Text-Symbol 41

ประโยคสัญลักษณ์ (Text-Symbol) โดย โรงน้ำชา (21-3-2558)
ประโยคสัญลักษณ์ที่ 41 – กระจกใสที่ทำให้มองไม่เห็น

     อำนาจยืนนิ่งอยู่ในห้องน้ำชายภายในอาคารสำนักงานแห่งหนึ่ง
มาพักใหญ่แล้ว
     เขากำลังมุ่งมองไปที่บางสิ่งจนไม่สามารถพาตัวออกไปจาก
ห้องน้ำแห่งนี้ได้ทั้งๆ ที่ขณะนี้อยู่ในระหว่างเวลาทำงาน
     มันเป็นห้องน้ำชายขนาดไม่ใหญ่มากนักอยู่ภายใน
อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ บริษัทที่อำนาจ
ทำงานเป็นพนักงานกินเงินเดือนอยู่ก็เป็นหนึ่งในหลายสิบบริษัท
ที่มาเช่าพื้นที่อยู่ภายในอาคารสำนักงานหลังใหญ่นี้ที่ต่างบริษัท
ก็ตั้งอยู่ต่างชั้นกันไป
     บริษัทที่อำนาจทำงานอยู่ อาศัยเช่าพื้นที่อยู่บนชั้น 5
ซึ่งถือว่าเป็นระดับชั้นที่ไม่สูงและไม่ต่ำจนเกินไปนัก
     ข้างๆ ติดกับอาคารสำนักงานหลายสิบชั้นแห่งนี้
เป็นสวนสาธารณะใหญ่
     สิ่งที่อำนาจยืนนิ่งเพ่งมองอยู่ในขณะนี้อาจลิ่วลัดหลุดหลง
เข้ามาจากที่นั่น…
     มันคือตัวต่อขนาดใหญ่สีดำแซมแถบเหลืองเข้ม!
     อำนาจไม่ได้ยืนจดจ่อจับจิตจ้องมันด้วยความหวาดกลัว
หรือระแวงระวังเผื่อมันจะบินเข้ามาเสือกเหล็กในทะลวงเข้าไป
ในผิวเนื้อ
     แต่เขากลับมองมันด้วยสายตาสังเวชและเอาใจช่วย
     ต่อใหญ่สีดำแซมด้วยแถบเหลืองเข้มตัวนั้นกระพือปีกถี่รัว
อย่างล้าเหนื่อยและบินหวี่หวึ่งไปมาด้วยความกะปลกกะเปลี้ย
เต็มที
     มันกำลังวนเวียนเพียรพยายามหาทางออกจากห้องน้ำ
แห่งนี้!
     อำนาจพอจะมองและคาดเดาได้ว่ามันเข้ามาทาง
บานหน้าต่างกระจกใสที่เปิดอยู่ ซึ่งหน้าต่างกระจกที่มี
อยู่เพียงบานเดียวนั้นอยู่ท่ามกลางกระจกใสแผ่นใหญ่
ที่ทำหน้าที่เป็นผนังห้องน้ำด้านนั้นทั้งด้าน
     มันลอดมุดหลุดหลงเข้ามาและหาทางออกไม่ได้
     ทั้งๆ ที่มันมองเห็นอยู่เต็มตาของมันว่าด้านนอกนั้น
คือสวนสวยเขียวฉ่ำที่มันจากมา
     แต่มันก็จนปัญญาที่จะบินร่อนออกไปหาสวนสวย
ที่มองเห็นอยู่ตรงหน้านั้นได้
     อำนาจเฝ้ามองและรู้ได้ในทันทีว่ามันไม่รู้จักกระจก
มันไม่เคยเจอกระจกมาก่อน ไม่รู้สำเหนียกว่าแม้มัน
จะสามารถมองเห็นสวนสวยด้านนอก แต่ไม่ได้
หมายความว่าทางออกไปสู่ที่นั่นจะอยู่ตรงที่ที่มันมองเห็น
     มันสามารถมองออกไปเห็นสวนสาธารณะได้
ผ่านผนังกระจกใสทั้งบาน แต่มีหน้าต่างเพียงช่องเดียว
เท่านั้นที่มันสามารถบินลอดออกไปได้
     และมันไม่รู้เรื่องนี้
     มันบินหมุนวน พุ่งชนตุบตับไปเรื่อยจนเขามองดูแล้ว
ชักจะมึนแทน มันคงเจ็บและท้อไม่ใช่น้อยที่เห็นที่
ที่จากมาอยู่ตรงหน้าแต่ออกไปหาไม่ได้
     นานๆ ครั้งมันก็ลงมาแผ่พังพาบหยุดนิ่งอยู่บนพื้น
เขาคิดว่ามันอาจจะเหนื่อยหรือมึนตายไปแล้วจึงขยับเท้า
จะเดินเข้าไปดู มันก็กลับสะบัดปีกบินพรึ่บขึ้นมาหา
ทางออกอีกโดยไม่มีทีท่าว่าจะย่อท้อ แม้มันจะยังบินชน
บานกระจกใสตรงนั้นทีตรงโน้นทีอยู่เหมือนเดิม
     บางครั้งตัวต่อบินวนเฉียดกรายเข้าไปใกล้บานหน้าต่าง
ที่เปิดอยู่ อำนาจลุ้นให้มันบินหลุดออกไปให้ได้ กลับออกไป
สู่สวนสาธารณะที่มันจากมา แต่จนแล้วจนรอดมันก็ดันบิน
ปัดเป๋ไปชนเอาเข้ากับบานกระจกที่ปิดตายอยู่ซะทุกที
     “มันจะรู้จักเรียนรู้ความผิดพลาดมั่งมั้ยวะเนี่ย” อำนาจ
ยืนคิดอยู่เงียบๆ คนเดียว
     “ตรงไหนที่ชนแล้วรู้ว่ามันออกไม่ได้ถึงตาจะมองเห็น
ข้างนอก มันก็น่าจะรู้ไว้ว่านั่นไม่ใช่ทางออก หรือแม่งก็บิน
ชนมั่วๆ ไป ฟลุ๊คๆ ก็ออกได้เองมั้ง แต่มึงไม่เรียนรู้
จากความผิดพลาดเลยนี่หว่า ไม่งั้นป่านนี้ก็หาทางออก
ไปได้นานแล้วมั้ง”
     เสียงตุบๆ ที่เกิดจากการบินชนกระจกของตัวต่อ
ยังดังเบาๆ แว่วมาเป็นระยะ
     อำนาจหยุดความคิด หันไปมองมันอีกครั้ง
     มันกำลังบินเรี่ยระแผ่นกระจกไต่ระดับขึ้นมาจนเกือบ
ถึงขอบหน้าต่าง
     “นั่นแหละ นั่นแหละ จะถึงทางออกแล้ว รู้รึเปล่าวะเนี่ย”
อำนาจเอาใจช่วยเพื่อนร่วมโลกโดยไม่ได้เปล่งเสียงออกมา
     มันบินช้าๆ เรี่ยกระจกขึ้นมาอีก
     “อีกนิดเดียว อีกนิดเดียว นั่นแหละ”
     มันบินพุ่งเข้าหาสวนเขียวชอุ่มที่เห็นตรงหน้า
     ปึ้ก!
     ชนบานกระจกเข้าอย่างจังอีกครั้ง!
     อำนาจเสียดายโอกาสแทนตัวต่อใหญ่ตัวนั้น มันอีกเพียง
นิดเดียวเท่านั้น
     หลายครั้งที่เขาอยากเข้าไปช่วยปัดไล่มันให้บินไปใน
ทิศทางของบานหน้าต่างกระจกที่เปิดอ้าอยู่
     แต่เขาก็รู้ว่าการยื่นมือเข้าไปช่วยของเขาอาจถูกมัน
เข้าใจผิดว่าเขาจะเข้าไปทำร้าย และมันอาจทำอันตราย
เขาได้เพื่อเป็นการป้องกันตัว เขาจึงตัดสินใจว่าจะไม่เข้า
ไปยุ่ง มันควรจะพยายามดิ้นรนหาทางออกด้วยตัวมันเอง
     เขาเพียงแต่เอาใจช่วยมันอยู่ห่างๆ
     มันบินหวี่หวึ่งวนเวียนไปมาอีกครั้ง เอาหัวเคาะเบาๆ
ไปตามบานกระจกใสที่มองเห็นด้านนอกแต่ออกไปไม่ได้นั้น
ไปเรื่อยๆ
     “เห็นๆ อยู่ตรงหน้า แต่ออกไปไขว่คว้าไม่ได้”
     เจ้าตัวต่อมึนงงไม่เข้าใจ
     “เอาน่า” อำนาจยังยืนเชียร์อยู่ในใจ “พยายามเข้า
เดี๋ยวก็ออกได้แล้วน่า ไอ้บานกระจกที่เปิดอยู่นี่มันไม่ใช่
ช่องเล็กๆ เลยนา มันต้องเจอสิวะ ถ้าไม่ตายซะก่อน
มึงต้องหาทางออกไปที่สวนได้แน่ๆ”
     ตัวต่อบินลอยไปเคาะหัวกึกๆ อยู่แถวๆ ข้างบานหน้าต่าง
กระจกที่เปิดอยู่อีกครั้ง
     “เอาวะ คราวนี้แหละ บินออกไปเลย กูจะได้หมดห่วง
จะได้กลับไปทำงานซะที” อำนาจลุ้นให้มันคลำหามองเห็น
ทางออกและบินออกไปให้ได้
     ตำแหน่งที่มันบินลอยค้างอยู่ตอนนี้มันคือกึ่งกลาง
ของบานหน้าต่างพอดิบพอดี
     “ไปเลย!” อำนาจตะโกนอยู่ในใจจนเสียงแทบ
หลุดเล็ดออกมา
     มันพุ่งวูบ ปัดเป๋ไปจนโป๊กเข้ากับกระจกข้างๆ
กรอบหน้าต่างห่างไปไม่ถึง 2 เซนติเมตร!
     “ปัดโธ่!” คราวนี้เสียงของอำนาจโพล่งหลุดออกมา
อย่างลืมตัว
     ทันใดนั้นเอง! ก่อนที่อำนาจและต่อใหญ่ตัวนั้น
จะได้คิดทำอะไรต่อไป
     มวลสายลมภายนอกอาคารพัดผ่านมาวูบใหญ่!
     ตัวต่อในลักษณะที่ยังลอยค้างอยู่กลางอากาศใกล้ๆ
บานกระจกที่เปิดอยู่ ถูกลมวูบนั้นกระชากดูดไหลหลุด
พรึ่บผ่านช่องหน้าต่างหายออกไปในทันที!
     “อ้าว…” อำนาจยังยืนมองงงๆ
     “ดีนะ มีลมมาช่วย”
     เขายิ้มออกมาได้แล้วเดินออกจากห้องน้ำชาย
กลับไปทำงาน…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: