่นเยื่อกระดาษบางๆ!
     จรงุนงงลนลานอยู่เพียงอึดใจเดียวก็ออกวิ่ง
เต็มฝีเท้าพรวดพราดเข้าไปในห้องของตัวเอง
แล้วมายืนอยู่หน้ากระจกเงาในห้องน้ำ
     ภาพสะท้อนบนกระจกเงาบานใหญ่บานนั้น
บอกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี!
     สิ่งที่จรจ้องมองอยู่ขณะนี้ดูไม่ต่างไปจากภาพ
ที่ดูหลอกหลอนน่าพรั่นพรึงในหนังสยองขวัญ
สักเรื่อง
     ทั่วทั้งร่างของจรมีสภาพเหมือนกับฝ่ามือ
ที่เขามองเห็นเมื่อไม่กี่อึดใจที่ผ่านมา มันเบาบาง
โปร่งแสงจนเขามองทะลุผ่านตัวเองไปเห็น
แผ่นผนังห้องน้ำสีเหลืองอ่อนที่อยู่ด้านหลังได้
จนเกือบจะชัดเจน
     แต่สิ่งที่ทำให้จรหวาดกลัวเย็นวาบสะท้าน
ตั้งแต่ศีรษะลงไปถึงปลายเท้ากลับเป็นสิ่งที่กำลัง
เกิดขึ้นตรงหน้า
     แต่ละวินาทีที่กำลังเดินผ่านไปอย่างเชื่องช้า
ราวกับลมหายใจแต่ละห้วงจะย้วยยาวเหมือน
ไม่สิ้นสุดนั้น ทั่วทั้งร่างที่บางและโปร่งแสงค่อยๆ
จางลงทีละน้อย ทีละน้อย โดยที่ดูเหมือนไม่มี
อะไรหยุดยั้งภาพตัวเขาที่กำลังเลือนหายนั้นได้
     จรยืนจ้องมองตัวเองด้วยดวงตาที่เบิกโพลง
ใจเต้นระรัวราวจะระเบิดออกมานอกแผ่นอก
ทั้งกายสั่นเทิ้มสะท้านด้วยความหวาดกลัว!
     เขาสำเหนียกได้ในสำนึกครั้งสุดท้ายนั้นเอง
     ตัวเขาในอนาคตจะยังดำรงคงเหลืออยู่
ได้อย่างไร…
     ถ้าตัวเขาในอดีตนั้น…ตายไปแล้ว!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: