Text-Symbol 43

ประโยคสัญลักษณ์ (Text-Symbol) โดย โรงน้ำชา (7-6-2558)
ประโยคสัญลักษณ์ที่ 43 – ณ ปลายสายรุ้ง

     กาลครั้งหนึ่ง…
     นานมาแล้วพอๆ กับนิทานปรัมปราเรื่องอื่นๆ
     ชายคนหนึ่งอาศัยอยู่เพียงคนเดียวภายในกระท่อมไม้
หลังเล็กๆ น่ารักที่เร้นตัวอยู่ในป่าลึกอันเขียวชอุ่มชุ่มฉ่ำ
ตลอดทั้งปี
     มันเป็นป่าลึก…ลึกกว่าป่าที่หนูน้อยหมวกแดงอาศัย
อยู่กับคุณยาย, ลึกกว่าป่าที่ลูกหมู 3 ตัวสร้างบ้านอาศัย
หลบภัยจากหมาป่าเจ้าเล่ห์
     เขาดำรงชีพด้วยการเพาะพืชปลูกผัก ล่าสัตว์เล็กๆ
จำพวกนก กระต่าย ไก่ป่า และเก็บพืชพันธุ์ธัญญาหาร
อันมีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ในป่าลึกแห่งนั้น
     ชีวิตดำเนินไปอย่างเรียบง่ายเช่นนั้น
     วันต่อวัน
     จนกระทั่งวันหนึ่ง…
     เขาตื่นขึ้นมาด้วยสำเนียงเสียงอันน่าพิศวง!
     มันโชยมากระทบโสตประสาทเพียงแผ่วเบา
ราวล่องลอยมาจากสถานที่อันแสนไกล
     เขาค่อยๆ แง้มประตูบ้านออกมา ป่ารอบด้านยังคง
สวยงามชุ่มฉ่ำเป็นปกติ ไม่มีสัญญาณของสิ่งมีชีวิตใดๆ
ที่จะก่อให้เกิดกระแสเสียงอย่างที่หูกำลังสดับได้ยิน
     เสียง “เพลง” แผ่วเบาที่แว่วหวานมาให้เขาได้ยิน
อยู่ตอนนี้มาจากไหน!
     กวาดตามองไปรอบด้านก็ไม่พบแหล่งที่มา
     เขาแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
     แล้วเบิ่งตาจ้องตะลึงพรึงเพริด!
     สายรุ้งตัวใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาพาดผ่านท้องฟ้า
เหนือหัวในระยะที่ใกล้จนเหมือนจะเอื้อมมือขึ้นไปสัมผัสได้!
     แถบละอองนวลตาทั้ง 7 สีเรียงตัวเป็นทางสวยงาม
ระยิบระยับ
     เขามองไล่ไปตามริ้วสีสวยงามทั้ง 7 เส้นของรุ้งใหญ่
ตัวนั้นอย่างตื่นตา
     แล้วพบว่า…
     สายรุ้งโน้มโค้งทิ้งตัวลงจรดพื้นดินตรงตำแหน่งกลางป่า
แห่งหนึ่งซึ่งดูไม่ห่างไปจากกระท่อมของเขามากนัก!
     นั่นคือจุดที่สายรุ้งบรรจบผืนดิน!
     ความตื่นเต้นเกิดขึ้นในทันที เลือดที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย
ฉีดพล่าน!
     เขาอยากรู้มานานแล้วว่าที่ปลายสายรุ้งนั้นจะเป็นอย่างไร
     โดยไม่รอช้า เพราะรู้ว่ารุ้งคงไม่อยู่นานนัก เขาคว้า
กระเป๋าย่ามเก่าๆ ที่แขวนอยู่ข้างประตูมาสะพายเฉียงไหล่
อย่างรวดเร็วพร้อมเหน็บมีดล่าสัตว์คู่กายพุ่งออกจากกระท่อม
ทันที
     สายตาจับจ้องไปยังส่วนโค้งของสายรุ้งตัวใหญ่ที่โน้มลง
สู่พื้นดินแล้วลัดเลาะเลี้ยวลดเข้าสู่ตำแหน่งที่หมายตาไว้
     มองคร่าวๆ ในคราวแรกมันก็ดูไม่ไกลนัก
     แต่พอออกเดินเข้าหาจริงๆ แล้ว ดูราวกับเดินเท่าไหร่
ก็ไม่ถึงสักที
     เหงื่อไหลท่วมโทรมกาย สองขาล้าเปลี้ยจนสั่นริกแทบจะ
ยกก้าวต่อไปไม่ไหว ถอนใจทดท้อลงนั่งพักใต้เงาไม้ใหญ่
     เขาแหงนหน้ามองอีกครั้ง รุ้งตัวอ้วนกินพื้นที่เกือบครึ่งท้องฟ้า
ยังเปล่งแสง 7 สีสวยงามอยู่เช่นเดิม
     “นั่งพักนานเกินไปอาจพลาดการได้เห็นปลายสายรุ้งอย่างที่
มุ่งหมายไว้ เพราะริ้วรุ้งงามที่เห็นอยู่มันอาจอันตรธานไปเมื่อไหร่
ก็ได้ ลงแรงออกตามหามาขนาดนี้แล้ว มาพลาดโอกาส
ในช่วงสุดท้ายมันก็น่าเสียดาย”
     คิดได้ดังนั้นเขาก็ยันกายขึ้นลุกพรวด ออกจ้ำต่อไปยังทิศทาง
ที่เห็นสายรุ้งดิ่งพุ่งลงหาพื้นดิน
     หลังจากบุกบั่นดั้นด้นแข่งกับเวลาจนหอบโยน
     เขาก็มายืนตัวแข็งทื่อ ตะลึงนิ่งงันทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
ทันทีที่ก้าวพ้นขอบเนินสูงแห่งหนึ่งขึ้นมาแล้วพบกับหุบที่ราบ
อันกว้างใหญ่
     บางทีอาจไม่มีคำใดที่สามารถบรรยายความรู้สึกของเขา
อันเกิดขึ้นจากสิ่งที่ได้เห็นในที่ราบกว้างใหญ่ในหุบเบื้องล่างนั้นได้
     มันคือที่ที่สายรุ้งบรรจบผืนดิน!
     เขาได้มาเห็นมันอย่างชัดเจนเต็มสองตา
     สายรุ้งตัวใหญ่ทิ้งปลายลงมาแตะพื้นหญ้าอ่อนเขียวฉ่ำดูราว
พรมกำมะหยี่ผืนยักษ์ในหุบแห่งนั้น ม่านละอองริ้วแถบทั้ง 7 สี
สวยงามเรียงตัวกันล้อมรอบพื้นที่โล่งจนแทบจะเป็นวงกลมนั้นไว้
รอบด้าน ดูคล้ายใครเอาหลอดแก้วอันเป็นละอองระยับ 7 สี
มาครอบลงไปบนพื้นที่อันกว้างใหญ่นับร้อยตารางกิโลเมตรนั้น
     จากลักษณะสายรุ้งที่กลมเป็นรูปทรงเหมือนท่อหรือหลอดแก้ว
ขนาดมหึมาซึ่งครอบพื้นที่ด้านล่างอยู่นั้น เมื่อมองไล่ขึ้นไปเบื้องบน
ละอองม่านรุ้งปล่องใหญ่ตัวนั้นทอดตัวยาวหายขึ้นไปในหมู่เมฆสูงลิบ
     มองต่ำลงมาในพื้นที่ที่สายรุ้งจรดผืนดินและแสง 7 สีโอบล้อม
ครอบคลุมไว้นั้น…
     เขาเห็นคน!
     มันเป็นระยะไม่ไกลนัก จากบนเนินดินที่เขายืนเบิ่งตะลึง
ด้วยความพิศวง กับพื้นที่หุบอันกว้างใหญ่ด้านล่าง
     เขาเริ่มก้าวเข้าหาปลายรุ้งนั้นราวโดนมนต์สะกดกวักเรียก
     ยิ่งเดินย่นระยะเข้าไปใกล้ ภาพภายในม่านละอองรุ้งใหญ่ยักษ์
ยิ่งปรากฏชัดแก่สายตา
     ชายหนุ่ม หญิงสาว หน้าตาสดใสพริ้มพรายหลายคนใน
เครื่องแต่งกายที่ถักทอขึ้นมาจากผืนผ้าพลิ้วขาวบางเบา
เริงร่ากันอยู่ในพื้นที่อันสว่างไสวไปด้วยริ้วเลื่อมสลับสีสันสวยงาม
ทั้ง 7 สี บ้างเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน บ้างยิ้มแย้มหัวเราะให้กัน
จากการพูดคุยปราศรัยอย่างเป็นสุข บ้างกำลังเพลิดเพลินบรรเลง
เพลงไพเราะราวสุรเสียงจากสรวงสวรรค์ด้วยเครื่องดนตรีหน้าตา
รูปทรงแปลกประหลาด ขับกล่อมบรรยากาศให้สถานที่แห่งนั้น
ยิ่งทวีความอภิรมย์
     มันเป็นส่ำสำเนียงเสียงเพลงที่แผ่วแว่วมาให้เขาได้ยิน
เมื่อตอนตื่นมาวันนี้นั่นเอง!
     เขาเดินจ้องมองมาด้วยความมึนงง สับสน และมีแต่แววแห่ง
ความพิศวงฉาบฉายอยู่ในดวงตา จนมายืนชิดริมขอบนอก
ด้านหนึ่งของปล่องละอองสายรุ้ง
     มันดูเหมือนผ้าม่านโปร่งแสงเบาบางที่แผ่กางกั้นไว้
เพียงแต่มันมีแสงระยับเรืองรองในตัวเองและสลับสับสี
เปลี่ยนไปอย่างงดงาม
     หนึ่งในหญิงสาวหน้าสวยราวเทพธิดาที่เดินอยู่ภายใน
ขอบเขตของม่านละอองริ้วรุ้งเลื่อมสลับสีใกล้ริมด้านที่
เขามายืนนิ่งอยู่หันมายิ้มพรายให้ พร้อมทั้งยกมือโบกช้าๆ
เป็นสัญญาณเชิญชวนให้เขาเดินเข้ามา
     แม้จะเต็มไปด้วยความประหม่าระคนประหวั่นใจขนาดไหน
ก็ตาม แต่เมื่ออุตส่าห์กัดฟันดั้นด้นผ่านหนทางอันแสนเหนื่อยยาก
และยาวไกลแทบขาดใจ เขาตัดสินใจเดินเข้าสู่ภายในขอบเขต
พื้นที่อันกว้างใหญ่ของแถบละอองรุ้งนั้นทันที!
     เพียงยื่นปลายเท้าล่วงเข้าเขตแดนแห่งปลายสายรุ้งเท่านั้น
ราวมีแรงพลังงานประหลาดกระชากตัวเขาให้หลุดพรวดเข้าไป
อย่างรวดเร็ว
     และในพริบตาที่ถูกดูดกระชากเข้ามานั่นเอง เสื้อผ้ามอซอ
คร่ำคร่าของเขาเปลี่ยนไปเป็นเนื้อผ้าบางเบาสีขาวสะอาด
เช่นเดียวกับชายหญิงทุกคนในพื้นที่นั้น กระเป๋าย่ามใบเก่า
และมีดล่าสัตว์ที่เอาติดตัวมาสลายหายไป เช่นเดียวกับความ
อ่อนล้าอิดโรยที่สะสมมาจากการบากบั่นเข้าหาปลายสายรุ้ง
บัดนี้เหือดสลายมลายไปอย่างมหัศจรรย์
     เหลือไว้เพียงความรู้สึกอันปลอดโปร่ง เบาสบาย
และเป็นสุข ไร้ซึ่งสิ่งกังวลใจใดๆ ทั้งสิ้นอย่างประหลาด
     “ขอต้อนรับสู่ดินแดนแห่งปลายสายรุ้ง ท่านผู้มีอุตสาหะ
และดั้นด้นมาจนค้นพบ”
     สตรีที่โบกมือเชื้อเชิญให้เขาเข้ามาเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม
บริสุทธิ์
     เขามองเสื้อผ้าตัวเองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างอัศจรรย์
หันไปมองเธอ และเหลียวไปรอบๆ ด้วยความตื่นตาระคน
พิศวงประหลาดใจ
     “ดินแดนแห่งปลายสายรุ้ง…” เขาเอ่ยทวนคำของเธอ
เสียงแผ่วราวรำพึงกับตัวเอง
     “ท่านจะสุขสบายอยู่ในสถานที่แห่งนี้ตราบนิรันดร์เท่าที่ท่าน
ต้องการ ที่นี่มีแต่ความสุข มีทุกสิ่งที่ท่านต้องการโดยที่ท่าน
ไม่ต้องดั้นด้นไปค้นหาที่ไหนอีกเลย ทั้งสรรพภัตตาหารและ
เครื่องดื่มชั้นเลิศดั่งถูกเสกสรรค์ลงมาจากสรวงสวรรค์
ผู้คนที่เป็นมิตรแท้จริงใจ มีแต่รอยยิ้มและความรักอันบริสุทธิ์
ให้แก่กัน รวมทั้งสภาพแวดล้อมที่สวยงามจรุงใจยิ่งกว่า
มนุษย์ผู้ใดจะสามารถมโนภาพวาดฝันไปถึงได้” หญิงสาว
พรรณนาด้วยเสียงใสกังวานหวานราวกับจะเป็นการประกาศ
ให้เขารับทราบ
     ไม่มีใครคนไหนในสถานที่แห่งนั้นหันมาให้ความสนใจ
การสนทนาระหว่างเขาและสาวงามร่างระหงปานเทพธิดา
ในขณะนี้
     “เราอยู่ที่นี่กับพวกท่านได้?” เขาถามเสียงแผ่วด้วยความ
ประหม่า
     “ท่านอยู่ได้ตราบนิรันดร์ ดินแดนแห่งปลายสายรุ้งและ
พวกเรารวมทั้งตัวท่านอาจสูญสลายไปตามวาระการปลาสนาการ
ของสายรุ้ง สุดแต่ว่าจะไปปรากฏอีกครั้งอยู่ ณ ตำแหน่งแห่งใด
พวกเราทั้งหมดก็จะถูกสายรุ้งนำพาไปอยู่ ณ ที่แห่งนั้นด้วย
แต่ไม่ว่าดินแดนแห่งปลายสายรุ้งจะไปปรากฏอยู่ที่ใดก็ตาม
ความสุขสบายเช่นที่ท่านกำลังสัมผัสอยู่นี้ก็จะยังมีให้ท่านดื่มด่ำ
ตลอดไป”
     “เหลือเชื่อ” เขาครางเสียงแหบผาก
     “แต่…” หญิงสาวพูดต่อมาโดยไม่ให้เขาตั้งตัวกับความ
มหัศจรรย์ทั้งหลายแหล่ที่กำลังโถมกระหน่ำ
     “ท่านสามารถอยู่ในที่ที่ความสุข ความสำราญ มีให้มากกว่านี้
ได้อีกเป็นร้อยเท่าพันทวี เป็นความสุข ความสำราญ ในชั้นแห่งเทพ
ที่เหนือกว่าและเพียบพร้อมกว่าดินแดนแห่งปลายสายรุ้งที่ท่าน
ยืนอยู่ ณ ขณะนี้มากมายนัก”
     “ที่ไหน” เขาถามต่อทันที
     เธอชี้นิ้วเรียวงามขึ้นไปยังเส้นทางที่ปล่องละอองสายรุ้ง  7 สี
ทอดตัวโค้งขึ้นไปบนท้องฟ้า
     “ดินแดนเหนือสายรุ้ง”
     “ดินแดนเหนือสายรุ้ง?” เขาทวนคำสตรีงามอย่างมหัศจรรย์ใจ
อีกครั้ง
     “แล้วจะไปยังไงล่ะ”
     หญิงสาวยิ้มน้อยๆ ก่อนบอกมาอย่างราบเรียบ
     “ท่านต้องดั้นด้นปีนป่ายต่อไป ไต่เลียบขึ้นไปตามริ้วละออง
แห่งสายรุ้งที่เห็นทอดตัวขึ้นไปยังหมู่เมฆเบื้องบน ไต่ขึ้นไปจนกว่า
จะถึงกึ่งกลางแห่งส่วนโค้งของสายรุ้งอันกว้างใหญ่ ที่นั่นจะมี
ช่องทางเข้าสู่…ดินแดนเหนือสายรุ้ง”
     เขาแหงนหน้ามองขึ้นไปยังละอองสายรุ้งที่ทอดตัวยาวขึ้นไป
จนลิบสายตา แล้วลงมากวาดตามองไปรอบๆ พื้นที่กว้างใหญ่
อันสวยงามและรื่นรมย์ราวสรวงสวรรค์แห่งนั้น ที่ที่ได้รับการ
บอกเล่าจากหญิงสาวหน้าแฉล้มแจ่มใสว่าเป็น
“ดินแดนแห่งปลายสายรุ้ง”
     เขามองสลับกันไปมาอยู่อย่างนั้นชั่วระยะเวลาหนึ่ง จึงเอ่ย
กับหญิงสาว
     “ไม่น่าเชื่อเลย นี่มันยังมีสถานที่ที่เพียบพร้อมไปด้วย
ความสุขมากกว่าที่แห่งนี้อีกเหรอ แล้วเราไปที่นั่นได้เหรอ
ดินแดนเหนือสายรุ้งน่ะ”
     “มี…และใครๆ ก็สามารถไปได้”
     “ที่นั่นมีทุกอย่างในขั้นที่มากกว่าที่แห่งนี้ร้อยเท่าพันทวี?”
     “ใช่ เป็นเช่นนั้นแหละ”
     “อืม…”
     เขาครางครุ่นคิดกับตัวเองพลางยื่นมือไปสัมผัสกับละออง
ของสายรุ้งที่ทำหน้าที่ดุจผนังม่านด้านที่เขาเพิ่งเข้ามานั้น
พบว่าแม้จะเป็นเพียงละอองบางเบาสีสันระยับแต่มือและขา
กลับสามารถเกาะยึดและปีนป่ายขึ้นไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ!
     เขาแหงนมองขึ้นไปอีกครั้งแล้วเริ่มไต่ขึ้นไปช้าๆ
สภาพดูคล้ายคนที่กำลังปีนป่ายขึ้นไปกับละอองหมอก
     “แต่…”
     เสียงใสกังวานจากหญิงสาวงามราวเทพธิดาเบื้องล่าง
ที่ดังขึ้นมาฉุดให้เขาชะงักหันกลับมามอง
     “ระหว่างที่ท่านกำลังไต่ระดับสูงขึ้นไปนั้น ถ้าสายรุ้ง
และดินแดนแห่งปลายสายรุ้งถึงเวลาต้องสูญสลายเคลื่อนย้ายไป
มันจะเกิดขึ้นโดยฉับพลัน…”
     เธอเว้นระยะนิดหนึ่ง เขาที่อยู่สูงขึ้นไปจากพื้นดิน
ประมาณ 5 เมตรในขณะนี้ได้ยินทุกคำอย่างชัดเจน
จากเสียงอันก้องกังวานของหญิงสาว
     รอยยิ้มบริสุทธิ์สดใสราวแสงแดดยามเช้ากลางฤดูหนาว
ยังคงพรมพรายอยู่บนใบหน้าระหว่างที่เธอเริ่มพูดต่อ
     “ท่านจะตกลงมาสู่โลกมนุษย์และสิ้นลมทันที
ในสภาพเดียวกับมนุษย์ที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า
แล้วกระแทกผืนดินเบื้องล่าง!”
     เขาชะงักไปกับคำพูดเรียบราบแต่ความหมายรุนแรงนั้น
แหงนเงยขึ้นไปมองเบื้องบนที่เห็นปล่องละอองสายรุ้งทอดตัว
ขึ้นไปไกลลิบ ชั่งใจอีกครั้ง
     ปีนต่อ…
     ถอยกลับ…
     ดินแดนเหนือสายรุ้ง…
     ดินแดนแห่งปลายสายรุ้ง…
     เสียงเครื่องดนตรีไพเราะเสนาะหวานยังบรรเลง
เป็นบทเพลงขับกล่อมไปทั่วทั้งดินแดนแห่งนั้น
     แล้วเขาก็ตัดสินใจ…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: