Text-Symbol 16

กุมภาพันธ์ 1, 2013

ประโยคสัญลักษณ์ (Text-Symbol) โดย โรงน้ำชา (20-1-2556)
ประโยคสัญลักษณ์ที่ 16 – เกี๊ยวไม่เกี่ยว

     เปลวแดดตอนเที่ยงวันนี้แผดผ่าวอ้าวอบ
     เหมือนบรรยากาศในร้านบะหมี่เกี๊ยวเจ้าอร่อย
     ที่อวลอบไปด้วยอารมณ์ระอุคุกรุ่นในจิตใจ
ของชายหนุ่มคนหนึ่ง
     “ซัน” ชายหนุ่มคนทำงานในเมืองใหญ่ที่ไม่ได้มีอะไร
พิเศษกว่าคนทำงานทั่วไปอีกหลายล้านคนในเมืองนี้
นั่งตีสีหน้าเหมือนอยากคว้ากระปุกพริกป่นไปเป่าพ่น
ใส่หน้าใครสักคน
     เขามองชามบะหมี่เกี๊ยวแห้งที่วางสงบนิ่งอยู่บน
โต๊ะขาวเบื้องหน้า แล้วค่อยๆ ปราดปรายสายตาไปมอง
ชามบะหมี่เกี๊ยวแบบเดียวกันของชายหนุ่มโต๊ะข้างๆ
ที่กำลังนั่งคีบเส้นบะหมี่ก้อนใหญ่เข้าปากแล้วกระชากสูด
อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
     ซันมานั่งทีหลังชายคนนั้นไม่นานนัก สั่งเมนูขึ้นชื่อของร้าน
แบบเดียวกัน แต่เขาคิดว่าเขาไม่ได้รับความยุติธรรม
     โลกนี้โหดร้ายกับเขามากเกินไป
     เขาสั่งบะหมี่เกี๊ยวแห้งแบบชายคนนั้น
     แต่แค่มาทีหลัง…
     เขากลับได้เกี๊ยวชิ้นเล็กกว่าและได้น้อยกว่า!
     ในใจของซันพล่ามบ่นท้องฟ้า ประณามโชคชะตา
พร่ำด่าพรหมลิขิต ที่ทำให้เขาต้องเกิดมาเสียเปรียบคนอื่น
ได้น้อยกว่าคนอื่น
     เขานั่งมองชามบะหมี่เกี๊ยวนิ่ง ความน้อยเนื้อต่ำใจ
กลายเป็นความเคืองแค้นที่อัดแน่นท่วมทะลักแทบทะลุอก
จนต้องซึมระบายเป็นเม็ดเหงื่อผุดพรายเลื้อยไหลออกมา
ทางรูขุมขน
     ทำไมเขาได้เกี๊ยวชิ้นเล็กกว่า
     ทำไมเขาได้เกี๊ยวน้อยชิ้นกว่า
     สองคำถามแผดคำรามก้องกังวานสะท้อนสะท้านอยู่ภายใน
จิตใจของซัน!
     เขาหันไปมองชามบะหมี่เกี๊ยวของชายหนุ่มโต๊ะข้างๆ อีกครั้ง…
     เกี๊ยวเยอะกว่าและชิ้นใหญ่กว่าจริงๆ!
     “บ้าจริง!” ซันพึมพำงำงึมกับตัวเองราวเสียสติ
     “เลวมาก!”
     เขาไม่สามารถขืนข่มความขัดเคืองข้องใจไว้ได้อีกต่อไป!
     ชายหนุ่มผุดพรวดลุกขึ้น คว้าชามบะหมี่ที่ยังไม่พร่อง
ก้าวเท้าสวบๆ เดินอาดๆ พุ่งเข้าหาชายแก่หัวหงอกหนวดขาว
ผู้เป็นเจ้าของร้านที่กำลังยืนลวกบะหมี่อยู่หน้าหม้อน้ำร้อน
     ปัง! ซันกระแทกชามลงบนโต๊ะข้างหม้อลวก!
     “ทำไมเกี๊ยวผมชิ้นเล็กกว่าของไอ้นั่น!” ซันเปล่งเสียงขุ่นแข็ง
เป็นคำถามพร้อมชี้นิ้วไปยังชายหนุ่มโต๊ะข้างๆ เขาหันขวับ
มามองซันจนเส้นบะหมี่ที่ยังคาอยู่ตรงมุมปากสะบัดพลิ้ว
     คนทั้งร้านหันมามองเป็นตาเดียว
     “ได้น้อยกว่าด้วย!”
     เจ้าของร้านหัวหงอกหนวดขาวยิ้มอย่างเอ็นดู ไม่พูดอะไร
แล้วหันกลับไปลวกเกี๊ยวต่อ
     “ทำไมอ่ะ ทำไมไม่ยุติธรรม ทำไมไอ้นั่นมันได้มากกว่า มันดีกว่า
ผมตรงไหน มันวิเศษกว่าผมตรงไหน มันถึงได้มากกว่า!”
     เจ้าของร้านตวัดตะกร้อลวก ส่งเกี๊ยว 7 ลูกลงชามบะหมี่แห้ง
     “เนี่ย! ลูกเล็กกว่าอีกแล้ว น้อยกว่าอีกแล้ว” ซันแผดเสียงบ่นต่อไป
พร้อมกับหันหน้าไปหาบรรดาคนที่นั่งรอบะหมี่เกี๊ยวอยู่ในร้าน
     “ชามนี้ของใครเนี่ย!” เขาตะโกนถามลั่นร้าน
     หลายคนในร้านเริ่มหันกลับไปสนทนากับคนนั่งร่วมโต๊ะ
เพราะชักจะรู้สึกว่าการโวยวายของซันมันไร้สาระ
     “เอ้า! จริงๆ! อย่ากินนะ รับไม่ได้นะทำแบบเนี้ย ดูดิ
ไอ้นั่นได้เยอะชิ้นใหญ่อยู่คนดียวเลยอ่ะ ชามนี้ของใครเนี่ย ได้น้อยนะ
ชิ้นเล็กด้วย เหมือนผมอ่ะ ไม่ไหวนะแบบเนี้ย”
     ตอนนี้ไม่มีใครในร้านให้ความสนใจซัน
     เจ้าของร้านยกชามบะหมี่เกี๊ยวที่เพิ่งทำเสร็จเตรียมเดินไปเสิร์ฟ
เขายิ้มให้ซันอย่างเอ็นดูอีกครั้ง
     เมื่อเห็นว่าคงไม่ได้คำตอบหรือแม้แต่คำแก้ตัวจากชายแก่
หัวหงอกหนวดขาวแน่ๆ ซันสับขาเข้าหาชายหนุ่มโต๊ะข้างๆ เขา
     “นี่ก็แดกสบายใจอยู่ได้! ไม่สำนึกเลยรึไง!”
     ชายหนุ่มบรรจงใช้ตะเกียบคีบชิ้นเกี๊ยวหนานุ่มหนับชิ้นสุดท้าย
ในชามไปกัดเคี้ยวไม่พูดอะไร ยิ่งทำให้ซันดาลเดือด!
     “รู้สึกดีมั้ย มีอภิสิทธิ์เหนือชาวบ้านเค้าน่ะ ได้เยอะอยู่คนเดียวน่ะ!”
     เขาเคี้ยวเกี๊ยวคำสุดท้าย เหลือบตามองซัน
     “แม่ง! เอาเปรียบว่ะ!”
     ผัวะ!
     กำปั้นชายหนุ่มเหวี่ยงหวือแหวกอากาศกระแทกกกกรามจน
หนังหน้ากระเพื่อม!
     ซันถลาลงไปกองกับพื้น เก้าอี้กลิ้งล้มโครมคราม! ทุกคนในร้าน
ลุกขึ้นดู
     สายตาหลายคนแอบสะใจ!
     “บะหมี่เกี๊ยวกู…” ชายหนุ่มยืนแผดเสียงกร้าวบอกซันที่ค่อยๆ
เอาแขนยันเก้าอี้ข้างๆ เพื่อพยุงตัวขึ้นนั่งนิ่ง สติเริ่มกลับมา
     “ก็เหมือนบะหมี่เกี๊ยวของมึงและของทุกคนในร้านนี้แหละวะ!”
     ชายแก่หัวหงอกหนวดขาวเจ้าของร้านยิ้มเอ็นดู
     “ตอนที่มึงมาเห็น กูกินแต่เส้นบะหมี่ไปแล้วครึ่งชาม! ครึ่งชาม!
ที่กูกินแต่เส้น ไม่กินเกี๊ยวเลย”
     ซันนั่งก้มหน้านิ่ง เริ่มสำนึก
     “กว่ามันจะดูเหมือนชิ้นใหญ่กว่า กว่ามันจะดูเหมือนเยอะกว่า
ในสายตาของมึง ก็ตอนเส้นบะหมี่มันเหลือนิดเดียว มันก็สมควรแล้ว
ที่สุดท้ายกูจะได้กินเกี๊ยวเน้นๆ เนื้อๆ ดูเยอะ ดูใหญ่ ให้สะใจอย่างที่
กูต้องการ มึงเห็นแค่ตอนที่เส้นบะหมี่กูน้อย เกี๊ยวกูเลยดูชิ้นใหญ่กว่า
ดูเยอะกว่า ทั้งที่จริงๆ แล้วมันก็เท่ากัน! มึงเลยมาโวยวายว่า
กูมีอภิสิทธิ์พิเศษเหนือกว่า กูเอาเปรียบ”
     ซันยันตัวลุกขึ้นมา หลุบตาหลบต่ำ
     “กูกินเส้นบะหมี่ไปตั้งเยอะแล้วนะเว้ย กว่าจะเก็บเกี๊ยวไว้กินทีหลัง
ให้สะใจได้อย่างที่มึงเห็นน่ะ” ชายหนุ่มตบไหล่ ยิ้มให้ซันแล้วเดินออก
จากร้านไป
     ซันเดินคอตกไปหยิบชามบะหมี่ของตัวเองที่วางทิ้งไว้ข้างหม้อลวก
     เขาเดินจ๋อยๆ กลับมานั่งที่โต๊ะ
     หยิบตะเกียบ
     และเริ่มกินแต่เส้นบะหมี่…


ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: